ปคบ. จับแก๊งขายใบตรวจ “โควิดปลอม” พบขายเอกสารปลอม ทั้งวุฒิการศึกษา-บัตรข้าราชการ

ปคบ.จับแก๊งขายใบตรวจ “โควิดปลอม” พบขายเอกสารปลอม ทั้งวุฒิการศึกษา บัตรข้าราชการ ใบขับขี่ บัตรประจําตัว ประชาชน บัตรข้าราชการ โฉนดที่ดิน ทะเบียนรถ

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ รอง ผบก.ปคบ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ. และ ผู้แทนจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา และ นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา

ร่วมแถลงผลงานจับกุมเครือข่ายขายใบรับรองผลตรวจโควิดปลอม จํานวน 3 ราย ได้แก่ น.ส.พลอย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี, นายวีรพล หรือมะตูม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี, และ นายมูนีร หรือนิด (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 406-408/2565 ลงวันที่ 3 มีนาคม 2565 ข้อหา “ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม, ร่วมกันใช้คําหรือข้อความที่แสดงให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเองเป็นผู้ มีความรู้ความชํานาญในการประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์สาขาต่างๆ, ร่วมกันให้บริการ หรือเสนอให้บริการที่ใช้ เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง หรือร่วมปลอมเครื่องหมายของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร”

พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ รอง ผบก.ปคบ. เปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก กก. 4 บก.ปคบ. ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ว่ามีผู้ลักลอบจำหน่ายเอกสารผลตรวจโควิดปลอม เพื่อใช้ในการสมัครงานหรือการเดินทางไปต่างประเทศ จึงทําการสืบสวนจนพบว่า เว็บไซต์ https://covid-lab.airsite.co/?gclid=Cj0KCQiAl MCOBhCZARI sANLid6b1snwTO1QM1l18OfOjs_7NaPDPbFhZXsedto-TpT8QNcnqkfk4GpkaApc1EALw_wcB มีการโฆษณาขายใบรับรองผลการตรวจโควิด ในราคา 890 บาท และรับผลภายใน 15 นาที โดยที่ผู้ตรวจไม่ต้องเดินทางไปตรวจแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ ตํารวจจึงได้ทําการติดต่อล่อซื้อ โดยติดต่อบัญชีไลน์ “PCR TEST 890 -” เพียงแค่แจ้งชื่อนามสกุล วันเดือนปีเกิด และวันที่ที่ต้องการให้ระบุในผลตรวจ และยังพบว่า ใบรับรองผลการตรวจโควิดดังกล่าว เป็นของ บริษัท พีซีที ลาบอราตอรี่ เซอร์วิส จํากัด (PCT LABORATORY SERVICE CO,.LTD.) ซึ่งจากการตรวจสอบกับบริษัทดังกล่าว พบว่าเป็นใบรับรองผลการตรวจโควิดปลอมที่บริษัทมิได้เป็นผู้ออกให้แต่อย่างใด ส่งผลให้บริษัทได้รับความเสียหาย บริษัทจึงได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม

พ.ต.อ.ธรากร เผยอีกว่า จากการสืบสวนพบว่า ในคดีนี้มีเครือข่ายผู้ร่วมกระทําความผิดหลายคน โดยมีการแบ่งหน้าที่กันทํา เช่น ออกแบบเขียนเว็บไซต์, โฆษณา, แอดมินพูดคุยกับลูกค้า, จัดหาบัญชีม้า, ยักย้ายถ่ายเทเงินที่ได้จากการกระทําความผิด และปลอมแปลงใบรับรองผลการตรวจโควิด เป็นต้น กก. 4 บก.ปคบ. จึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายจับผู้ต้องหาดังกล่าว ต่อมาวันที่ 3-4 มีนาคม 2565 เจ้าหน้าที่ตํารวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้ร่วมกับ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ลงพื้นที่ติดตามจับกุมผู้ต้องหา โดยจับกุม น.ส.พลอย ได้ที่อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กทม. โดยน.ส.พลอย และจับกุม นายวีรพล ได้ที่ อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ถนนวิชิตสงคราม ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ส่วน นายมูนีร ได้หลบหนีการจับกุม เจ้าหน้าที่ตํารวจจึงได้กดดันอย่างต่อเนื่อง จนนายมูนีร ยอมเข้ามอบตัว

Advertisement

พ.ต.อ.ธรากร เผยอีกว่า จากการสอบถาม น.ส.พลอย ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ส่วน นายวีรพล และ นายมูนีร ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การเพิ่มเติมว่า เมื่อประมาณกลางปี 2564 นายมูนีรต้องการจะเดินทางไปประเทศตุรกี ซึ่งต้องใช้ใบรับรองผลการตรวจโควิด นายมูนีร จึงได้ติดต่อนายปังปอนด์ (ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง) ซึ่งรู้จักกันผ่านทางทวิตเตอร์ ให้ปลอมแปลงเอกสารใบรับรองผลการตรวจโควิดให้ เมื่อกลับมาจากประเทศตุรกี นายมูนีรจึงตกลงกับนายปังปอนด์เพื่อที่จะขายใบรับรองผลการตรวจโควิดปลอม

