โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปวิดีโอชายหนุ่มและหญิงสาวรายหนึ่งมีปากเสียงกัน โดยปรากฏภาพฝ่ายชายลากฝ่ายหญิงไปกับพื้น พร้อมตะโกนเสียงดัง จนพลเมืองดีผู้บันทึกภาพไว้ได้ตัดสินใจชวนเพื่อนลงไปช่วยฝ่ายหญิง ซึ่งกำลังถูกจับหัวและลากไปกับพื้นจนเสื้อฉีกขาด ด้วยเกรงจะเกิดเหตุการณ์ลุกลามไปกว่านี้นั้น
ต่อมา น.ส.ศศิมา เทียมตรี หรือตาล อายุ 28 ปี และ น.ส.พิรุณรุ้ง พยัคฆ์กุล หรือโฟน อายุ 30 ปี พลเมืองดีเจ้าของคลิป และบุคคลที่ปรากฏในคลิป คู่รักทำร้ายร่างกาย ภายในคอนโดย่านอโศก-พระราม 9 พร้อมนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือกัน จอมพลัง และนายกฤษฎา โลหิตดี หรือทนายโนบิ ทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง เพื่อให้ปากคำหลังถูกนายเคนลี อธิคุณ อายุ 26 ปี ลงบันทึกประจำวัน ว่าถูกพลเมืองดีทำร้ายร่างกาย และต้องการให้พลเมืองดีลบคลิปที่มีการเผยแพร่ ขณะมีปากเสียงกับแฟนสาวเมื่อกลางดึกเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนให้เข้ามาพบโดยประสานกับคู่กรณีให้เข้ามาพบด้วยเช่นกัน แต่ผ่านไปกว่า 3 ชั่วโมง นายเคนลีและแฟนสาวไม่ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน
น.ส.พิรุณรุ้ง ผู้ถ่ายคลิปวันเกิดเหตุเล่าให้สื่อมวลชนฟังว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นรุ่งเช้าวันที่ 8 มิ.ย. ขณะที่อยู่บนห้องมองลงมาเห็นผู้หญิงกำลังถูกทำร้ายร่างกาย สภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย เมื่อเห็นเป็นผู้หญิงด้วยกันจึงรีบลงมาข้างล่างเพื่อให้ความช่วยเหลือ แต่พอลงมาเหตุการณ์เริ่มสงบแล้ว แต่ฝ่ายชายไม่พอใจ จึงด่าทอยั่วยุกัน ยอมรับว่าจุดประสงค์ที่ลงไปเพราะต้องการให้ความช่วยเหลือไม่ได้อยากมีปัญหา ส่วนกระแสตีกลับที่ถูกมองว่าตนไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของอีกฝ่ายตนเข้าใจและยอมรับ ยืนยันว่าเพียงแต่ต้องการช่วยเหลือผู้หญิงด้วยกันเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากย้อนเวลากลับไปได้จะช่วยเหลือผู้หญิงคนดังกล่าวหรือไม่ ยืนยันว่าจะช่วยเหลือเหมือนเดิม หากคู่กรณีเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อทำการไกล่เกลี่ย ตนก็พร้อมจะพูดคุยไกล่เกลี่ยและลบคลิปให้ หลังจากนี้ให้เป็นไปตามขั้นตอนตามกฎหมาย เบื้องต้นทราบว่าฝั่งคู่กรณีจะเอาผิดตัวเองในฐานกระทำความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เนื่องจากถ่ายคลิปโดยไม่ได้รับการยินยอมและไปโพสต์ลงสื่อโซเชียลมีเดีย
ด้าน น.ส.ศศิมากล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นวันที่ 8 มิถุนายน แต่เพิ่งนำคลิปนี้มาโพสต์ เวลานั้นตนและเพื่อนกำลังนั่งเล่นอยู่ในห้องได้ยินเสียงผู้หญิงตะโกนดังลั่นถึง 5 นาที จึงเดินออกมาดูริมระเบียง เห็นผู้หญิงกำลังถูกผู้ชายทำร้ายตามภาพในคลิปจึงเรียก รปภ.ไปช่วย พอลงมาถึงผู้ชายคนดังกล่าวยังทำร้ายผู้หญิงอยู่จึงเกิดความสงสารและพยายามเข้าไปห้ามปราม จังหวะที่กำลังชุลมุนด้วยแรงผู้ชาย ทำให้เกิดรอยฟกช้ำที่ผิวหนังบริเวณแขนด้านขวา แม้หลายคนจะมองว่าเป็นเรื่องของสามีภรรยา และก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือไม่ แต่ตนยืนยันว่าสิ่งที่ทำลงไปเพราะเจตนาดีและมีความเป็นห่วงผู้หญิงจริงๆ ต่อมาช่วงที่ตำรวจเข้ามาห้ามปราม สามีภรรยาอาศัยช่วงชุลมุนวิ่งหนีขึ้นห้องไป
ด้านทนายโนบิระบุว่า ในฐานะคนกลาง มาเพื่อช่วยไกล่เกลี่ยเรื่องในทางคดี ส่วนคดีความจะเป็นอย่างไรขอให้เป็นเรื่องทางคดี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขอให้ดูเจตนาของผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือด้วย เพราะหากเกิดเห็นคนตกอยู่ในอันตรายแล้วไม่เข้าไปช่วยอาจก่อให้เกิดความผิดตามมา ส่วนประเด็นที่ น.ส.ศศิมาไปทำร้ายร่างกายของอีกฝ่าย ต้องดูเจตนาและสาเหตุว่ามีการยั่วยุจนเป็นความสมัครใจทะเลาะวิวาทหรือไม่ โดยวันนี้มีการติดต่อไปทางฝั่งของคู่กรณีเพื่อขอพูดคุยแล้วแต่ยังไม่ได้ข้อสรุป หลังจากนี้พร้อมที่จะไกล่เกลี่ยหาข้อสรุป หากคู่กรณียืนยันที่จะดำเนินคดี ตนและทีมทนายพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ

