นายกฯย้ำ บิ๊กโจ๊กปราบมาเฟีย เจ้าตัวรับลูกประกาศล้างมาเฟีย ทำคดีกำนันนกให้เป็นตัวอย่าง ใครมีอิทธิพลเจอแบบนี้(คลิป)

บิ๊กโจ๊ก เผย นายกฯเศรษฐา กังวล คดียิงตำรวจนครปฐม ย้ำปราบให้ถึงที่สุด ทั้งฮั้วประมูลด้วย เจ้าตัวประกาศล้างมาเฟีย ลั่นทำคดีกำนันนกให้เป็นตัวอย่าง ใครเป็นผู้ทรงอิทธิพลเจอแบบนี้

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์หลังเสร็จสิ้นการหารือปัญหายาเสพติดและฟรีวีซ่าของนักท่องเที่ยวจีน ร่วมกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่บ้านพิษณุโลก ว่า นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำ และเป็นกังวล คือการปราบปรามมาเฟียและผู้มีอิทธิพล และให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำแนวทางให้มีการปราบปรามให้ถึงที่สุด รวมถึงที่มีการฮั้วประมูลในพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องคดีกำนันนก ที่มีเงินเป็นพันล้านบาท ภายในเวลาไม่กี่ปี และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ยืนยันว่าตนจะลงไปกำกับดูแลเรื่องนี้โดยตรง เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น และตำรวจต้องไม่เป็นไม้ค้ำยันให้ผู้มีอิทธิพลเหล่านี้ โดยในเรื่องคดีนายกรัฐมนตรีให้สอบสวนให้ถึงที่สุด ส่วนจะมีการออกหมายเรียกตำรวจเพิ่มเติมอีก 6 นาย หรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน หากสอบสวนแล้วพบว่าเป็นผู้กระทำผิด ก็จะดำเนินการอนุมัติขอหมายจับต่อศาล และออกหมายจับต่อไป

เมื่อถามว่า จะดำเนินการตำรวจ 3 นาย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องนำเซิร์ฟเวอร์ไปทิ้งน้ำต่ออย่างไร รอง ผบ.ตร.ว่า ได้มีการกู้เซิร์ฟเวอร์แล้ว และจะใช้เวลา 3-4 วัน ในการกู้ข้อมูล

ถามต่อว่า จะมีการขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินของกำนันนกจนถึงขั้นอายัดหรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ต้องอายัด เพราะไม่เข้าข่ายเรื่องความผิด ซึ่งตอนนี้ได้เอกสารหลักฐานเพิ่มเติม โดยจะต้องตรวจสอบเรื่องการฮั้วประมูล หากเข้าข่ายฐานความผิดฟอกเงิน จะเข้าสู่กระบวนการยึดทรัพย์ต่อไป ย้ำว่าเหตุการณ์นี้จะต้องมีตำรวจรับผิดชอบอย่างแน่นอน ซึ่งในหลักของกฎหมาย หากพบว่ามีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ การไม่รักษาที่เกิดเหตุ และการทำลายวัตถุพยาน จะต้องดำเนินคดี ในตำรวจจะมี 2-3 กลุ่ม กลุ่มแรกเกิดเหตุ วิ่งหนีเลย ไม่ทำอะไรเลย อันนี้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ได้ออกหมายจับบางส่วน กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มร่วมทำลายพยานหลักฐานและพากำนันนกหนี ส่วนกลุ่มที่ 3 คือกลุ่มที่พาสารวัตรแบงค์หรือคนบาดเจ็บไปส่งโรงพยาบาล ซึ่งกลุ่มนี้จะต้องให้ความเป็นธรรมกับเขา เดี๋ยวความชัดเจนต่างๆ จะมีเพิ่มขึ้นมากทุกวัน เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีการสอบสวนกันตลอดทั้งวัน

