ภัยสังคม จับ ‘สาว 30’ เปิดคลินิกรับสมัครแพทย์ หลอกเอาเอกสาร ใช้สวมรอยทำผิด

รวบหมอปลอม ลวงเปิดคลินิกหลอกเอาเอกสารจากแพทย์ สวมรอยกระทำความผิดซ้ำซาก

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. พร้อมด้วย นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ. ร่วมแถลงผลการจับกุม น.ส.ณัฐชานันท์ พิทักษ์ชัยกร อายุ 30 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 247/65 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2565 ข้อหา “ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต, ใช้คำหรือข้อความที่แสดงให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขาต่างๆ, ฉ้อโกง โดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” โดยจับกุมได้ที่บ้านพักย่านถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ

พล.ต.ต.อนันต์เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ น.ส.ณัฐชานันท์ มีพฤติการณ์หลอกลวงเปิดคลินิก ย่านบางนา และประกาศรับสมัครแพทย์ โดยมีจุดประสงค์จะนำใบประกอบวิชาชีพของผู้สมัครใช้ปลอมแปลงเป็นของตนเพื่อสวมรอยเป็นแพทย์เสริมความงามเข้าไปทำงานในคลินิกหลายแห่ง ต่อมา พ.ญ.เอ (นามสมมุติ) เจ้าของคลินิกผู้เสียหายในพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ทราบเรื่อง จึงแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง กระทั่งศาลจังหวัดนนทบุรีอนุมัติออกหมายจับไว้

พล.ต.ต.อนันต์กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบประวัติคดีของ น.ส.ณัฐชานันท์ พบว่าตั้งแต่ปี 2556 ถึง ปัจจุบัน ถูกดำเนินคดี 13 คดี ต่างท้องที่กัน ส่วนใหญ่เป็นคดีหลอกลวงเอาเอกสารของผู้อื่นไปสวมรอยทำธุรกรรม หรือนำเอกสารของแพทย์ที่หลอกลวงมาได้ไปสวมรอยเป็นแพทย์ด้วยการใช้ความรู้จากที่เคยทำงานในคลินิกเสริมความงาม เข้าทำงานในคลินิกต่างๆ โดย น.ส.ณัฐชานันท์ ต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษาศาล ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2559 ถึง สิงหาคม 2564 แต่เมื่อพ้นโทษแล้วก็ยังกลับมาก่อเหตุลักษณะเดิมอีกจึงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ก่อนยื่นประกันตัวต่อศาลก่อนก่อเหตุซ้ำอีกครั้ง กระทั่งเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า น.ส.ณัฐชานันท์ ได้หลบหนีอยู่ที่ย่านถนนจรัญสนิทวงศ์ จึงนำกำลังติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว

พล.ต.ต.อนันต์กล่าวอีกว่า สอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ได้กระทำความผิดจริง โดยได้กระทำความผิดในลักษณะเดิม โดยเปิดคลินิกและประกาศหาแพทย์ทำงานในคลินิกเสริมความงามทางออนไลน์ เพื่อหลอกลวงเอาเอกสารของแพทย์ที่มาสมัครงานไปใช้สวมรอยเป็นแพทย์ ใช้วิธีการตัดต่อตกแต่งภาพและจะใช้บัญชีญาติมาเพื่อรับโอนเงินเดือน เมื่อทำงานไปสักพักจะย้ายคลินิกทำงานไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้ถูกจับพิรุธได้ โดย น.ส.ณัฐชานันท์อ้างว่าต้องการนำไปใช้ทำธุรกิจคลินิกเสริมความงาม

Advertisement

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image