เมียหมวดอี๊ด เหยื่อทาสยาบ้าป่วยจิต คลั่งใช้มีดแทงจนตาย ขณะเข้าระงับเหตุ จี้โทษประหาร ปล่อยไว้เป็นปัญหาสังคม เปิดใจ เชื่อสามีมั่นใจตัวเองเจรจาสงบ เพราะเกิดเหตุบ่อยจนคุ้นเคยกัน ไม่คิดจะถูกฆ่าตาย เคยถึงขนาดดูแลเอายาป่วยจิตให้คนร้ายกินประจำ วอน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดูแลทุนการศึกษาบุตร 4 คน หลังขาดเสาหลักครอบครัว คนเล็กแค่ 1 ปี 6 เดือน
เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลาตั้งศพบำเพ็ญกุศล ภายในวัดพระธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจกับการเสียชีวิต ของ ร.ต.ท.อิสราวุฒิ โกพลรัตน์ หรือหมวดอี๊ด อายุ 56 ปี รอง สวป.สภ.ธาตุพนม จากการปฏิบัติหน้าที่เข้าไประงับเหตุทาสยาบ้า ป่วยจิตคลุ้มคลั่ง ทราบชื่อคนร้าย คือ นายอานุเดช ไชยปัญญา หรือเดช อายุ 49 ปี
เหตุเกิดที่บ้านโชคอำนวย ต.อุ่มเหม้า อ.ธาตุพนม จ.นครพนม โดยเป็นทาสยาบ้าป่วยจิตที่ผ่านการบำบัดฟื้นฟูมานานเกือบ 20 ปี แต่ไม่หายขาด เนื่องจากไม่กินยารักษาต่อเนื่อง จนกระทั่งเกิดเหตุสลด คนร้ายจู่โจมเข้าทำร้ายร่างกายนายตำรวจที่เสียชีวิต ใช้มีดปลายแหลมยาว จ้วงแทงตามลำตัว และต้นคอ จนเสียชีวิตคาที่ เชื่อว่านายตำรวจผู้ตายมีความคุ้นเคยกับคนตาย เพราะไประงับเหตุหลายครั้ง และสามารถเจรจากันลงตัว รวมถึงเป็นอีกคนที่คอยดูแลแทนญาติพี่น้อง และเกลี้ยกล่อมให้คนร้ายกินยารักษาอาการป่วยจิตมาตลอด ด้วยความหวังดี จึงถูกทำร้ายจนเสียชีวิต
ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่สอบถามชาวบ้าน ทราบข้อมูลว่า คนร้ายคือ นายเดช อายุ 49 ปี มีประวัติเคยเกี่ยวพันกับยาเสพติด เสพยาบ้ามานานหลายปีจนป่วยจิต ชอบอาละวาดกับญาติพี่น้องและเพื่อนบ้าน จนเป็นที่เอือมระอาของชาวบ้าน ทางฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ เคยคุมตัวไปบำบัดฟื้นฟู รักษาแต่ไม่หายขาดเพราะกลับมาเสพยาบ้าอีก คนร้ายสนิทกับนายตำรวจผู้ตาย เนื่องจากเป็นหัวหน้าตู้ยามรักษาการในพื้นที่ ต.อุ่มเหม้า อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ห่างจากพื้นที่เกิดเหตุประมาณ 2-3 กิโลเมตร ทำให้เกิดความเชื่อใจ จนถูกคนร้ายฉวยโอกาสก่อเหตุใช้มีดจ้วงแทงแบบขาดสติ
หลังเกิดเหตุมีชาวบ้านเห็นคนร้ายนำเอาอาวุธปืนพกสั้น ที่อยู่ในเข็มขัดคาดเอวในชุดนอกเครื่องแบบของตำรวจผู้ตายติดตัวไปด้วย และยังขโมยขับรถจักรยานยนต์ชาวบ้านหลบหนีไป เพื่อย้อนกลับไปที่ตู้ยามรักษาการของตำรวจผู้ตาย โชคดีไม่พบตำรวจ อีกทั้งไปก่อเหตุใช้อาวุธทำร้ายคนอื่น ทำให้ชาวบ้านที่รู้จักพยายามพูดคุยเกลี้ยกล่อมคนร้าย รอกำลังตำรวจมาจับกุมตัว เนื่องจากพบรอยเลือดเปื้อนเสื้อผ้า ก่อนที่จะระดมกำลังตำรวจเข้าควบคุมตัวไปสอบสวน ที่ สภ.ธาตุพนม ทั้งนี้ มีกล้องวงจรปิดตามเส้นทางผ่านบางช่วง ผู้ตายขับรถกระบะส่วนตัวไปควบคุมเหตุ แต่ในที่เกิดเหตุ รวมถึงละแวกใกล้เคียงไม่มีหลักฐานจากวงจรปิด เบื้องต้นแจ้งข้อหา เจตนาฆ่า ต่อสู้ขัดขวงเจ้าพนักงาน
