‘บิ๊กโจ๊ก’ เเถลงดำเนินคดีทุนจีน ‘ตู้ห่าว’ค้านประกัน ส่งฝากขังศาลอาญาใต้พรุ่งนี้

23.11.22 | 17:05 น.

“บิ๊กโจ๊ก” เเถลงดำเนินคดีทุนจีน “ตู้ห่าว”ค้านประกัน ส่งฝากขังศาลอาญาใต้พรุ่งนี้ลั่นดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องหมด ไม่สนตำเเหน่ง จนท.รัฐเอี่ยวโดน 157

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ที่สโมสรตำรวจถนนวิภาวดี นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือตู้ห่าว เข้ามอบตัวกับตำรวจที่สโมสรตำรวจ หลังถูกศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับในข้อหา สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด, ผู้นั้นสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด, ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติด และร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งการออกหมายจับดังกล่าวมาจากการที่ทางตำรวจนครบาลได้เข้าตรวจสอบผับจินหลิง ในท้องที่ สน.ยานนาวา ซึ่งในที่เกิดเหตุพบนักเที่ยวชาวจีนมั่วสุมเสพยาเสพติดเป็นจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายตู้ห่าวถึงกรณีที่เกิดขึ้น ซึ่งนายตู้ห่าวพูดปฏิเสธเพียงสั้นๆ ว่า “ไม่จริง ไม่จริง” ก่อนจะถูกคุมตัวไปสอบปากคำ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้แถลงผลปฏิบัติการดำเนินคดีกับกลุ่มนายทุนจีนและนอมินีร้านจินหลิง ผับ, เบเบี้เฟซ, ท็อปวัน และคลับวัน จากปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น 5 ครั้ง เป้าหมาย 75 จุด ใน 20 จังหวัด จับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องได้ 93 คน ยึด อายัดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบทั้ง เงินสด รถยนต์หรู และเครื่องประดับ มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท

จากการขยายผล 4 คดี ที่สถานบันเทิงเกี่ยวข้องกับนายทุนจีนสีเทา ได้แก่ ร้านจินหลิง พื้นที่ สน.ยานนาวา ได้ออกหมายจับและจับกุมผู้ต้องหาได้ 6 คน หนึ่งในนั้นคือนายตู้ห่าว

กรณีที่ 2 คือร้านท็อปวัน พื้นที่ สน.สุทธิสาร ซึ่งมีหญิงชาวจีนเสียชีวิตจากการเสพยาเสพติดเกินขนาด และมีผู้ต้องหาเข้าไปเกี่ยวข้องกับการซุกซ่อนอำพรางหลักฐานเกี่ยวกับการเสียชีวิต ซึ่งได้จับกุมไปแล้ว 4 คน จึงได้มีการขยายผลว่าสถานบันเทิงดังกล่าวเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับกรรมการและผู้ถือหุ้น 2 คน และจับกุมในเวลาต่อมา

Advertisement

กรณีที่ 3 ร้านเบบี้เฟซ พื้นที่ สน.คลองตัน ดำเนินคดีและจับกุมผู้ต้องหา 4 คน

และกรณีที่ 4 ร้านคลับวัน พัทยา จ.ชลบุรี พื้นที่ สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดีผู้ต้องหา 4 คน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.เปิดเผยว่า 5 เสือ นายทุนจีนสีเทา ที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย ได้จับกุมตัวการใหญ่ไปแล้ว 3 กลุ่ม คือ นายตู้ห่าว, นายเดวิด และนายยู่ ฉาง เฟย ส่วนกลุ่มที่ 4 คือ นายโทนี่ และนายจอห์นนี่ อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อเอาผิด และกลุ่มที่ 5 คือ นายหมิง ซึ่งขณะนี้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว

ส่วนการที่นายตู้ห่าวเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสอบในวันนี้ จากการสอบปากคำเบื้องต้นนายตู้ห่าว ยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและจะขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น แต่ทางตำรวจมีหลักฐานว่านายตู้ห่าวมีการเดินทางเข้าออกผับจินหลิงบ่อยครั้งและเป็นผู้เช่าอาคารสถานที่ เชื่อได้ว่านายตู้ห่าวอยู่เบื้องหลังในการสั่งการและบริหารผับจินหลิง หากการสอบสวนแล้วเสร็จจะควบคุมตัวไปขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้ฝากขังต่อไป และจะคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

และจากการตรวจสอบบ้านพักย่านตลิ่งชันของนายตู้ห่าว เบื้องต้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมายภายในบ้าน พบภรรยาของนายตู้ห่าวที่อยู่ในบ้าน มียศเป็นพ.ต.อ. สังกัดกองการต่างประเทศ ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานอดีตผบ.ตร. และอดีตรองนายกรัฐมนตรี และจากการสอบสวนเบื้องต้นไม่พบว่าภรรยาของนายตู้ห่าวมีความเชื่อมโยงในการกระทำความผิด แต่อย่างไรก็ตามที่มีการตั้งข้อสงสัยว่า ภรรยาครอบครองบ้านหรู200 ล้านบาท การสอบสวนจะมีการขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดหากพบว่ามีเส้นทางการเงินต้องถูกดำเนินคดีทุกคน

ส่วนกรณีที่นายตู้ห่าวมีความสนิทสนมกับอดีตรัฐมนตรีและเคยบริจาคเงินให้พรรคพลังประชารัฐ เบื้องต้นพรรคการเมืองไม่ทราบเจตนาที่มาของเงิน ส่วนความเชื่อมโยงระหว่างนายตู้ห่าวและอดีตรัฐมนตรีคนหนึ่งจะต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินอีกครั้ง

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าจะดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีพฤติกรรมให้ความช่วยเหลือทางคดีกับผู้ต้องหาผับจินหลิง คือ รองผู้กำกับจราจร สน.ลาดพร้าว ,พนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา 2 นาย ที่ปล่อยตัวผู้ต้องหาไปโดยมิชอบ และล่าสุดคือรองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 รักษาราชการแทนผู้กำกับการ สน.ยานนาวา ในความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หลังสอบสวนพบว่ามีการปล่อยคืนรถหรูทั้งหมด 4 คัน ที่เป็นของกลางในผับจินหลิงให้ผู้ต้องหา โดยแลกกับผลประโยชน์คันละ 2 ล้านบาท

และในระหว่างการแถลงข่าว นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตเจ้าของสถานบันเทิง ได้นำเอกสารสำคัญเพิ่มเติมมามอบให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งในเอกสารเป็นข้อมูลเกี่ยวกับนอมินีของนายตู้ห่าว ซึ่งเป็นภรรยาอีกคนหนึ่งของนายตู้ห่าวชื่อพัชรรินทร์ มีอาชีพขายเครื่องครัวย่านพระราม 4 แต่มีทรัพย์สินมากมายหลายพันล้านบาท ขอให้ตรวจสอบทรัพย์สินก่อนจะมีการโยกย้ายถ่ายเทไปที่อื่น เนื่องจากภรรยาคนนี้มีความสัมพันธ์อันดีกับผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่ชอบสะสมนาฬิกาหรู

และทิ้งท้ายถึงพล.ต.อ.สุรเชษฐ์เร่งดำเนินคดี เพราะสังคมจับจ้องมองเรื่องนี้อยู่ ส่วนตนถือว่าหมดหน้าที่ในวันนี้แล้วยืนยันว่าไม่ได้ต้องการมีชื่อเสียงหรือหิวเเสง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเเถลงข่าวเสร็จทีการนำตัวนายตู้ห่าวไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สน.ยานนาวา ก่อนที่จะส่งตัวไปขออำนาจศาลฝากขังในวันที่ 24 พฤศจิกายนต่อไป