โดยนายปังปอนด์ได้หาซื้อบัญชีธนาคารของผู้อื่นเพื่อใช้เป็นบัญชีม้าจาก น.ส.พลอย และ นายวีรพล ผ่านทางเฟซบุ๊ก ในราคาบัญชีละ 3,500 บาท ส่วนนายมูนีร ได้ไปจ้างบริษัทแห่งหนึ่งเขียนเว็บไซต์ และทำการโฆษณา เมื่อมีผู้สนใจติดต่อมา นายมูนีรจะเป็นแอดมินพูดคุยกับลูกค้า โดยนายมูนีร จะส่งข้อมูลลูกค้าให้กับนายปังปอนด์ จากนั้นนายปังปอนด์ จะทําการปลอมแปลงใบรับรองผลการตรวจโควิด เมื่อลูกค้าชําระเงินเรียบร้อยแล้ว นายมูนีรจะรวบรวมและยักย้ายถ่ายเทเงินไปยังบัญชีม้าต่างๆ จากนั้นจะมีการแบ่งผลประโยชน์กัน โดยนายมูนีรได้เงิน 500 บาทต่อคน ส่วนนายปังปอนด์ ได้เงิน 390 บาทต่อคน โดยทำมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 ถึงเดือนมกราคม 2565 และได้เงินจากการขายใบรับรองผลการตรวจโควิดปลอม ประมาณ 300,000 บาท

พ.ต.อ.ธรากร เผยอีกว่า จากการสืบสวนเพิ่มเติม พบว่ากลุ่มผู้ต้องหายังได้ลักลอบจําหน่ายวุฒิการศึกษาปลอม เพื่อนําไปใช้การสมัครเรียนต่อหรือทํางาน ผ่านเว็บไซต์ https://gray-mulniti.com โดยมีให้เลือกตั้งแต่ระดับชั้น ประถมศึกษา จนถึงระดับปริญญาโท ในราคาตั้งแต่ 1,500-7,000 บาท อีกทั้งยังรับปลอมแปลงใบขับขี่, บัตรประจําตัว, ประชาชน, บัตรข้าราชการ, โฉนดที่ดิน และทะเบียนรถ โดยพบว่า ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 ถึงเดือนมกราคม 2565 กลุ่มผู้ต้องหาได้รับเงินจากปลอมแปลมเอกสารดังกล่าว ประมาณ 5,000,000 บาท และขอฝากถึงประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อ และการนำเอกสารปลอมไปใช้ ก็จะมีความผิดทางอาญาเช่นกัน

ขณะที่ พ.ต.อ.เนติ เปิดเผยว่า ในส่วนของ น.ส.พลอย ที่ได้รับเงินว่าจ้างมา ยังได้ให้ญาติไปเปิดบัญชีเพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งบัญชีม้าเป็นบ่อเกิดของกลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ ดังนั้น ผู้ที่เปิดบัญชีและนำไปขาย จะถือว่ามีความผิดเช่นกัน นอกจากนี้ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพยังได้ส่งข้อมูลมาอีก 3-4 กลุ่ม หากยังคงกระทำความผิดอยู่ ก็จะต้องถูกดำเนินคดี ซึ่งข้อแตกต่างระหว่างใบรับรองจริงและปลอมนั้น มีข้อแตกต่างคือ เมื่อทำการแสกนคิวอาโค๊ด ใบรับรองปลอมจะเข้าสู้หน้าเว็บไซต์ แต่ใบรับรองจริงจะขึ้นเป็นไฟล์ นอกจากนี้ ยังได้อายัดบัญชีต้องสงสัย ซึ่งมีวงเงินจำนวน 1.9 ล้านบาทอีกด้วย ส่วนตัวนายปังปอนด์นั้นอยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบตัวบุคคล

ด้าน นายแพทย์ธเรศ กล่าวว่า ในเอกสารรับรองผลดังกล่าว ได้อ้างชื่อนักเทคนิคการแพทย์คนหนึ่ง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบนักเทคนิคคนดังกล่าวกับสภาเทคนิคการแพทย์

ขณะที่ นายแพทย์ภานุวัฒน์ กล่าวว่า เรียนประชาชนว่า เอกสารรับรองต่างๆ ควรขอจากสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต ส่วนใครที่ใช้เอกสารปลอม นอกจากจะมีความผิดแล้ว ยังส่งผลต่อการแพร่กระจายเชื้ออีกด้วย ให้ใช้ใบรับรองจากสถานพยาบาลของรัฐและเอกชน สามารถตรวจสอบได้ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และอยากให้ประชาชนรับการฉีดวัคซีน เมื่อทำการฉีดวัคซีนแล้วจะได้รับใบรับรองในระบบหมอพร้อมอยู่แล้ว ไม่ต้องไปหาซื้อตามสื่อสังคมออนไลน์

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image