บิ๊กโจ๊ก เตรียมบินไปสระแก้วบ่ายนี้ จี้ เคลียร์คดี ลูกตร.ร่วมฆ่า ป้าบัวผัน

16.01.24 | 11:43 น.

บิ๊กโจ๊ก เตรียมบินไปสระแก้วบ่ายนี้ จี้ เคลียร์คดี ลูก ตร.ร่วมฆ่า ป้าบัวผัน

จากกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.บัวผัน (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี หญิงสติไม่ดี ที่ถูกกลุ่มวัยรุ่น 5 คน โดยในจำนวนนี้มีลูกของตำรวจสืบสวน สภ.อรัญประเทศ ฆ่าทิ้งสระน้ำข้างโรงเรียนใน จ.สระแก้ว แต่ต่อมาตำรวจกลับจับแพะ คือนายปัญญา คงแสนคำ อายุ 54 ปี หรือลุงเปี๊ยก สามีผู้ตาย และส่งเข้าเรือนจำ ภายหลังเรื่องแดงจึงทำหนังสือขอปล่อยตัวออกมา

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16 มกราคม ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ ‘กัน จอมพลัง’ ได้พาญาติของ น.ส.บัวผัน มาขอให้ช่วย ขอความช่วยเหลือจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจเเห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หลังเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมทางคดี เนื่องจากไม่สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลจาก สภ.อรัญประเทศได้

นายกัณฐัศว์กล่าวว่า พี่สาว น.ส.บัวผัน ได้มาร้องขอความช่วยเหลือจากตนเพราะเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในคดี เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชน โดยตนเชื่อมั่นว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์จะมอบความเป็นธรรมให้กับคดีดังกล่าว อีกทั้งคดีนี้อาจมีใครบังคับให้นายปัญญายอมรับผิดในคดีว่าตัวเองใช้เก้าอี้ฟาดภรรยาจนเสียชีวิต ทั้งที่ความจริงนายปัญญาไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์เลย ไปทราบพฤติการณ์การก่อเหตุของคนร้ายจริงๆ ได้อย่างไร จึงตั้งข้อสังเกตว่ามีใครสั่งให้พูดข้อมูลดังกล่าว และหลังจากได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำแล้ว นายปัญญาก็หายตัวไป ญาติก็ติดตามหาตัวไม่ได้ หรือแม้แต่ทีมงานตนก็ไม่สามารถติดต่อกับ ผกก.สภ.อรัญประเทศได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ตนได้ข้อมูลมาว่านายปัญญาอยู่ที่เซฟเฮาส์กับญาติคนหนึ่งที่โรงแรมใน จ.สระแก้ว และจะให้ย้ายไปที่ จ.สุรินทร์ จึงสงสัยว่าเหตุใดต้องให้ไปพักที่เซฟเฮาส์ เกรงว่านายปัญญาจะไปพูดอะไรหรือไม่

Advertisement

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า คดีนี้เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนเป็นส่วนที่ที่ตนกำกับดูแลอยู่ ซึ่งญาติไม่มั่นใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยตนทราบว่าเด็กทั้ง 5 คนถูกจับกุมทั้งหมดแล้ว ซึ่งในจำนวนนั้นมีลูกของตำรวจด้วย แต่ประเด็นที่สังคมสงสัยคือเหตุใดนายปัญญาจึงยอมรับสารภาพในคดี ดังนั้นตนจะลงพื้นที่สั่งการพร้อมไปติดตามหานายปัญญาในช่วงบ่ายวันนี้ และหากมีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องจริงก็ต้องดำเนินคดี ไม่ปกป้องคนที่ทำผิด และยังยอมรับว่าพฤติการณ์การก่อเหตุของเด็กกลุ่มนี้เลวร้ายมาก ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ซึ่งการแก้ไขกฎหมายเพื่อลดอายุของเด็กให้รับโทษรุนแรงขึ้นนั้น เป็นเรื่องระยะยาวที่ยังคงหารือกันร่วมกับหลายหน่วยงาน

