ที่นี่ภูเก็ต 9 อินเดีย 1 รัสเซีย เหิม รุมยำ ตม.เจ็บ 3 ตร.ขึ้นแบล๊กลิสต์ห้ามเข้าไทยตลอดชีวิต

ผบช.สตม.ติดตามคดีชาวอินเดีย 9 คน รัสเซีย 1 คน รุมทำร้ายตำรวจตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ตบาดเจ็บ 3 นาย ขณะนำหมายจับเข้าจับกุม สั่งถอดบทเรียนครั้งหน้าเตรียมกำลังพลเอาให้อยู่

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 27 ตุลาคม พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.ภ.2. รรท.ผบช.สตม. เป็นประธานการประชุมติดตามคดีชาวต่างชาติทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ตได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ขณะนำหมายจับศาลแขวงภูเก็ตข้อหา “ทำให้ผู้อื่นเกิดความหวาดกลัวหรือความตกใจโดยการขู่เข็ญ” ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ตบูรณาการสนธิกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหา ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต และ สภ.เชิงทะเล เข้าทำการจับกุมผู้ต้องหาในวิลล่าแห่งหนึ่ง พื้นที่ตำบลเชิงทะเล เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2566

โดยมีตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.ภ.2 รรท.ผบช.สตม. กล่าวภายหลังการประชุมว่า จากกรณีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ตเข้าไปปิดล้อมตรวจค้น สกัดจับกุมคนร้ายตามหมายจับ ซึ่งคนร้ายเป็นคนต่างชาติ และถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งวันที่เข้าไปคนร้ายมีการขัดขืนและทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่

Advertisement

“จากการตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แต่คนร้ายมีพฤติการณ์ที่ขัดขืนการจับกุมและต่อสู้เจ้าพนักงาน และมีกำลังเยอะกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ โชคดีที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ตได้ประสานงานกับตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตและได้รับกำลังสนับสนุนทำให้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และสามารถจับกุมคนร้ายได้ทั้งหมด ซึ่งมีการบูรณาการกำลังร่วมกัน การที่เข้าไปจับกุมคนร้ายตามหมายจับรู้ตัวบุคคลแล้วว่าเป็นใคร

สำคัญคือ ต้องมีการเอกซเรย์ไปดูก่อนว่ากำลังของเขามีเท่าไหร่ สถานที่นั้นเป็นอย่างไร ทางออกทางหนีทีไล่เป็นอย่างไร จะต้องใช้กำลังที่เหนือกว่าเขาจึงสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ จึงได้ถอดบทเรียนมา และได้บอกเจ้าหน้าที่ว่าให้รอบคอบกว่านี้ในการทำงานครั้งต่อไปในการเข้าจับกุมคนร้ายตามหมายจับ

คดีนี้ส่วนใหญ่ผู้ต้องหาเป็นชาวอินเดีย ที่จับกุมได้ทั้งหมด 6 คน บวกกับความผิดตาม พ.ร.บ.เข้าเมืองด้วยรวมแล้ว 8-9 คน มีชาวรัสเซีย 1 คน ส่วนชาวไทยเป็นเจ้าของบ้าน จึงได้บอกพร้อมกับตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ตเกี่ยวกับการดำเนินการควบคุมคนต่างด้าวในพื้นที่ ต้องใช้ พ.ร.บ.เข้าเมืองทั้งหมดที่เกี่ยวข้องในการควบคุม ไม่ว่าการแจ้งที่พัก การตรวจสอบพฤติกรรมที่เข้าลักษณะต้องห้ามลักษณะเช่นมาเฟียต่างๆ ต้องไม่มี ซึ่งคดีนี้ให้ขยายผลเพิ่มเติมรวมถึงอาวุธที่ได้มา แหล่งที่มาของอาวุธได้มาอย่างไร และตรวจสอบเรื่องยาเสพติดแต่ไม่พบ

สำหรับเจ้าของบ้านมีความผิดไม่แจ้งที่พักตามมาตรา 38 เป็นหน้าที่ของเจ้าของบ้านหรือผู้ประกอบการที่จะต้องแจ้งที่พักภายใน 24 ชั่วโมง กรณีคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย

ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชา ซึ่งผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความห่วงใยดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาที่ปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บจึงลงมาติดตามตรวจสอบได้รับทราบจากการรายงานแล้วให้ดำเนินการทั้งอาญาและความผิดตาม พ.ร.บ.เข้าเมืองอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะคนต่างชาติที่มีพฤติกรรมกระทำความผิดลักษณะที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ให้ใช้กฎหมาย พ.ร.บ.เข้าเมืองอย่างเคร่งครัด หลายรายจะต้องถูกเนรเทศออกนอกประเทศเนื่องจากมีพฤติกรรมก้าวร้าวเป็นภัยต่อสังคม

จึงขอฝากเตือนไปยังชาวต่างชาติที่ยังมีพฤติกรรมเช่นนี้ว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ทำงานตามกฎหมายตามระเบียบที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว ดังนั้น การแสดงออกที่ไม่พึงประสงค์หรือไม่ถูกต้อง หรือลักษณะที่เป็นภัยต่อสังคมจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดต่อไป” พล.ต.ท.อิทธิพลกล่าว

จากคดีดังกล่าว พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รรท.ผบช.สตม. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ธเนศ สุขชัย ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต ดำเนินการดังนี้

1.ดำเนินคดีกับคนต่างด้าวที่กระทำผิด และให้เพิกถอนการอยู่ในราชอาณาจักรฯ พร้อมทั้งขึ้นบัญชีบุคคลต้องห้าม (ห้ามเดินทางเข้าประเทศตลอดชีวิต) เพื่อให้จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน ตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของนายกรัฐมนตรี

การดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ ดังต่อไปนี้

(1.) จับกุม MR.NIKHIL ARORA (เชื้อชาติอินเดีย สัญชาติอินเดีย/วานูอาทูน ประเภทการอนุญาต Thailand Privilege Visa) ตามหมายจับศาลแขวงภูเก็ต ข้อหา “ทำให้ผู้อื่นเกิดความหวาดกลัว หรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ”
(2.) จับกุมผู้ต้องหาตามความผิดฐานร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้าย จำนวน 6 ราย (รวม MR.NIKHIL)
(3.) จับกุมผู้ต้องหาตามความผิดฐานอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (overstay) จำนวน 3 ราย
(4.) เปรียบเทียบปรับเจ้าบ้าน ไม่ปฏิบัติตาม ม.38 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522

2.ให้ดูแลสวัสดิการสำหรับข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image