เหยื่อ ‘แอม ไซยาไนด์’ โผล่ อีกราย ที่ศรีสะเกษ ญาติเผยหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน เคยเป็นเท้าแชร์ที่นครปฐม

27.04.23 | 17:38 น.

เหยื่อ ‘แอม ไซยาไนด์’ โผล่ อีกราย ที่ศรีสะเกษ ญาติเผยหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน เคยเป็นเท้าแชร์ที่นครปฐม พบเสียชีวิตกะทันหัน ก่อนตายหอบแม่-ลูกสาว-น้องหมา กลับบ้านบอกชีวิตไม่ปลอดภัย

เมื่อวันที่ 27 เมษายน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของนายเกิด แก้วบุปผา อายุ 66 ปี และนางสุพิศ แก้วบุปผา อายุ 69 ปี ซึ่งเป็นคุณพ่อและคุณแม่ของนางสาวนิตยา แก้วบุปผา อายุ 36 ปี ที่เสียชีวิตไปแล้ว เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2563 ที่จังหวัดนครปฐม โดยผู้สื่อข่าวได้พบกับนางสาวสุธาวรรณ อายุ 17 ปี ลูกสาวของนางสาวนิตยา กำลังพูดคุยกันอยู่กับนางสาวณัฐธยาน์ โพธิ์กระสัง อายุ 47 ปี เป็นน้าสาวของนางสาวนิติยา โดยได้นำเอารูปภาพของนางสาวกิตติยา พร้อมทั้งนำเอาใบมรณบัตรของนางสาวนิตยา มาแสดงให้ผู้สื่อข่าวได้ดูและตรวจสอบด้วยโดยใบมรณบัตรแจ้งว่า นางสาวนิตยา เสียชีวิตที่ อ.เมือง จ.นครปฐม เสียชีวิตเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2563 เวลา 12.00 น. สาเหตุการตายเนื่องจากระบบไหลเวียนโลหิตและการหายใจล้มเหลว

นางสาวณัฐธยาน์ โพธิ์กระสัง อายุ 47 ปี เป็นน้าสาวของนางสาวนิตยา กล่าวว่า ตนเป็นน้าสาวของนางสาวนิตยา จากการที่ตนได้ตรวจสอบสภาพศพของนางนิตยาแล้วพบว่า ตามร่างกาย เป็นสีม่วงคล้ำคล้ายกับสีองุ่นลักษณะการตายผิดธรรมชาติไม่เหมือนกับคนที่เสียชีวิตปกติทั่วไป ทำให้ตนและญาติพี่น้องทุกคนพากันติดใจสงสัยสาเหตุการตายของนางสาวนิตยาเป็นอย่างมาก และต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องรื้อฟื้นคดีการเสียชีวิตของนางสาวนิตยาขึ้นมา เพื่อความเป็นธรรมให้กับนางสาวนิตยาด้วย โดยก่อนที่นางสาวนิตยาจะเสียชีวิตประมาณ 1 อาทิตย์ ได้นำนางสุพิศ แก้วบุปผา อายุ 69 ปี ซึ่งเป็นแม่ พร้อมด้วย นางสาวสุธาวรรณ หรือแตงโม ขณะนั้น อายุ 15 ปี และสุนัขชื่อกาแฟ มาส่งที่บ้านแห่งนี้ โดยแจ้งให้ตนทราบว่า ขณะนี้เวลาของตนหมดแล้วและเกรงว่า แม่และลูกสาวรวมทั้งสุนัขที่นางสาวนิตยา จะไม่ได้รับความปลอดภัย เนื่องจากว่า นางสาวนิตยาเป็นเท้าแชร์หลายเจ้า และต้องหมุนเงินไปใช้หนี้ลูกแชร์ที่ติดหนี้ค้างจ่ายหลายราย แต่ว่าหมุนเงินไม่ทันเกรงว่าจะได้รับอันตราย

