ล่า ‘เลาะ’ คนขี่จยย.พาคนยิง ‘หยอด-ครูเจี๊ยบ’ ผบ.ตร.สอบมือสังหารรับตลอดข้อหา

20.12.23 | 15:01 น.

ไล่ล่า “เลาะ” คนขี่จยย.พามือปืนยิงน้องหยอด-ครูเจี๊ยบ ผบ.ตร.สอบปากคำมือสังหารรับสารภาพตลอดข้อหา

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผช.ผบ.ตร.ได้เดินทางมาสอบปากคำ 1.นายอนาวิน แก้วเก็บ หรืออั้ม อายุ 20 ปี ผู้ต้องหายิงนายธนสรณ์ หรือน้องหยอด ห้องสวัสดิ์ อายุ 19 ปี นักศึกษาปี 2 อุเทนถวาย แล้วคมกระสุนพลาดมาโดน น.ส.ศิรดา สินประเสริฐ หรือครูเจี๊ยบ ครูสอนคอมพิวเตอร์โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ เสียชีวิต และต่อมาน้องหยอดได้รับบาดเจ็บเสียชีวิตตาม 2.นายกฤติ ล้ำเลิศ หรือทิว ข้อหาซ่องโจร ที่ตำรวจ บก.สส.ไปรวบตัวได้ที่บนดอยปุย ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม เวลาประมาณ 09.00 น.

ทั้งนี้ ตำรวจได้ตั้งข้อหา นายอนาวิน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน, ร่วมกันสมคบตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่บัญญัติไว้ในภาค 2 นี้” และนายกฤติ “ร่วมกันสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน (ซ่องโจร)”

ปรากฏว่านายอนาวิน ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยยอมรับว่าเป็นมือยิงในคดีนี้ โดยเริ่มออกล่าตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย.66 เวลา 22.00 น. แล้วไปขโมยแผ่นป้ายทะเบียนที่ละแวกเขตดินแดง จากนั้นได้เริ่มหาเหยื่อโดยไปหาเหยื่อละแวกร่มเกล้า แต่ไม่เจอ จึงไปจอดแอบกบดานละแวก คลอง 14 อยู่สักครู่ จากนั้นช่วงเช้าตรู่ได้เริ่มขับมาตระเวนหาเหยื่อในเมือง จนกระทั่งเจอกลุ่มนักศึกษาอุเทนถวาย ก็จึงลงมือก่อเหตุ ยอมรับว่าตนเองยิงปืนนัดแรกกระสุนพลาดเป้าไปโดนคนด้านหลังซึ่งก็คือครูเจี๊ยบ จากนั้นได้ยิงซ้ำที่คอและศีรษะ ได้หลบหนีไปทาง จ.พระนครศรีอยุธยา และพ่นเปลี่ยนสีรถ และไปทำลายรถ และหลบหนีไป จ.อุบลราชธานี ขณะที่ นายกฤติให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่กระสุนลูกหลงโดนครูเจี๊ยบดับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ให้ใช้ “มาตรการเด็ดขาด” เนื่องจากพวกนี้คือองค์กรอาชญากรรม ขนาดเล็ก จากนี้ต้องเชิงรุก พวกนี้เห็นตำรวจต้องกลัว ต้องเงียบลง มอบให้ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ควบคุม บช.น. เร่งรัดสืบสวนและจับกุมคนร้ายโดยเร็วเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์และเป็นที่สนใจของประชาชน และคนร้ายมีจิตใจโหดเหี้ยมลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมแบบมือปืน

Advertisement

ต่อมา พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ลงมาควบคุมโดยเรียกระดมกำลัง บก.สส.บช.น.(สืบนครบาล), กก.สส.บก.น.5, กก.สส.บก.น.6 และ สน.ทุ่งมหาเมฆ เร่งสืบสวนติดตามคนร้ายในคดีนี้และให้ทำแบบ “ขุดรากถอนโคน” เนื่องจากมีผู้ร่วมกระทำความผิดกันหลายคน และมีการวางแผนเพื่อต่อต้านการสืบสวนของตำรวจ อีกทั้งทำตัวเป็นโลกเสมือนจริง จึงมอบหมายให้ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เป็นหัวหน้าชุดสืบสวนเอง โดยมีทีมทำงาน อาทิ พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.วิชัย แดงประดับ รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.นิวัตน์ พึ่งอุทัยศรี รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น., พ.ต.อ.อรรชวศิษฏ์ ศรีบุญยมานนท์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น., พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ, พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์, พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว รอง ผกก.สส.บก.น.5, พ.ต.ท.สมพงษ์ เกตุระติ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น., พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.3 บก.สส.บช.น. พร้อมด้วย บก.สส.บช.น.(สืบนครบาล), ร่วมกับ พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 และ พ.ต.อ.จิตร์พิสุทธิ์ อิ่มสงวน รอง ผบก สส.ภ.5 ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา และได้หยิบมือดีจากทั่วนครบาลลงพื้นที่สืบสวนอย่างละเอียดกว่า 40 วัน ร่วมกับ พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 เจ้าของพื้นที่ “เปิดปฏิบัติการปิดเมืองล่ามือยิงครูเจี๊ยบและน้องหยอด”

