รวบพีอาร์สาว ปลอมผลตรวจ เคลมประกันโควิด 1 แสน ตร.เตือนโทษหนัก คุก 3 ปี

รวบพีอาร์บ่อตกกุ้ง ปลอมผลตรวจโควิด เคลมเงินสินไหมประกันภัย ตร.เตือนโทษหนักคุก 3 ปี

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ. สั่งการ พ.ต.อ.กริช วรทัต ผกก.4 บก.ปอศ.พ.ต.ท.รุตินันท์ สัตยาชัย สว.กก.4 บก.ปอศ. จับกุม น.ส.นภัสนันท์ แซ่จึง อายุ 37 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 717/2566 ลงวันที่ 15 พ.ค. 2566 ข้อหา “ร่วมกันปลอมเอกสารและร่วมกันใช้เอกสารปลอม, ร่วมกันเรียกร้องผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยโดยทุจริตหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จในการเรียกร้อง” ได้ภายในซอยเอกชัย 35 แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กรุงเทพฯ

จากการจับกุมทราบว่าเมื่อช่วงที่ยังมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 น.ส.นภัสนันท์ ผู้ต้องหาซึ่งเป็นพีอาร์บ่อตกกุ้งแห่งหนึ่งย่านฝั่งธนได้ร่วมกับพวกทำการปลอมแปลงเอกสารรับรองผลการตรวจเชื้อ และเอกสารใบรับรองแพทย์ ก่อนนำไปยื่นเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนกับบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง เป็นเงิน 1 แสนบาท ภายหลังมีการตรวจสอบพบความผิด ทางบริษัทจึงเข้าแจ้งความไว้ที่ บก.ปอศ. จนมีการออกหมายจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทราบว่า ปัจจุบัน น.ส.นภัสนันท์ ยังคงหลบอยู่ในกรุงเทพฯ ก่อนจะตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว สอบสวน น.ส.นภัสนันท์ ให้การปฏิเสธอ้างว่าไม่ได้มีเจตนา แต่ยอมรับว่ามีคนรู้จักแนะนำให้ทำกรมธรรม์ประกันภัยกับบริษัทแห่งนี้ พร้อมช่วยจัดการเรื่องเอกสารต่าง ๆ ให้ เมื่อตนนำเอกสารปลอมไปเคลมเงินประกันภัยได้แล้ว ก็จะต้องนำเงินมาแบ่งกัน จึงนำตัวส่งกก.4 บก.ปอศ. ดำเนินคดีต่อไป

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การปลอมเอกสารใดและนำมาใช้เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายถือเป็นความผิดทางอาญาฐาน “ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม” โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากนำเอกสารปลอมใด ๆ มายื่นใช้เคลมประกันภัย หรือเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.วินาศภัย ฐาน “ร่วมกันเรียกร้องผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยโดยทุจริตหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จในการเรียกร้อง” มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image