บิ๊กโจ๊ก ไม่ท้อลุยงานต่อ เตือน ‘อัจฉริยะ’ จ่อแฉลูกน้อง ถ้าไม่จริงเตรียมฟ้องกลับ

25.09.23 | 14:44 น.

บิ๊กโจ๊ก ไม่ท้อลุยงานต่อ เตือน ‘อัจฉริยะ’ จ่อแฉลูกน้อง ถ้าไม่จริงเตรียมฟ้องกลับ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่าการออกหมายค้นในครั้งนี้เป็นการออกหมายโดยไม่สุจริตเพราะว่าการขอหมายค้นในครั้งนี้นั้นแจ้งกับศาลเพียงแค่บ้านเลขที่เท่าไหร่ แต่ไม่ได้บอกศาลว่าเป็นบ้านของใครโดยที่ตำรวจหลายนายนั้นรู้อยู่แล้วว่าเป็นบ้านของตน แต่ว่าไม่เป็นไร เมื่อมีหมายมาแล้วก็ต้องให้ค้น เพียงแต่ว่าต้องมีตำรวจชั้นผู้ใหญ่ร่วมในการตรวจค้นด้วย

เมื่อค้นก็ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ การตรวจค้นบ้านของตำรวจชั้นผู้ใหญ่นั้นจะต้องมีพยานหลักฐาน ในกรณีนี้จะต้องมีเส้นทางการเงินที่ผิดกฎหมาย แต่นี่กลับไม่มีเส้นทางการเงินมาถึงตนเลยสักเส้นเดียว เพราะฉะนั้นในส่วนการดำเนินการทั้งหมดนั้นจะมาไล่ดำเนินคดีทั้งหมด

ส่วนตำรวจที่ถูกออกหมายจับเป็นลูกน้องตนก็จะต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินว่าเกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์หรือไม่ ถ้าลูกน้องทำผิดก็ต้องจับอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ลูกน้องที่ถูกจับก็ต้องไปอธิบายให้ได้ว่าเกี่ยวข้องกับเว็บพนันหรือไม่

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ทั้งหมดก็ไม่เกินเรื่องการเมืองในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) หากโดนดำเนินคดีก็ต้องโดนแต่ก็ต้องเชื่อมั่นลูกน้อง เพราะเป็นชุดทำงานเดียวกันต้องให้ความเป็นธรรม หากการสืบสวนสอบสวนแล้วพบว่าผิดจริงต้องดำเนินคดีอาญา คนไหนถ้าผิดไม่ปกป้อง สำหรับตนนั้นยังหาคนสั่งการตรวจค้นไม่ได้ เรื่องนี้ใครทำต้องรับผิดชอบเป็นการดิสเครดิตและทำให้ตนเสียชื่อเรื่องแบบนี้ เจอมาเยอะแล้วและเตรียมตัวรับแรงกระแทกแบบนี้แล้วเช่นเดียวกัน

Advertisement

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวยอมรับทำคดีเยอะและไปเกี่ยวพันกับตำรวจเยอะ ทั้งเส้นทางการเงินและการออกหมายจับตำรวจอีกหลายคน เข้าค้นอีกหลายส่วนเป็นธรรมชาติที่ต้องรับแรงกดดัน

ส่วนกรณีมีการโอนเงินไปให้ลูกน้องนั้น ก็เป็นการโอนให้ลูกน้องจ่ายค่าไฟ 1 หมื่นกว่าบาท ไม่ได้ให้เจ้าของเว็บพนันมาจ่ายให้ ถ้ามีเส้นทางการโอนเงินเข้ามา 10-20 ล้านค่อยว่าไปอย่าง

รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า กรณีที่มีคลิปที่ร้องเพลงคู่กันกับ ‘มินนี่’ เจ้าของเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่นั้นรู้มานานแล้วว่าจะมีการนำเอาคลิปดังกล่าวมาทำการดิสเครดิต ซึ่งตนไม่ได้รู้จักเลยว่าผู้หญิงที่มาร้องเพลงด้วยนั้นเป็นใคร วันนั้นเป็นงานเลี้ยงลูกน้อง ตนเป็นเจ้าภาพ แต่การที่ใครจะนำคนนอกเข้ามาในงานนั้นไม่ทราบ ไม่ได้รู้จักหรือติดต่อ ‘มินนี่’ แต่อย่างใดเลย ส่วนในเรื่องที่มีภาพออกมาว่าลูกน้องตนไปโอบกอดตัว ‘มินนี่’ อย่างสนิทสนมนั้น ทางลูกน้องนั้นก็ต้องไปตอบให้ได้ว่ามีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร หากเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดก็ต้องดำเนินคดี

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ไม่ได้ท้อแท้ยังออกมาทำงานตามปกติ เบื้องต้นสิ่งที่ออกมาในวันนี้ไม่ได้กระทบการทำงานของตนแต่อย่างใด ก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ตราบใดที่ศาลยังไม่พิพากษาก็ยังเป็นผู้บริสุทธิ์ต้องว่าไปตามกระบวนการพยานหลักฐาน

ส่วนประเด็นที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม จะออกมาแฉ ถ้าไม่ใช่ความจริงก็จะดำเนินคดีกลับไป ซึ่งก็ดำเนินการฟ้องนายอัจฉริยะอยู่แล้วที่ศาลอาญาเรื่องการหมิ่นประมาท

โดยก่อนหน้านี้ นายอัจฉริยะได้ออกมาเผยว่า วันที่ 27 กันยายนนี้ จะเปิดหลักฐานเด็ดแฉลูกน้องของบิ๊กโจ๊ก พร้อมเปิดหลักฐานรายชื่อผู้เกี่ยวข้องไม่ต่ำกว่า 20 ราย หนึ่งในนั้นมีทนายความ ผู้สื่อข่าว และข้าราชการด้วย