Advertisement

เมื่อถามถึงกรณีที่หลายคนกังวลว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับนายตำรวจระดับผู้บังคับบัญชา อาจทำให้หลายคนกังวลกับการดำเนินคดี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ตำรวจส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในภาค 7 ตำรวจสอบสวนกลาง และตำรวจทางหลวง คดีนี้ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน หากเปรียบเทียบกับคดีของแอม ไซยาไนด์ เนื่องจากพยานหลักฐานในคดีนี้นิ่ง หากไล่เส้นทางการเงิน ตรวจสอบภาพหลักฐานจากกล้องวงจรปิดต่างๆ ก็จะเสร็จสิ้นแล้ว คาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ถึงจะสมบูรณ์

เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าตำรวจที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยด้วยกันจะให้ข้อมูล พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ยอมรับว่าในตอนแรก ตำรวจเขาโกหกหมด
ก็ย้ำว่าโกหกก็โกหกไป ไม่เป็นไร แต่เรามีการสอบสวนสืบสวน มีข้อมูลที่ชัดเจนอยู่แล้ว จึงสามารถทำให้ศาลอนุมัติหมายจับได้ตั้งแต่เมื่อวาน เพราะศาลเชื่อในพยานหลักฐาน

เมื่อถามว่า มีการโยงไปถึงประเด็นส่วยสติ๊กเกอร์ด้วย จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นแบบนั้นหรือไม่อย่างไร พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ก็ต้องสอบหมด ทั้งเรื่องส่วย เรื่องฮั้วประมูล พร้อมย้ำว่าหลังเข้าไปพบนายกรัฐมนตรี นายกฯก็มีความตั้งใจที่จะปราบปรามมาเฟีย ผู้มีอิทธิพลให้หมด ให้ตำรวจกลับไปรับใช้ประชาชน

“นายกรัฐมนตรีท่านได้บอกว่า ตำรวจต้องไปอยู่กับประชาชน” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงการสอบปากคำพยานและผู้ต้องสงสัย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ทั้งหมดให้ข้อมูลและรับสารภาพไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้มีการให้การตรงอยู่แล้วว่ากำนันนกเป็นคนสั่งการ

เมื่อถามว่า มีข้อสงสัยว่าประเด็นที่พูดคุยกันในโต๊ะอาหาร เรื่องส่วยสติ๊กเกอร์หรือการโยกย้ายตำแหน่งเป็นสาเหตุใดกันแน่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ประเด็นหลักไม่ใช่เรื่องส่วย แต่เป็นการขอโยกย้ายตำรวจแล้วไม่ให้ก็สั่งยิง พูดง่ายๆ ว่าก็เหิมเกริม อยู่แบบนี้มานาน ผูกพันกับตำรวจในพื้นที่มานานจนกระทั่งเหิมเกริม เพราะฉะนั้น วันนี้ก็ต้องล้างบางเสียที

เมื่อถามย้ำว่า ประเด็นส่วยรูปกระต่าย มีการเชื่อมโยงไปถึงระดับรองผู้บัญชาการ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ไม่ได้กังวล ต้องเรียนตามตรงว่าหากเชื่อมโยงถึงใคร ก็จะดำเนินคดีหมด ต้องทำอย่างตรงไปตรงมาอย่างที่สื่อเห็น ถ้าทำอย่างไม่ตรงไปตรงมาสื่อก็จะรู้ วันนี้มันปิดบังกันไม่ได้ในโลกปัจจุบัน ถ้าใครทำอะไร ไม่ตรงไปตรงมา ไม่สุดทาง มันก็ไปกันไม่รอด

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า จากการสอบปากคำกำนันนก ยังให้การภาคเสธ ปฏิเสธว่าตนเองไม่ได้ให้นายหน่อง ท่าผา ยิงสารวัตรแบงค์

“ยืนยันว่ายังไงก็ไม่มีทางหลุดรอดจากคดีนี้ ซึ่งวันนี้มีทั้งคำให้การยืนยัน พยานแวดล้อม ยังไงก็ไม่มีทางหลุด ขณะนี้กำนันนกยังไม่ยื่นขอประกันตัว คาดว่าน่าจะกลัว ไม่ให้ตำรวจพื้นที่ทำเพราะอาจมีการหลุดรั่ว ทำให้คดีนี้เป็นตัวอย่าง ว่าใครทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลต้องเจอแบบนี้ ซึ่งวันนี้จะล้างให้หมด” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image