นางปาง พี่สาวของ น.ส.บัวผัน กล่าวว่า ตนยอมรับว่ารู้สึกกังวลใจ เกรงจะไม่ได้รับความยุติธรรม เพราะตำรวจไม่เคยเข้ามาดูแลแม้แต่ในงานศพญาติตนเอง และสงสัยว่าเหตุใดลุงเปี๊ยกไปรับสารภาพ มีใครไปบังคับสั่งการหรือไม่ เพราะตนไม่เชื่อว่าลุงเปี๊ยกจะไปก่อเหตุรุนแรงขนาดนี้ เพราะทั้งคู่ต่างสติไม่สมประกอบ และตั้งแต่นายปัญญาได้รับการปล่อยตัวก็ไม่มีใครประสานให้ไปรอที่เรือนจำ ไม่ทราบว่าถูกปล่อยตัวไปตั้งแต่เมื่อไหร่ และใครเป็นคนที่อยู่กับเจ้าตัวในตอนนี้ด้วย ตนต้องการให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษถึงที่สุด

ต่อมานายกัณฐัศว์ได้โทรศัพท์สอบถามกับ พ.ต.อ.พิเชษฐ์ ศรีจันทร์ตรา ผกก. สภ.อรัญประเทศ เพื่อสอบถามความคืบหน้าของคดี ได้ความว่า ขณะนี้นายปัญญา หรือ ‘ลุงเปี๊ยก’ อยู่ในความดูแลของญาติที่ ต.คลองน้ำใส จ.สระเเก้ว โดยไม่มีตำรวจอยู่ดูแล แต่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงว่าเหตุใดจึงมีการแจ้งข้อกล่าวหาและทำให้นายปัญญา รับสารภาพ โดยไทม์ไลน์การเกิดเหตุ ตำรวจรับแจ้งเหตุเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งนายปัญญาเป็นผู้พาตำรวจไปชี้จุดเกิดเหตุด้วยตัวเอง อีกทั้งยังพบว่ามีคราบเลือดบนขากางเกงของนายปัญญา แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นเลือดของใคร กองพิสูจน์จึงต้องส่งตรวจดีเอ็นเอ

แต่เมื่อแพทย์ได้เข้าตรวจสอบสภาพศพ พบว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 8-12 ชั่วโมง เท่ากับว่าเสียชีวิตราววันที่ 11 ม.ค.และเมื่อไล่ตรวจสอบภาพวงจรปิด ก็ไม่พบว่าลุงเปี๊ยกอยู่ในเหตุการณ์ขณะนั้น จึงย้อนภาพไปในวันที่ 10 ม.ค.พบว่าเหตุการณ์เป็นคนละเรื่อง คือกลุ่มเยาวชนเป็นผู้ลงมือก่อเหตุเอง ซึ่งขณะนั้นตำรวจได้ขออำนาจศาลฝากขังนายปัญญาไปแล้ว จึงต้องรีบทำเรื่องปล่อยตัว และเร่งนำตัวเยาวชน 5 คนมาสอบปากคำพร้อมยึดรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ

พ.ต.อ.พิเชษฐ์กล่าวอีกว่า หลังการปล่อยตัวนายปัญญา วานนี้ก็ได้สอบปากคำเด็กร่วมกับสหวิชาชีพ ก่อนนำตัวไปขอหมายขังที่ศาลเด็กและเยาวชนและสั่งค้านประกันตัว แต่วานนี้มีผู้โทรศัพท์สอบถามเข้ามาเยอะมากทำให้ตนไม่ได้รับสายใคร ทั้งยังไปร่วมงานศพของ น.ส.บัวผันเอง และยืนยันว่าตำรวจได้ภาพกล้องวงจรปิดและตัวผู้ต้องหาก่อนจะเป็นข่าว แต่พอมีสื่อช่องหนึ่งปั่นกระแสว่าเป็นการปกป้องลูกตำรวจนั้น ตนยังไม่ทราบเลยว่าผู้ต้องหาเป็นลูกตำรวจด้วย

ทั้งนี้ ส่วนตัวไม่สงสัยว่ามีใครวางบทให้นายปัญญาพูดหรือไม่ เพราะคนในพื้นที่ต่างพูดเหมือนกันว่านายปัญญามักเมาสุราและเคยทำร้ายร่างกายภรรยาตัวเองจริง แต่พอตำรวจซักถาม เจ้าตัวอาจรู้สึกกดดันและให้การวกไปวนมาจนยอมรับสารภาพเองในขณะนั้น แต่ไม่มีใครไปชี้นำให้เจ้าตัวพูด ไม่เกี่ยวข้องว่าพ่อของผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจ และแม้จะเป็นเช่นนั้นก็จะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา