‘ต่อศักดิ์’ ว่าที่ ผบ.ตร. นำทีมลุยจับ ‘พ่อค้ายา’ บิ๊กล็อต ชี้ 2 ปี ยึดทรัพย์รวมแล้วกว่า 300 ล้าน
ภายหลังจากที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ครั้งที่ 10/2566 เมื่อวานนี้ (27 กันยายน) มีมติเลือก พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. เป็น ผบ.ตร. คนที่ 14 ต่อไป โดยที่ประชุมมีมติ 9 ต่อ 1 และ งดออกเสียง 1 เสียง ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น (่อ่าน : บิ๊กต่อผงาด ที่ประชุม ก.ตร.ไม่เลื่อน มีมติ 9:1 ตั้งเป็น ผบ.ตร. คนที่ 14)
เมื่อวันที่ 28 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 23.30 น. วันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. แถลงข่าว พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สปพ. พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ ผกก.สายตรวจ พ.ต.ท.โชติช่วง รัศมี, พ.ต.ท.คงศักดิ์ ศรีโหร รอง ผกก.สายตรวจ นำกำลังตำรวจ 191 สภ.เมืองนครปฐม เข้าตรวจสอบบ้านหลังหนึ่งใน อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม หลังสืบทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นแหล่งพักยาเสพติดของเครือข่ายค้ายาเสพติด
ที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮาส์สองชั้น เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังปิดล้อมเพื่อทำการตรวจค้นโดยในเบื้องต้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาเป็นชายได้ทั้งหมดสี่ราย คือนายชลิต เขียวพราย อายุ 39 ปี ชาวนครปฐม, นายอภิชาติ เอกจีน อายุ 38 ปี, นายจรัญ เขียวพราย อายุ 38 ปี และนายวัชระ เขียวพราย อายุ 36 ปี พร้อมตรวจยึดของกลางยาบ้า 15 ล้านเม็ด เฮโรฮีน 443 แท่ง ไอซ์ 420 กิโลกรัม และยาเสพติดประเภทแฮปปี้วอเตอร์และยาไฟว์ไฟว์ อีกจำนวนมาก
พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาลที่สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งรัดปราบปรามยาเสพติดซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานบูรณาการร่วมตรวจสอบ โดยทางตำรวจ 191 ได้ทำการแกะรอยขยายผลจากกลุ่มเครือข่ายที่ถูกจับกุมก่อนหน้า จนพบความเชื่อมโยงมาถึงกลุ่มผู้ต้องหาโดยใช้เวลาในการแกะรอยติดตามฟอกพฤติกรรมมานานกว่าสองปี โดยของกลางที่ตรวจยึดได้มีมูลค่ารวมกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามากที่สุดเท่าที่มีการจับกุม ซึ่งทางนายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการเน้นย้ำนโยบายปราบยาเสพติดและการท่องเที่ยว โดยหลังจากนี้จะได้ทำการขยายผลหาความเชื่อมโยงของเครือข่ายต่อไป
พล.ต.ท.สำราญกล่าวว่า จากแนวทางสืบสวนพบว่า ขบวนการนี้จะลำเลียงยาเสพติดมาจากประเทศเพื่อนบ้านทางฝั่งเหนือก่อนที่จะนำเข้ามาตามเส้นทาง โดยก่อนหน้านี้มีการใช้บ้านในแถบชานเมืองปริมณฑล เป็นแหล่งพัก แต่ภายหลังมีการจับกุมผู้ต้องหาคือนายวราวุธ อินคล้าย อายุ 36 ปี ในความผิด มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครอง อีกทั้งยังเป็นผู้ต้องหาในข้อหาสมคบเพื่อการฟอกเงินของทาง บช.ปส. ทางเครือข่ายจึงได้ยักย้ายยาเสพติดมารวมกันไว้ที่บ้านหลังนี้ เพื่อเตรียมที่จะกระจายให้กับกลุ่มเอเยนต์รายย่อย จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบ ก็พบของกลางอยู่ในบ้านดังกล่าว
เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 ไว้ในความครอบครองเพื่อขาย โดยไม่ได้รับอนุญาต นำตัวส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

