ปฏิบัติการล่า ‘กุมารดำ-ขาว’ คดีถล่มนายกอบต.

25.02.22 | 07:17 น.

การคลี่คลายคดีคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงถล่มรถตู้ยี่ห้อฮุนได รุ่น H-1 สีดำ หมายเลขทะเบียน ฮฮ 9622 กรุงเทพมหานคร ของ นายญาณกร โท้ประยูร นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บางสมบูรณ์ จ.นครนายก ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ที่น่าสลดคือ นายสมชาย ม่วงกาศ อายุ 63 ปี รองนายก อบต.บางสมบูรณ์ และนายวัชระ นุชแดง อายุ 52 ปี คนขับ ถูกยิงเสียชีวิตในรถ เหตุเกิดบนถนนปากท่อ-บางปรัง หมู่ 2 ต.ศรีจุฬา อ.เมืองนครนายก เมื่อเวลาประมาณ 21.40 น.วันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจออกเฟ้นหาพยานหลักฐานกระทั่งพบหัวกระสุนและปลอกกระสุน ขนาด 7.62 มม. ตกอยู่จำนวนมาก และหลักฐานภาพกล้องหน้ารถที่บันทึกขณะกลุ่มผู้ก่อเหตุใช้รถยนต์มิตซูบิชิ สีบรอนซ์เงิน-เทา ไม่ทราบทะเบียน ขับประกบรถของนายก อบต.บางสมบูรณ์ และใช้อาวุธสงครามยิงถล่ม 2 ระลอก ก่อนที่รถนายก อบต.ยางสมบูรณ์ จะเสียหลักตกข้างทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดงละคร จ.นครนายก รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นตามระดับชั้น

ต่อมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2 พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ควบคุมสั่งการคลี่คลายคดีโดยเร็ว ต่อมา พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2 พร้อม พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 กับ พล.ต.ต.จักษ์ จิตตธรรม ผบก.ภ.จว.นครนายก ระดมทีมสืบสวนลงพื้นที่ หมายจับ “มือปืน”

แม้ความหวังจะริบหรี่ เพราะจุดเกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิด และคนร้ายวางแผนมาอย่างดี แรกเริ่มทีมสืบสวนตั้งปมเรื่องการเมืองท้องถิ่น ขัดผลประโยชน์ใน อบต.ที่ผู้บาดเจ็บตรวจสอบอยู่ จากคำบอกเล่าจากผู้บาดเจ็บจึงได้ข้อมูลสำคัญ ทำให้ทราบประเด็นการถูกลอบยิง และหลักฐานที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดหน้ารถยนต์ฮุนได ทำให้เห็นรถยนต์มิตซูบิชิ สีบรอนซ์เงิน-เทา ทีมสืบสวนเช็กไทม์ไลน์ก่อนคนร้ายยิงถล่มรถทราบว่า วันเกิดเหตุมีนัดประชุมนายก อบต.ทั้งหมดใน จ.นครนายก ซึ่งกลุ่มผู้มาร่วมงานล้วนเป็นคนฝั่งอดีตนักการเมืองท้องถิ่นหน้าเก่า ผู้บาดเจ็บไม่เต็มใจที่จะไปร่วมงานเพราะอาจมีสัญญาณระแวงจะมีภัย แต่ด้วยความถูกเร้าหรือ ถูกผู้ร่วมประชุม
บีบคั้นจึงเข้าร่วม แต่หลังเลิกประชุมขอตัวกลับก่อน แม้เจ้าตัวจะรู้ว่าตัวเองไม่ปลอดภัย ระหว่างทางจึงมีอาวุธป้องกันตัวแต่เหตุการณ์ที่คาดไว้ก็เกิดขึ้น การแกะรอยจากหลักฐานการสืบสวนแมตช์กับข้อมูลการสอบสวนนายก อบต.บางสมบูรณ์ ทำให้ทราบเบาะแสกลุ่มคนร้าย ทีมสืบสวนจึงปล่อยข่าวมือปืนมุ่งไปที่กลุ่มคนมีสี

Advertisement

เป็นเกมสับขาหลอก ลับลวงพรางมิให้กลุ่มผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นลูกน้องนักการเมืองที่มากไปด้วยอิทธิพลเคลื่อนไหว และไปทำลายหลักฐาน ทีมสืบสวนระดับพระกาฬยังเดินหน้าเก็บพยานหลักฐาน สอบพยานบุคคลเพื่อหาความชัดเจนต่างๆ รวมทั้งแหล่งพักพิงของผู้ก่อเหตุ จากข้อมูลที่ได้รับรายงานจากทีมสืบสวน พล.ต.อ.สุชาตินั่งหัวโต๊ะประชุมทีมสืบสวน บก.สส.ภ.2 กองบังคับการปราบปราม กก.สส.ภ.จว.นครนายก เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับญาติผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตว่าจะจับคนร้ายมาดำเนินคดีได้แน่ ช่วง 7 วันตั้งแต่เกิดเหตุ ทีมสืบสวนเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มผู้ก่อเหตุก่อนรวบรวมพยานหลักฐานยื่นศาลจังหวัดนครนายกเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ขอหมายจับ 3 คนคือ

