รวบแล้ว 2 ผู้ต้องหา ‘นายทุนคลั่งลัทธิ’ ทำร้าย 3 อดีตพยาบาล พร้อมลูก ขู่สาดน้ำร้อน
จากกรณีที่ “ชุดลาดตระเวนออนไลน์” บก.สส.บช.น. รับแจ้งเบาะแสจากผู้เสียหายรายหนึ่งผ่านทางเฟซบุ๊ก เพจ “สืบสวนนครบาล IDMB” ว่าญาติของตนเป็นผู้หญิง พร้อมบุตรและเพื่อน รวม 5 คน ถูกบังคับทำงานอยู่ในห้องพักภายในคอนโดแห่งหนึ่ง ย่านสะพานพระราม 8 ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กทม. โดยผู้ถูกกักขังแอบส่งข้อความมาให้กับชุดลาดตระเวนออนไลน์ ส่งรูปภาพสภาพร่างกายถูกโกนผมและมีบาดแผลถูกน้ำร้อนลวก พร้อมให้ข้อมูลว่า มิจฉาชีพบังคับให้ตบหน้าบุตรชายและบุตรสาวของตนหลายครั้ง ถ้าไม่ทำจะสาดน้ำร้อนใส่เด็กๆ หลังได้รับแจ้ง พล.ต.ต.ธีรเดชสั่งการให้เจ้าหน้าที่ บก.สส.บช.น.ลงพื้นที่ตรวจสอบจนทราบถึงสถานที่ที่ถูกกักขัง
เบื้องต้น พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) สอบถามเหยื่อ 3 ราย เป็นแม่ลูกกัน มีอาการหวาดกลัว เสมือนคนเกิดภาวะผิดปกติทางจิต และให้ข้อมูลว่าถูกบังคับให้ทำงานหาเงินใช้หนี้ให้กับ “นายทุน” อ้างเป็น นายแพทย์หญิงลูกครึ่งเกาหลี-ญี่ปุ่น ทำงานสถานทูต โดยมีลูกน้อง 1 คน เป็นคนคอยมาควบคุม จากสภาพความเป็นอยู่และสภาพจิตใจของเหยื่อมีความผิดปกติ ประกอบกับเรื่องราวที่สลับซับซ้อนที่เกิดขึ้นภายในคอนโดดังกล่าว
จากการซักถามปากคำโดยละเอียดเหยื่อทีละคนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด และสืบสวนขยายผลทำให้ทราบข้อเท็จจริงที่ “สุดพิสดาร” โดยเหยื่อ 3 ราย เป็นอดีตพยาบาลในโรงพยาบาลชื่อดัง แต่ลาออกและมาทำธุรกิจร่วมกับ “นายทุนผู้คลั่งลัทธิ”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
โดย “นายทุน” จะใช้อุบายหลอกลวงทั้ง 3 คน แรกเริ่มจะทำทีร่วมธุรกิจด้วยกันแต่จะให้รวบรวมเงินไว้ที่นายทุน เมื่อธุรกิจเริ่มขับเคลื่อน นายทุนจะใช้ทุนดำเนินการต่างๆ โดยเหยื่อทั้ง 3 ไม่ทราบแต่อย่างใด และจะใช้ “ความกลัว” เข้ากดขี่ เช่น หลอกว่างานไม่สำเร็จมีค่าปรับ, ลูกค้าเรียกเงินคืน, ฝากบุตรเข้าโรงเรียนดัง ฯลฯ
จากนั้นนายทุนจะอุปโลกน์ “หนี้” ยัดเยียดให้กับทั้ง 3 และใช้การหลอกว่ารู้จักกับตำรวจจะดำเนินคดีกับทั้ง 3 คน ทำให้เกิดความกลัวและยอมตกเป็นเบี้ยล่าง ทำงานใช้หนี้ทิพย์เรื่อยมากว่า 3 ปี โดยล่าสุดทั้ง 3 เข้าใจว่าตกเป็นหนี้นายทุน จำนวน 140 ล้านบาท ทั้งที่แท้จริงทั้ง 3 ถูกนายทุนหลอกลวงทรัพย์สินไปรวมความเสียหายไม่ต่ำกว่า 5,000,000 บาท จึงนำตัวเหยื่อและเด็กเข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลตำรวจ
ล่าสุดศาลอนุมัติหมายจับแล้ว 2 ราย คือ นายฮารุ ฮวังสิริ อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชันที่ 505/65 ลงวันที่ 17 ต.ค.65 ข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น เป็นเหตุให้ผู้อื่นนั้นได้รับอันตรายสาหัส, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง หรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้าย จนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น”
และ นายตรีเพชรรัตน ณพชร อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชันที่ 506/65 ลงวันที่ 17 ต.ค.65 ข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น เป็นเหตุให้ผู้อื่นนั้นได้รับอันตรายสาหัส, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง หรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้าย จนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น”
โดยมีรายงานว่าสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 รายได้แล้ว


