ทอย ผัวโหด ขอขมาแม่น้องนุ่น พร้อมชดใช้ทุกอย่าง เปิดปมสังหาร ลั่น ไม่มีหน้าไปเจอลูก
จากกรณีโลกโซเชียล มีการแชร์ภาพ น.ส.ชลลดา มุธุรงศ์ หรือ นุ่น อายุ 27 ปี หรือ ที่หายตัวไป หลังจากมีปัญหาทะเลาะกันกับสามี และหนีลงจากรถของสามี เวลาประมาณ 03.00 น.ของวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา แล้วก็หายไป ซึ่งทางกลุ่มเพื่อนได้พากันโพสต์ตามหา แต่ยังไร้วี่แวว
จนล่าสุด เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ นายศิริชัย หรือ “ทอย” สามี น้องนุ่น รับสารกับตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ว่า ได้ลงมือสังหารน้องนุ่น เหตุมีปากเสียงกัน และนำศพไปทิ้ง จ.ฉะเชิงเทรานั้น
เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 20 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรีได้นำตัวนายศิริชัย รักทอง อายุ 33 ปี สามี มาสอบปากคำเพิ่มเติมหลังพบศพถูกเผาในสวนยางที่ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นศพ น.ส.ชลลดา อายุ 27 ปี ภรรยาของนายศิริชัย ต่อมา น.ส.เพ็ญ มารดาของ น.ส.ชลลดา ได้เดินทางมาที่ห้องสืบสวน สภ.ปากเกร็ด โดยมี พล.ต.ต.ปรารถนา แผ่นผา ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี และ พ.ต.อ.อภิศักดิ์ โชติกเสถียร ผกก.สภ.ปากเกร็ด มาร่วมสอบปากคำ
ต่อมาเวลา 22.00 น. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้าล่าสุด ว่า หลัง พล.ต.ต.ปรารถนา แผ่นผา ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร รองผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.คมกฤษณ์ คำบุศย์ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.ท.ติรัส ตฤณเตชะ รองผกก.สส.สภ.ปากเกร็ด พ.ต.ท.แสงระวี ภูสอาด สว.สส.สภ.ปากเกร็ด พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ปากเกร็ด ควบคุมตัวนายศิริชัย อายุ 33 ปี สามีของน้องนุ่น ที่บ้านหลังหนึ่ง ภายในหมู่บ้านดังย่านเมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี มาที่ห้องสืบสวนสภ.ปากเกร็ด โดยทำการสอบปากคำอย่างเคร่งเครียดนานกว่า 2 ชั่วโมง
โดยทางนายศิริชัย ได้ยกมือไหว้ขอขมาทาง นางสาวเพ็ญ อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นแม่ของนุ่น ที่ได้รับไหว้ขอขมา โดยมีอาการร้องไห้ เศร้าโศกเสียใจอยู่ตลอดเวลา
ตอนหนึ่ง นายศิริชัย กล่าวขอขมาแม่น้องนุ่น ว่า “ไม่ว่าแม่จะให้อภัย หรือไม่ให้อภัย ผมก็จะขอชดใช้กับทุกสิ่งที่อยู่ ที่ผมได้ทำพลาดลงไปแล้ว”
นางสาวเพ็ญ แม่ของน้องนุ่น ถามว่า ทำกับลูกแม่ทำไม