1.นายรัฐพล ตันสุวรรณรัตน์ หรือ “บิ๊ก” หรือ “กุมารขาว” อายุ 35 ปี ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้, ยิงปืนในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร, ร่วมกันพกอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยไม่มีเหตุอันควร

2.นายภูริวัฒ นิ่มเรือง หรือ “ออด” หรือ “กุมารดำ” อายุ 52 ปี ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันพกอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยไม่มีเหตุอันควร และ 3.นายธวัชชัย ศรีชาญ หรือ “วัช” อายุ 48 ปี ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

ต่อมา เช้าตรู่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.ธีรเดชนำชุดปฏิบัติการพิเศษ “หนุมาน” และ “บูรพา 491” เปิดปฏิบัติการปูพรมตรวจค้นแหล่งกบดานและซุกซ่อนอาวุธ 3 แห่ง จุดแรก บ้านเลขที่ 44 หมู่ 11 ต.บางสมบูรณ์ อ.องครักษ์ จ.นครนายก ไม่พบตัวนายรัฐพล หรือ “บิ๊ก” หรือ “กุมารขาว” พบเพียงภรรยา ที่ให้การว่าสามีออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์

ตรวจค้นพบโทรศัพท์นายรัฐพลทิ้งไว้ที่บ้าน และพบกล่องใส่ปืนพกยี่ห้อซีแซด แต่ภายในกล่องไม่พบอาวุธปืน พร้อมตรวจยึดรถยนต์ฮอนด้า HRV หมายเลขทะเบียน 3กพ 5180 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถที่ผู้ต้องหาขับไปเปลี่ยนก่อนไปก่อเหตุ จุดที่สอง บ้านไม่มีเลขที่ ต.บางสมบูรณ์ อ.องครักษ์ จ.นครนายก ไม่พบตัว นายภูริวัฒ หรือ “ออด” หรือ “กุมารดำ” สอบถามบุคคลในละแวกทราบว่าหลบหนีออกจากบ้านไปแล้ว

จุดที่สาม บ้านเลขที่ 41 หมู่ 4 ต.ศรีจุฬา อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก พบนายธวัชชัย หรือ “วัช” อยู่ในบ้าน จึงจับกุมตัวและแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ ก่อนตรวจค้นภายในบ้านพบอาวุธปืนยาว 1 กระบอก อาวุธปืนสั้น 1 กระบอก กระสุนปืนลูกซอง ขนาด 12 จำนวน 4 นัด กระสุนปืนพก ขนาด .38 จำนวน 20 นัด GPS ใช้สะกดรอยติดตามรถยนต์ 1 เครื่อง แผ่นป้ายทะเบียนปลอม 1 แผ่น อ้างว่าเก็บได้ ในชั้นจับกุมนายธวัชชัยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่าวันที่เกิดเหตุไปกินหมูกระทะกับนายรัฐพล

ตำรวจสอบสวนนายธวัชชัยนานกว่า 12 ชั่วโมง จึงคลายความลับออกมา หลังเห็นภาพตัวเองในกล้องวงจรปิดที่ต้องจำนนด้วยหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่บ้านของตัวเองบันทึกไว้ ทั้งที่ก่อนหน้าไม่ยอมให้ตำรวจชุดสืบสวนดูกล้องวงจรปิด ทางสืบสวนต้องใช้วิธีการเเฮกเข้าไปดูข้อมูลเเละเหตุการณ์รถยนต์ที่เข้าออกในพื้นที่ รวมทั้งคนที่มาร่วมก่อเหตุ ทำให้มีหลักฐานชัดเจนเพิ่มขึ้น ขณะปมปัญหามูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ นายธวัชชัยรับสารภาพมาจากเรื่องการตรวจสอบแพที่ผู้บาดเจ็บมีการตรวจสอบอย่างหนัก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เผยถึงความสัมพันธ์ของผู้ที่ถูกออกหมายจับ 3 รายกับอดีตนายกคนเก่ามีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร ว่าอยู่ในรายละเอียด อย่าเพิ่งไปกล่าวถึงความสัมพันธ์หรือไม่สัมพันธ์ ต้องพูดในฐานะพนักงานสอบสวน ขบวนการนี้ร่วมกับผู้อื่นที่หลบหนีกระทำความผิดร่วมกัน

ไม่ใช่แค่ 3 คน มีมากกว่านี้ ยังมีคนอยู่ในขบวนการอีก ข้อมูลมีหมดแล้วว่าทั้ง 3 คน ทำหน้าที่อะไรบ้าง นายธวัชชัย ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไม่ใช่มือปืน ผู้ร่วมก่อเหตุมีมากกว่านี้ ต่อมา นายภูริวัฒ หรือ “ออด” หรือ “กุมารดำ” เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.ดงละคร โดยพูดสั้นๆ ว่า มาแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการยิงรถนายก อบต.บางสมบูรณ์ พร้อมระบุว่าตนเองเป็นลูกผู้ชายพอ

ต้องติดตามตอนต่อไปว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีหลักฐานมัดแน่นเอาผิดคนร้ายได้หรือไม่ และที่สำคัญจะสาวถึงคนบงการได้ไหม