ศาลเเพ่งสั่ง รพ.สัตว์เอกชน-สัตวเเพทย์รักษาสุนัขตายโดยประมาท ชดใช้ 1 แสน

26.03.22 | 15:34 น.

ศาลเเพ่งสั่ง รพ.สัตว์เอกชน-สัตวเเพทย์รักษาสุนัขตายโดยประมาท ชดใช้เจ้าของ ร่วม 1 เเสนบาท

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา ศาลแพ่งอ่านคำพิพากษาในคดีที่ นางสาววธิษณา เดือนดาว อายุ 55 ปี เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท โรงพยาบาลสัตว์เเห่งหนึ่ง, พร้อมด้วยสัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาล 2 ราย เป็นจำเลยที่ 1-3 ต่อศาลเเพ่งแผนกคดีผู้บริโภค ฐานละเมิดในทางการที่จ้าง, สิทธิที่จะได้รับข่าวสารที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับบริการในฐานะผู้บริโภค, ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม โดยเรียกค่าสินไหมทดแทน 1,000,000 บาท โดยศาลแพ่งประทับรับฟ้องคดีนี้ไว้พิจารณาเป็นคดีหมายเลขดำ ผบ.3656/2562

โดยขณะที่ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2562 น.ส.ธิษณาเล่าพฤติการณ์สรุปว่า ได้นำสุนัขชื่อเจอร์นี่ หรือเจ๋อ มาเลี้ยงตั้งแต่ 3 เดือน ดูแลเป็นอย่างดี และมีการตรวจสุขภาพทุกเดือน จนอายุ 11 ปีครึ่ง ล่าสุดเมื่อเดือนเมษายนปีเดียวกัน ตรวจพบเจอชิ้นเนื้อในปอด ขนาดกว่า 3 ซม. ได้มีการปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษา โดยแพทย์ได้ให้คำแนะนำ และโน้มน้าวให้นำสุนัขมารักษาด้วยวิธีการผ่าตัดส่องกล้อง เสนอราคา 35,000 บาท และมีการบอกค่าใช้จ่ายใหม่ เนื่องจากผ่าตัดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการส่องกล้อง ราคาประมาณ 80,000-100,000 บาท จึงตัดสินใจให้สุนัขเข้าผ่าตัดเพื่อทำการรักษาในครั้งนี้ และจ่ายเงิน 100,000 บาท แต่เมื่อถึงเวลาผ่าตัด ปรากฏว่าเป็นแพทย์อีกคนหนึ่งที่ผ่าตัดที่ไม่มีความชำนาญในการผ่าตัดแบบส่องกล้อง เมื่อเข้าผ่าตัดได้ไม่นานสุนัขก็เสียชีวิต เนื่องจากขณะผ่าตัดโดยการนำกล้องสอดเข้าไปในลำตัว ถูกเส้นเลือดใหญ่ และยังไม่ถึงปอดจุดที่พบชิ้นเนื้อ

หลังสุนัขเสียชีวิตผ่านไป 1 อาทิตย์ ไม่สามารถนอนหลับได้ ต้องใช้ยานอนหลับตลอด เพราะช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางโรงพยาบาล ได้ชี้แจงว่าการผ่าตัดปอดส่องกล้อง มีวิธีการที่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูง เพราะต้องผ่านเส้นเลือดและอวัยวะที่สำคัญ แต่ก่อนหน้านี้กลับแจ้งว่าการผ่าตัดรักษาด้วยวิธีนี้ไม่มีความอันตราย ไม่เสียเลือด และมีแผลขนาดเล็ก ซึ่งหากรู้ว่า ซับซ้อน ก็จะไม่ทำการรักษาโดยเด็ดขาด

โดยศาลเเพ่งเเผนกคดีผู้บริโภคพิพากษาว่าสัตวแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดกระทำโดยประมาท และโรงพยาบาลสัตว์ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้ทำการผ่าตัดต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม เนื่องจากโรงพยาบาลได้รับประโยชน์จากค่ารักษาพยาบาลและเป็นสถานที่ผ่าตัด และโจทก์เชื่อมั่นในโรงพยาบาล จึงนำสุนัขมาผ่าตัด โรงพยาบาลสัตว์จึงต้องร่วมรับผิดด้วย

Advertisement

พิพากษาให้จำเลยร่วมชดใช้ค่าเสียหาย ราคาสูงสุดของสุนัขพันธุ์นี้ คือ 70,000 บาท
เเละค่าเสียหายทางจิตใจให้เฉพาะที่โจทก์ไปหาหมอจริง จากการที่โศกเศร้าจากสุนัขตาย จนต้องไปพบแพทย์จากมีใบเสร็จค่ารักษาประมาณ 7,000 บาท เเละค่าทนายความจำนวน 30,000 บาท

นายอากาศ วสิกชาติ ทนายความในคดีนี้ กล่าวว่าฟังคำพิพากษาแล้ว ความเห็นในฐานะทนายความโจทก์ คือ 1.ข้อดีคือ แม้เป็นคดีแรกที่มีการฟ้องร้อง แต่เห็นได้ว่าศาลมองสัตว์เลี้ยงเป็นทรัพย์สำคัญของผู้เลี้ยง จนวินิจฉัยไปถึงความประมาทเลินเล่อของสัตวแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดได้ มิใช่มองเพียงว่าเป็นสุนัขตัวหนึ่ง

2.เป็นการยืนยันว่าการลงชื่อยินยอมก่อนการผ่าตัด ไม่ยกเว้นไปถึงการกระทำโดยประมาทเลินเล่อ

3.ความเสียหายทางจิตใจยังพิสูจน์ในศาลไทยได้ยากกว่าความเสียหายทางวัตถุ แม้ฟ้องเป็นคดีคุ้มครองผู้บริโภคก็ตาม

สรุปคือมีทั้งส่วนที่พึงพอใจและส่วนที่ต้องใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อไป คดียังไม่ถึงที่สุด
คู่ความทั้งสองฝ่ายมีสิทธิอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ต่อไป