นายศิริชัย กล่าวว่า “มันเป็นเหมือนแค้นสะสมมาหลายอย่าง ก็ตามที่แม่ได้ยิน เวลาผมคุยกับเขา ผมจะเป็นฝ่ายง้อตลอด แต่ไม่ว่าจะทำดีแค่ไหน เขาก็ไม่เคยมองว่าผมดี อคติที่เขาเอามาพูดซ้ำอีก เรื่องที่เคยเคลียร์กันไปแล้วเขาก็เอามาทะเลาะซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งโมโห สะสม เก็บกดสะสมมา
เขาไม่ยอมให้อภัยผมสักครั้ง ไม่ว่าผมจะทำดีแค่ไหน พูดอะไรไป ก็ผิดใจเขาตลอด ผมไม่เคยคิดจะฆ่า หรือทำให้เขาตาย แต่ด้วยความเมา และโมโห เลยทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้น
ต่อให้ผมออกมาจากคุก ผมก็ไม่กล้าสู้หน้าครอบครัวนุ่นและครอบผม ไม่มีหน้าไปเจอลูกตัวเอง ผมเลยมาบอกลาทุกคน ไม่ต้องให้เขาจำผมก็ได้ บอกว่า พ่อของเขาตายไปแล้วก็ได้”

พล.ต.ต.ปรารถนา เปิดเผยว่า เบื้องต้นขณะที่สอบปากคำ นายศิริชัยให้การรับสารภาพว่าทำขั้นตอนไหนบ้าง ทำร้ายร่างกายยังไง นายศิริชัยให้การรับสารภาพ เจตนาลงมือฆ่าแน่นอน สาเหตุอาจจะมาจากการที่ดื่มสุรามีอาการเมามาก และมีการพูดถึงแฟนเก่าของสามี เลยทะเลาะเบาะแว้งกันระหว่างที่เดินทางกลับบ้าน เป็นเหตุของการทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้นตั้งแต่อยู่บนรถ ตอนช่วงที่อยู่บนรถยังไม่เสียชีวิต แต่เท่าที่สอบถามแล้วนายศิริชัยทำร้ายร่างกายแฟนอีกครั้งในบ้าน โดยใช้วัสดุบางอย่างทุบไปที่ศีรษะ เป็นอิฐตัวหนอนทุบที่ศรีษะ จนแฟนหมดแรง ด้วยความโมโหของผู้ชาย และความเมา ซึ่งเกิดเหตุวันที่ 18 ก.พ.67 ช่วงประมาณเวลาตี 01.00 น. เบื้องต้นพอนายศิริชัยรู้ว่าเสียชีวิต ช่วงเช้าก็รีบเดินทาง ออกจากบ้านประมาณ 09.00 น. เอาศพไปทำลายทิ้งที่จ.ปราจีนบุรี เป็นจุดที่เปลี่ยวจากที่สอบปากคำคือเขาเอาศพแฟนใส่กระเป๋าและเอาไว้ตรงเบาะด้านหลังฝั่งซ้าย และมีลูกนั่งไปด้วยตลอดเวลา

พล.ต.ต.ปรารถนา กล่าวต่อว่า ซึ่งแรงจูงใจมาจากการหึงหวงประกอบกับมีอาการเมาด้วย ยืนยันศพที่พบเป็นของน้องนุ่น เนื่องจากมีสร้อยข้อมือที่สามารถระบุได้ ทางผู้ชายมีพฤติกรรมที่รุนแรง ทางตำรวจกำลังตรวจสอบเพิ่มเติมอยู่ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปราจีนบุรีกำลังชันสูตรศพ ขณะที่บ้านของนายศิริชัยเองทางเจ้าหน้าที่ตรวจพบมีร่องรอยหลักฐานภายในบ้านเป็นคราบเลือดติดอยู่ในจุดที่ถูกทำร้ายร่างกาย
พล.ต.ต.ปรารถนา กล่าวต่อว่า ซึ่งทางมารดาของน้องผู้เสียชีวิตมีอารมณ์โกรธโมโหมาก ตอนนี้แม่ยังทำใจไม่ได้ คนก่อเหตุได้แต่ขอโทษแม่ผู้เสียชีวิต และมีการขอขมาในการที่ทำลงไป จากการแจ้งความแม่ได้สงสัยตัวลูกเขยอยู่ก่อนแล้ว ทางแม่น้องไม่เชื่อตั้งแต่แรก โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา ฆ่าคนตายโดยเจตนาและฆ่าอำพรางศพ พร้อมดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป




