เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 29 มิถุนายน พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.อัครพล โทยะ ผกก.กก.สส.บก.น.2 พ.ต.อ.ชิศณุพงศ์ สุริยานนท์ ผกก.สน.พหลโยธิน พ.ต.ท.ธเนศ ศรีจำปา รอง ผกก.สส.สน.พหลโยธิน พ.ต.ต.ไพศาล เดชกัลยา สว.สส.กก.สส.บก.น.2 นำกำลังตำรวจ สน.พหลโยธิน จับกุมนายชยันต์ ปาลพันธุ์ อายุ 48 ปี ผู้ก่อเหตุชิงทรัพย์นักเรียนโรงเรียนหอวัง เป็นเงินสด 100 บาท เมื่อเช้ามืดวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยจับกุมได้ที่ป้ายรถประจำทางบริเวณแยกสุทธิสารเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา
น.ส.อามีนะ (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี ภรรยาของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า อยู่กินกันมาได้ประมาณ 2 ปีกว่า โดยตนมีอาชีพเป็นแม่บ้าน ส่วนสามีขับวินจักรยานยนต์รับจ้างย่านอินทามระ สามีเป็นคนดูแลครอบครัว แต่มักจะมีปัญหาทะเลาะกันบ่อยครั้ง ซึ่งเวลาที่มีปากเสียงฝ่ายสามีจะเดินหนีออกไปนอกบ้านประจำ วันเกิดเหตุก็มีปากเสียงกันจนสามีเดินออกจากบ้าน แล้วไปก่อเหตุชิงทรัพย์เด็กนักเรียน ก่อนจะกลับมาที่บ้านและทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น กระทั่งมาทราบตอนที่สามีถูกตำรวจจับกุม อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าสาเหตุที่ทำลงไปมาจากการประชดประชันหลังจากที่ทะเลาะกัน
ด้าน พล.ต.ต.โชคชัยเปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุตำรวจได้เร่งติดตามจับกุมคนร้ายจนทราบว่าพักอาศัยอยู่ซอยอินทามระ 29 จึงนำกำลังไปควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สน.พหลโยธิน เบื้องต้นคนร้ายให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุเพราะมีเงินไม่พอใช้ โดยก่อนเกิดเหตุได้เสพยาเสพติดก่อนนั่งรถเมล์ออกจากที่พักมาลงที่ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว และเดินเลาะกำแพงโรงเรียนหอวัง จนพบเด็กนักเรียนผู้เสียหาย จึงลงมือก่อเหตุข่มขู่ชิงโทรศัพท์มือถือ โดยไม่มีอาวุธแต่อย่างใด แต่เด็กนักเรียนส่งเงินให้ 100 บาทแทน จากนั้นได้ขึ้นรถจักรยานยนต์รับจ้างหลบหนีกลับไปยังบ้านพัก และเอาเงินไปใช้จ่ายตามปกติ
พล.ต.ต.โชคชัยกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ คนร้ายเคยมีประวัติจำหน่ายยาเสพติดเมื่อปี 2545 ซึ่งหลังเกิดเหตุตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว ถือเป็นคดีที่ก่อเหตุอย่างอุกอาจ เป็นการก่อเหตุบริเวณหน้าโรงเรียน และอยากฝากถึงประชาชนในการเดินในที่สาธารณะเพียงลำพังให้สังเกตสิ่งรอบตัว หรือบุคคลน่าสงสัย และหากเกิดเหตุก็ขอให้รีบแจ้งตำรวจทันทีเช่นเดียวกับคดีนี้
ต่อมาเวลา 16.15 น. ตำรวจนำตัวนายชยันต์ส่งศาลอาญา ในข้อหา “ชิงทรัพย์” ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



