“หมอระวี-แกนนำกคป.”อ่วม! ศาลแพ่งสั่งชดใช้95ล้าน ชุมนุมปิด ปตท.-ก.พลังงาน

นพ.ระวี มาศฉมาดล แกนนำกองทัพประชาชนและเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย (กคป.)

เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ศาลแพ่งมีคำพิพากษาในคดีที่บริษัทเอนเนอร์ยีคอมเพล็กซ์ จำกัด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา นายทศพล แก้วทิมา และ นพ.ระวี มาศฉมาดล แกนนำกองทัพประชาชนและเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย (กคป.) นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และนายธวัชชัย พรหมจันทร์ แกนนำ กคป. เป็นจำเลยที่ 1-5 เรื่องละเมิดเรียกค่าเสียหาย 118,930,051.44 บาท

จากกรณีเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2557 จำเลยทั้งห้าร่วมกันนำผู้ชุมนุมเข้าไปที่สำนักงานของกลุ่มบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และกระทรวงพลังงาน เป็นพื้นที่เช่าของบริษัทเอนเนอร์ยีฯ ที่นำมาให้กลุ่มบริษัท ปตท.ฯ และกระทรวงพลังงานเช่าเป็นที่ตั้งสำนักงาน โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้เข้าครอบครองพื้นที่ของโจทก์ตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม 2557 ต่อเนื่องตลอดมา มีการตั้งเวทีปราศรัยโจมตีกระทรวงพลังงาน ผู้เช่าพื้นที่อาคาร ทำให้โจทก์และผู้เช่าไม่สามารถเข้าใช้อาคารได้ เป็นเหตุให้ต้องปิดอาคารทั้ง 6 อาคาร ทำความเสียหายต่อทรัพย์สินภายในอาคารของโจทก์ และทำให้โจทก์ขาดรายได้จากการประกอบกิจการ ขอให้จำเลยร่วมกันชดใช้เงินจำนวน 118,930,051 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องคดีเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2557 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ และห้ามจำเลยทั้งห้ากับผู้ชุมนุมเข้าไปเกี่ยวข้องกับพื้นที่ของโจทก์ และขอให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายอีกวันละ 2,049,492.97 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะยุติการกระทำละเมิดต่อโจทก์ด้วย

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยทั้งห้าต่างเป็นแกนนำในการชุมนุม โดยมีการแบ่งหน้าที่กันทำ ดังนั้น การที่จำเลยทั้งห้าและผู้ร่วมชุมนุมบุกรุกเข้ามายังพื้นที่อาคารของโจทก์ เพื่อใช้เป็นสถานที่ชุมนุม มีการตั้งเวทีปราศรัย ตั้งเต็นท์ขนาดใหญ่และขนาดเล็ก เพื่อใช้เป็นที่นอนของผู้ชุมนุม และทำให้ทรัพย์สินในอาคารของโจทก์เสียหาย จึงเป็นการใช้สิทธิอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ พนักงานของโจทก์ และประชาชนผู้มาติดต่อ รวมทั้งผู้เช่าพื้นที่ในอาคารของโจทก์ อันเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนที่โจทก์ต้องขาดรายได้ที่เป็นค่าเช่าและค่าบริการพื้นที่ ค่าตลาดนัด รายได้จากค่าบริการที่จอดรถ ค่าใช้จ่ายที่โจทก์ต้องเช่าที่อื่นเป็นสำนักงานชั่วคราว และค่าเสียหายอื่นๆ อันเป็นค่าเสียหายโดยตรงจากการทำละเมิดของจำเลยทั้งห้า เป็นเงินทั้งสิ้น 95,923,547.84 บาท

ปัจจุบันจำเลยทั้งห้าและผู้ชุมนุมได้รื้อถอนสิ่งต่างๆ ออกจากพื้นที่การครอบครองของโจทก์แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องสั่งห้ามจำเลยทั้งห้าและผู้ร่วมชุมนุมเข้าไปเกี่ยวข้องกับพื้นที่ของโจทก์อีก และสำหรับค่าเสียหายรายวันนั้น ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งห้าและกลุ่มผู้ชุมนุมบุกรุกเข้ายึดถือการครอบครองพื้นที่ของโจทก์ นับแต่วันฟ้องที่ 12 มีนาคม 2557 อีก ศาลจึงไม่กำหนดค่าเสียหายส่วนนี้ให้

จึงมีคำพิพากษาว่า ให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันชำระเงิน 95,923,547.84 บาท แก่บริษัทเอนเนอร์ยีฯ โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันฟ้องที่ 12 มีนาคม 2557 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้ยังไม่สิ้นสุดตามคำพิพากษา เนื่องจากคู่ความสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดีได้ตามกฎหมายภายใน 30 วัน นับจากวันที่ศาลมีคำพิพากษาในวันนี้ ส่วนคดีอาญาที่พนักงานอัยการยื่นฟ้อง นพ.ระวี กับแกนนำและผู้ร่วมชุมนุม กคป. รวม 56 คน เมื่อปี2557-2558 ในช่วงเดียวกับที่มีการชุมนุมปิดกรุงเทพฯ ของกลุ่ม กปปส. ที่นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในขณะนั้น ในความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป เพื่อกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้เกิดความวุ่นวายต่อบ้านเมือง, ร่วมกันบุกรุกอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นในเวลากลางคืน และข้อหาอื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215,216,362,365 และประกาศของศูนย์รักษาความสงบฉบับที่ 3/2557 เรื่องห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมลงวันที่ 25 มกราคม57 และ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 4 – 7 , 9 -10 , 18 นั้น คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอาญา ยังไม่มีคำพิพากษา

บทความก่อนหน้านี้‘ปู ไปรยา’ ได้เป็นทูตสันถวไมตรี UNHCR คนแรกในอาเซียน ลั่นจากนี้คืออุทิศตนเพื่อเพื่อนมนุษย์
บทความถัดไปตายายชาวอ่างทองร้องนกอพยพทำรังล้อมบ้าน ถ่ายมูลเรี่ยราดหวั่นเป็นหวัดนก