โดยได้เปิดปฏิบัติปิดเมืองล่า มือปืน 3 ครั้ง ผลการปฏิบัติ ดังนี้
ปฏิบัติการครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 22 พ.ย.2566 สามารถจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 9 คน
ปฏิบัติการครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.2566 สามารถจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 13 คน
ปฏิบัติการครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.2566 สามารถจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 2 คน
รวมจับกุมผู้ต้องหา 24 คน ยังหลบหนี จำนวน 2 ราย
รายชื่อผู้ต้องหาหลบหนี
1.นายอับดุลเลาะ ดือราแม (ผู้ขับขี่จักรยานยนต์พามือยิงก่อเหตุ)
2.นายรัชวุฒิ แก้วสว่าง ข้อหาซ่องโจร

ทั้งนี้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล กล่าวยืนยันว่ายังคงติดตามจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีที่ยังหลบหนีอยู่ และรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะร่วมขบวนการกระทำความผิด หรือให้ความช่วยเหลือสนับสนุนการกระทำความผิด หรือช่วยเหลือระหว่างหลบหนี เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้ผู้เสียหาย และเป็นการป้องกันปราบปราม ยับยั้งไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นสร้างความเสียหายให้กับประชาชนอีก

ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์เปิดเผยว่า จากการพูดคุยผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย นายอนาวิน รับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือยิงจริง มีแรงจูงใจจากเรื่องสถาบัน และรู้สึกสำนึกผิด ตั้งใจจะไปทำบุญถวายสังฆทานให้ครูเจี๊ยบ นอกจากนี้ ยังพบว่า นายอนาวินเป็นเด็กหัวอ่อน กำลังจะขึ้นชั้นปีที่ 2 จึงมีการสร้างวัฒนธรรมรับน้องอย่างผิดๆ ของกลุ่มแต่จากการตรวจสอบไม่พบสัญลักษณ์รูปฟันเฟืองที่ตัวนายอนาวินแต่อย่างใด

ส่วนผู้ต้องหาอีกราย คือนายกฤตินั้นยังไม่รับสารภาพ โดยปัจจุบันเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายนี้ได้แล้วทั้งหมด 24 ราย จากทั้งหมด 26 หมายจับ อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมอีก 2 ราย

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ยังกล่าวว่า หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะขยายผลเพื่อทำลายองค์กรอาชญากรรมกลุ่มนี้ให้ได้ทั้งหมดไม่ใช่เพียงการจับรายคดีเท่านั้น รวมถึงจะดำเนินการกับกลุ่มที่โพสต์รูปปืนข่มขู่ครอบครัวของผู้เสียหาย ส่วนกลุ่มที่ไปข่มขู่ญาติของผู้เสียหายที่บริเวณศาลอาญากรุงเทพใต้เมื่อวานที่ผ่านมานั้น (19 ธันวาคม) เนื่องจากเป็นการละเมิดอำนาจศาล จะต้องให้ศาลเป็นผู้ดำเนินการ

ส่วนมาตรการการแก้ไขปัญหาในลักษณะดังกล่าวในระยะยาวนั้น นอกจากจะให้เจ้าหน้าที่สายตรวจคอยลงดูแลในพื้นที่เสี่ยงแล้ว ยืนยันว่าจะต้องได้รับความร่วมมือจากสถาบันอาชีวศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงศึกษาธิการ ให้เข้ามาช่วยเหลือ บังคับใช้ระเบียบหรือมาตรการต่างๆ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหานี้ และอาจต้องพิจารณาย้ายสถาบันคู่ขัดแย้งไม่ให้อยู่ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อลดการเผชิญหน้าและเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งขอชื่นชมทีมสืบสวนนครบาลที่ทำงานอย่างมืออาชีพ ถึงแม้ไม่ได้มีการให้ข่าวบ่อยๆ ก็เพื่อเป็นการยกระดับการทำงานให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานอย่างรอบคอบ เพื่อให้สำนวนคดีรัดกุมมากที่สุด จะต้องรื้อคดีเก่าที่มีความเกี่ยวข้องขึ้นมาตรวจสอบด้วย

หลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น น.ส.พรพิมล จำเมือง แม่ของนายธนสรณ์ ได้เดินเข้ามาโอบกอดและยกมือไหว้ขอบคุณ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ด้วยความซาบซึ้งและขอบคุณ พร้อมบอกว่าตนไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ได้มีการนิมนต์พระจากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร มาให้นายอนาวิน ทำบุญถวายสังฆทานให้แก่ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ทั้ง 2 ราย

ต่อมาในเวลา 15.15 น. ตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สน. ทุ่งมหาเมฆ โดยนายอนาวินกล่าวว่า รู้สึกสบายใจที่ได้ทำบุญ พร้อมขอโทษสังคมที่ได้ก่อเหตุสลดในครั้งนี้ และขอโทษไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ด้วย ส่วนสาเหตุที่ทำลงไปเพราะความแค้นส่วนตัว จากกรณีเด็กต่างสถาบันยิงเพื่อนของตัวเองจนเสียชีวิต เขตบางกอกน้อย ที่มีรูปแขวนหน้าห้องที่เซฟเฮ้าที่มีข่าวมาก่อนหน้านี้ ยืนยันว่า ไม่มีการปลูกฝังจากรุ่นพี่ ไม่มีรุ่นพี่สั่งให้ทำ ไม่มีการเข้ารับน้อง และไม่ได้มีการเตรียมการหาเป้าหมายก่อนก่อเหตุ ส่วนนายทิว ไม่ได้ตอบคำถามใดๆ