สอบถาม นางมยุรี โกพลรัตน์ อายุ 79 ปี อดีตข้าราชการครู แม่นายตำรวจผู้ตาย เปิดเผยว่า ตนมีลูก 5 คน ผู้ตายถือเป็นเสาหลักครอบครัว ได้รับราชการเป็นตำรวจ เคยแต่งงานมีภรรยาก่อนนี้ มีลูกชาย 3 คน ยังเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา ก่อนนี้เคยนึกเสมอว่า การทำงานรับราชการตำรวจของลูกชายมีความเสี่ยง แต่พอเกิดความสูญเสียกับครอบครัว ยอมรับว่าเสียใจ แต่ภาคภูมิใจที่ลูกชายได้ทำหน้าที่ดีที่สุดในการรับราชการ สิ่งที่กังวล คือหลาน ที่กำลังจะมีอนาคต อยากฝากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดูแลสวัสดิการทุนการศึกษา และปัญหายาเสพติด อยากให้ปราบปรามขั้นเด็ดขาด เพราะเป็นปัญหาสังคม ไม่อยากให้เกิดความสูญเสียกับใคร
ส่วน นางกนกนาฏ โกพลรัตน์ อายุ 29 ปี ภรรยาผู้ตาย เปิดเผยว่า ตนอยู่กินแต่งงานกับผู้ตาย มาตั้งแต่ปี 2562 มีลูกชายด้วยกัน 1 คน อายุแค่ 1 ปี 6 เดือน ยอมรับว่าสามีเป็นคนรักในอาชีพตำรวจ รับราชการมาตั้งแต่ปี 2535 จบโรงเรียนพลตำรวจภูธรภาค 4 รุ่น 22 ปัจจุบันทำงานตำแหน่งรอง สวป.สภ.ธาตุพนม ทำหน้าที่หัวหน้าตู้ยามรักษาการ ต.อุ่มเหม้า อ.ธาตุพนม
ที่ผ่านมายอมรับคนร้ายสนิทกับสามีของตน เพราะเคยดูแลช่วยเหลือ ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง รู้ว่าป่วยจิตและมีอารมณ์แปรปรวน เคยคลุ้มคลั่งพยายามจะทำร้ายร่างกายคนอื่น สุดท้ายเคยเจรจาจนสงบ สามีเคยเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า บางครั้งรู้สึกกังวลเพราะอยู่ใกล้ชิดกับคนป่วยจิต แต่เป็นหน้าที่ดูแลประชาชน
“เคยต้องทำถึงขนาดเกลี้ยกล่อมให้กินยาป่วยจิต เนื่องจากญาติพี่น้องไม่สามารถพูดคุยได้ สุดท้ายไม่คิดว่าจะเป็นคนฆ่าสามี ถามว่าเสียใจมากหรือไม่ ยอมรับไม่มีอะไรทดแทนได้ แต่ต้องทำใจ เพราะเป็นการเสียชีวิตในหน้าที่ ส่วนการดูแลเยียวยาสิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือ ทุนการศึกษาลูกทุกคน เพราะสามีคือเสาหลักดูแลทุกด้าน นอกจากนี้ สำหรับปัญหายาเสพติดอยากให้รัฐบาล เจ้าหน้าที่รัฐปราบปรามเด็ดขาด ยิ่งคนที่อ้างป่วยจิต รับโทษสถานเบา อยากให้แก้กำหมายหากทำผิดทุกคนต้องได้รับโทษสาสม คือ ชีวิตแลกด้วยชีวิต ไม่ต้องอ้างว่าป่วยจิต” นางกนกนาฏกล่าว