นางสาวณัฐธยาน์ น้าสาวของนางสาวนิตยา กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีรถฟอร์จูนเนอร์สีขาวนั้นนางสาวนิตยาได้ขอยืมมาจากน้าอรซึ่งเป็นน้องสาวของแม่ เพื่อมาใช้งานเนื่องจากช่วงนั้นไม่มีรถใช้งานจึงไปขอยืมรถน้องสาวของแม่มาใช้และรถฟอร์จูนเนอร์สีขาวได้หายไปประมาณ 2 อาทิตย์ ก่อนที่นางสาวนิตยาจะเสียชีวิตจึงไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนไว้แล้วและไม่ทราบว่ารถหายไปที่ใด เพราะว่านำเอารถไปจอดไว้ที่ไซต์งาน เนื่องจากนางสาวนิตยาเป็นโฟร์แมนคุมงานจะต้องเดินทางไปกลุ่มงานการก่อสร้างหลายแห่งทำให้รถหายไป

Advertisement

นางสุพิศ แก้วบุบผา อายุ 69 ปี แม่ของนางสาวนิติยา กล่าวว่า นางสาวนิตยาเป็นเสาหลักของบ้าน หาเลี้ยงครอบครัวโดยจะส่งเงินมาให้พ่อกับแม่เดือนละประมาณ 3,000 กว่าบาทเป็นประจำทุกเดือน เมื่อขาดนางสาวนิตยาแล้วทำให้ครอบครัวได้รับความเดือดร้อนมากเพราะพ่อแม่แก่แล้ว ไม่มีรายได้จากทางอื่นมาใช้จ่ายในครอบครัว ตนอยากขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรื้อคดีนี้ขึ้นมา เพื่อให้ความเป็นธรรมให้กับนางสาวนิตยาลูกสาวที่ตนรักมากด้วย

นางสาวสุธาวรรณ ซึ่งเป็นลูกสาวคนโตของนางสาวนิตยา กล่าวว่า ตนเสียใจมากที่คุณแม่เสียชีวิตอย่างกะทันหันในครั้งนี้ โดยก่อนที่แม่จะเสียชีวิต แม่ได้โทรศัพท์มาบอกว่าเดี๋ยวแม่จะโอนเงินมาให้เพื่อให้ไปโรงเรียน จากนั้นตนก็มาได้ทราบข่าวว่าแม่เสียชีวิตกะทันหันในห้องน้ำที่บ้านพักที่จังหวัดนครปฐม ซึ่งเมื่อนำศพของแม่มาทำบุญที่บ้าน ตนเห็นหน้าแม่แล้วพบว่าแม่เสียชีวิตผิดธรรมชาติ เนื่องจากใบหน้าของแม่มีสีม่วงตามใบหน้า ซึ่งลักษณะการตายไม่เหมือนกับคนตายทั่วไป ตนจึงเชื่อว่าแม่จะโดนฆาตกรรม ตนอยากฝากไปถึงคนที่ทำร้ายแม่ของตนว่าขอให้ชดใช้กรรมของเขาไปที่ได้ทำกับแม่ของตนแบบนี้

นายเกิด แก้วบุบผา อายุ 66 ปีพ่อของนางสาวนิตยา กล่าวว่า เสียใจมากที่ลูกสาวที่ตนรักมากต้องมาเสียชีวิตอย่างกะทันหันและทำให้ขาดเสาหลักในการดูแลเลี้ยงดูครอบครัว ตนเชื่อว่าลูกสาวของตนตายผิดธรรมชาติ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ทำการรื้อคดีนี้ขึ้นมา ทั้งนี้เนื่องจากสังเกตว่าการเสียชีวิตของลูกสาวตนคล้ายกับคนอื่นๆ ที่ถูกนางแอมวางยาฆาตกรรมเสียชีวิตก็คือระบบไหลเวียนโลหิตและการหายใจล้มเหลว ซึ่งคล้ายกันกับลูกสาวของตน เพราะว่าลูกสาวของตนสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่เคยมีโรคประจำตัวหรือโรคร้ายใดๆ ทั้งสิ้น