เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 นำกำลังตรวจค้นห้อง 36/199 คอนโดศุภาลัย เวลลิงตัน แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ตามหมายค้นศาลอาญาที่ ค.1047/2565 ลงวันที่ 27 ตุลาคม จับกุม น.ส.ลี จาง (LI ZHANG) อายุ 40 ปี สัญชาติจีน
โดยก่อนหน้านี้ ตำรวจ กก.2 บก.สอท.1 ได้ทำการสืบสวนติดตามกลุ่มผู้ต้องหาในขบวนการหลอกลงทุนซื้อ-ขาย เงินสกุลดิจิทัล ผ่านแอพพลิเคชั่นเทรดปลอม (BitMEX) ได้รับความเสียหาย จำนวน 23 ล้านบาท จากการสืบสวนเส้นทางการเงินของกลุ่มคนร้าย พบว่ามีการนำเงินที่ได้จากการกระทำความผิด แปรสภาพโดยนำเงินสดไปซื้อเหรียญคริปโทเคอร์เรนซี (USDT) บนกระดานซื้อ-ขาย สินทรัพย์ดิจิทัล ของต่างประเทศ และนำเหรียญคริปโทฯ (USDT) ที่ได้มานั้น วนกลับมาขายให้กับลูกค้า นอกกระดานซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อให้ยากต่อการสืบสวนติดตาม
จากการสืบสวนเส้นทางการเงินของ น.ส.ลี จาง พบความเชื่อมโยงเกี่ยวกับธุรกิจขายเหรียญคริปโทฯ (USDT) ที่ต้องสงสัยเกี่ยวกับการฟอกเงินให้กลุ่มคนร้ายในคดีดังกล่าว
กระทั่งเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ตรวจค้นคอนโดพบเครื่องคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก จำนวน 1 เครื่อง, สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 9 เล่ม, โทรศัพท์มือถือ จำนวน 5 เครื่อง และหนังสือเดินทางสัญชาติจีนของบุคคลอื่น จำนวน 30 เล่ม
น.ส.ลี จาง ให้การว่า เข้ามาในประเทศไทยโดยขอวีซ่าติดตามครอบครัว และได้รับจ้างจากคนจีนที่อยู่ในประเทศไทย ให้ดำเนินการเรื่องขอต่อวีซ่า และมีรายได้จากการซื้อตั๋วเครื่องบินให้กับคนจีนที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย พบว่าพฤติการณ์เข้าข่ายความผิด ตาม พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว ในความผิดฐานเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการตรวจยึด หนังสือเดินทาง จำนวน 30 เล่ม พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากตรวจสอบบัญชีธนาคารของ น.ส.ลี จาง 5 เดือนย้อนหลัง พบว่ามีเงินหมุนเวียนกว่า 125 ล้านบาท ซึ่งไม่สอดคล้องกับรายได้ จากการรับต่อวีซ่า และรับจ้างซื้อตั๋วเครื่องบินให้กับลูกค้าชาวจีน เมื่อตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของ น.ส.ลี จาง พบว่ามีเหรียญคริปโทฯ USDT ผ่านเข้า-ออกกระเป๋าเงินดิจิทัลของ น.ส.ลี จาง เป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่ชัดเจนถึงแหล่งที่มา เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการฟอกเงิน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการอายัดบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้อง พร้อมประสานเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อดำเนินคดีเกี่ยวกับการฟอกเงินต่อไป

