ชง ก.ตร.เคาะร่างแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ระดับรองผบก.-สว.ยื่นคัดค้านได้หากไม่สมัครใจ

28.06.23 | 06:01 น.

ชง ก.ตร.เคาะร่างแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ระดับรองผบก.-สว.ยื่นคัดค้านได้หากไม่สมัครใจ ตั้งรอง-ผช.ผบ.ตรยึดอาวุโส

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ กรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ผู้ทรงคุณวุฒิ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ได้ร่วมประชุมคณะอนุกรรมการ ก.ตร.กฎหมาย พิจารณาร่างข้อกำหนด ก.ตร. ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ (วาระประจำปี 2566) ครั้งที่ 2 ในการประชุมมี พล.ต.อ.วินัย ทองสอง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ และประธานคณะอนุกรรมการ ก.ตร.ร้องทุกข์ เข้าร่วมด้วย มีการพิจารณารายละเอียดร่างข้อกำหนดการแต่งตั้ง ซึ่งคณะอนุกรรมการ ก.ตร.กฎหมายได้พิจารณาจนเสร็จสิ้น และมีมติเอกฉันท์เสนอแก้ไข เพิ่มเติม ร่างข้อกำหนดการแต่งตั้ง โดยเฉพาะการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นยึดหลัก อาวุโส ความรู้ ความสามารถประกอบกัน การย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนออกนอกหน่วยต้องสมัครใจ เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายเพื่อความเป็นธรรม เพื่อส่งกลับไปยังคณะอนุกรรมการ ก.ตร.บริหารงานบุคคลพิจารณาอีกครั้งก่อนเสนอ ก.ตร.พิจารณาอนุมัติ

พล.ต.อ.เอกกล่าวว่า เรื่องสำคัญที่คณะอนุกรรมการ ก.ตร.กฎหมายเสนอเพิ่มเติม คือ การให้ตำรวจระดับรองผู้บังคับการลงมาถึงสารวัตร หากถูกย้ายหรือเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นออกนอกหน่วยโดยไม่สมัครใจ สามารถยื่นคำร้องต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อขอย้ายกลับต้นสังกัดเดิมหรือภูมิลำเนา หรือใกล้เคียงภูมิลำเนา ให้ ผบ.ตร.แต่งตั้งคณะทำงาน มีรอง ผบ.ตร.(บริหาร) เป็นหัวหน้าคณะทำงาน เพื่อพิจารณาตรวจสอบและเสนอให้ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจดำเนินการแต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียนโดยการจับคู่ย้าย ระหว่างหน่วยต่างๆ ทั้งนี้ ภายใต้ข้อกำหนดการแต่งตั้งและไม่กระทบกับกรอบตำแหน่งว่างของแต่ละหน่วย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของตำรวจและเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติราชการ

รายงานข่าวแจ้งว่าวันที่ 28 มิถุนายนจะมีการประชุม ก.ตร.เพื่อพิจารณาร่างข้อกำหนด ก.ตร. ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดังกล่าว ซึ่งตามมาตรา 178 กำหนดเรื่องแต่งตั้งใช้หลักเกณฑ์เดิมไปอีก 180 วัน (6 เดือน) นับตั้งแต่กฎหมายมีผลบังคับใช้วันที่ 17 ตุลาคม 2565 หลังจากนั้นต้องออกกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจใหม่ แต่เนื่องจากไม่สามารถพิจารณาได้ทันตามกำหนด จึงเป็นไปตามมาตรา 178 วรรค 2 ระบุว่า ในกรณีที่ไม่อาจนำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขมาใช้บังคับได้ตามวรรคหนึ่ง การจะดำเนินการประการใดให้เป็นไปตามที่ ก.ตร.กำหนด ซึ่งต้องไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้

ข่าวแจ้งว่า ข้อกำหนด ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งฯใหม่นี้ จะใช้ทันปรับย้ายนายพลตำรวจประจำปี 2566 ซึ่งปกติจะมีขึ้นปลายเดือนกรกฎาคม หรือสัปดาห์แรก หรือสัปดาห์ที่สองเดือนสิงหาคม

Advertisement

โดยในส่วนของตำแหน่ง ผบ.ตร.ที่ว่างลง เนื่องจาก พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ เกษียณอายุราชการ ตาม พ.ร.บ.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 กำหนดให้ที่ประชุม ก.ตร.พิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้ง ผบ.ตร. ตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอรายชื่อได้เลย ซึ่งเป็นปีแรกของการใช้กฎหมายใหม่ แตกต่างจากปีก่อนๆ คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.)จะเป็นผู้ให้ความเห็นชอบแต่งตั้ง ผบ.ตร.

ส่วนรอง ผบ.ตร.และเทียบเท่าว่าง 3 ตำแหน่ง เนื่องจากมี พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เกษียณอายุราชการ กฎเกณฑ์แต่งตั้ง คือ ระดับรอง ผบ.ตร.-ผช.ผบ.ตร.พิจารณาจากอาวุโส 100% ส่วน ผบช., รองจเรตำรวจแห่งชาติ และจเรตำรวจ เกษียณอายุ 13 นาย รองผู้บัญชาการ (พล.ต.ต.), ผู้บังคับการ (พล.ต.ต.) ขึ้น ผู้บัญชาการ (พล.ต.ท.) พิจารณาอาวุโส 50% และระดับ รอง ผบช., ผบก., รองจเรตำรวจ เกษียณ 68 นาย พ.ต.อ.(พิเศษ) ขึ้นเป็น พล.ต.ต. ต้องพิจารณาผู้อาวุโส 50%