ตร.ส่งฟ้องศาลแขวงกรุงเทพใต้วันนี้ หนุ่มซิ่งกระบะฝ่าไฟแดงตรงทางม้าลาย หวิดชนพยาบาลตั้งครรภ์หน้า รพ.จุฬาฯ เกือบซ้ำรอยหมอกระต่าย!
พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะโฆษก บช.น. แถลงความคืบหน้ากรณีผู้ใช้บัญชีเฟสบุ๊ก “Ginhom Nakab” โพสต์วิดิโอพร้อมข้อความระบุว่า “เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตอนเช้า บริเวณหน้าโรงพยาบาลย่านสวนลุม เนื่องจากไฟทางข้ามม้าลายเป็นสีแดง แต่รถไม่หยุดให้ และคนที่ข้ามเป็นคุณพยาบาลที่กำลังตั้งครรภ์ อยู่ด้วย คิดดูนะครับ ว่าจะเกิดอะไรขึ้น กับเหตุการณ์แบบนี้อีก” ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ในเขตพื้นที่ สน.ลุมพินี”
พล.ต.ต.จิรสันต์ เปิดเผยว่า ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามคลิปวีดีโอว่ามีรถยนต์ฝ่าฝืนสัญญาณบริเวณทางม้าลาย โดยไม่หยุดให้หญิงท้องคนดังกล่าวเดินข้ามไปก่อน จนเกือบเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ลุมพินี จึงลงพื้นที่ตรวจสอบ จนทราบว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 06.45 น. วันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา บริเวณทางม้าลาย หน้าประตู 8 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ จึงติดตามรถยนต์คันดังกล่าวจากกล้องวงจรปิดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประกอบกับกล้องวงจรปิดของ ก.ท.ม. และ หน่วยงานเอกชน จนทราบว่า รถยนต์ที่ก่อเหตุดังกล่าว เป็นรถยนต์อีชูซุ ดีแม็ก สีขาว หมายเลขทะเบียน 1ฒญ 5772 กรุงเทพมหานคร มี นายวีรยุทธ จำปาราช เป็นผู้ขับขี่ จึงสืบสวนติดตามบุคคลดังกล่าว จนกระทั่ง นายวีรยุทธได้เข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ลุมพินี เมื่อวานนี้ (29 มีนาคม)
พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวอีกว่า นายวีรยุทธ ได้ยอมรับว่าเป็นผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวขณะเกิดเหตุจริง โดยก่อนเกิดเหตุได้ขับขี่รถยนต์มาจาก อ.สามพราน จ.นครปฐม เพื่อนำส่งอาหารสดให้กับโรงเรียนย่านสาทร ถนนศาลาแดง และกำลังมุ่งหน้าไปโรงเรียนบริเวณ ถนนสามเสนซอย 11 เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ได้ก้มดูเส้นทางตามจีพีเอสจากโทรศัพท์มือถือ โดยไม่สังเกตเห็นว่าบริเวณดังกล่าวเป็นทางทางม้าลาย และมีสัญญาณฟจราจรสีแดงจึงทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสน. ลุมพินีจึงตรวจสอบเอกสารของรถยนต์ที่เกิดเหตุ พบว่า มีสถานะปกติ แต่ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ของ นายวีรยุทธหมดอายุตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 จึงดำเนินคดีกับนายวีรยุทธ 4 ข้อหา ได้แก่ “ไม่หยุดรถให้คนข้ามถนนบริเวณทางข้าม”, “ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ
ตามสัญญาณไฟจราจร”, “ขับรถโดยไมได้รับใบอนุญาต” และ “ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น” โดย 3 ข้อหาแรก ได้ทำการเปรียบเทียบปรับไปข้อหาละ 1,000 บาท ส่วนข้อหา “ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น” จะส่งฟ้องศาลแขวงกรุงเทพใต้ภายในวันนี้ จึงขอฝากประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน ให้ปฏิบัติตามเครื่องหมาย และสัญญาณไฟจราจร เพื่อช่วยลดความสูญเสียที่เกิดจากอุบัติเหตุ

