คำสั่งฉบับเต็ม ฟัน ‘บิ๊กโจ๊ก’ กับ 4 ลูกน้อง พ้นราชการ เซ่นเว็บพนัน เป็น ตร.แต่ทำผิดเอง

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) (แฟ้มภาพ)

เปิดคำสั่งฉบับเต็ม ฟัน ‘บิ๊กโจ๊ก’ กับ 4 ลูกน้อง ให้ออกจากราชการไว้ก่อน เซ่นเว็บพนันออนไลน์ เป็น จนท.กลับทำผิดเอง กระทบศรัทธา ปชช.-กระทบภาพลักษณ์ ตร.อย่างร้ายแรง

เมื่อวันที่ 18 เมษายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) มีหนังสือคำสั่งที่ 178/2567 ลงวันที่ 18 เมษายน 2567 เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการไว้ก่อน ใจความว่า ด้วยข้าราชการตำรวจดังต่อไปนี้

1.พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

2.พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา

Advertisement

3.พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธร พระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ

4.ส.ต.อ.ณัฐวุฒิ หวัดแวว ผู้บังคับหมู่ (ทำหน้าที่จราจร) งานปฏิบัติการจราจรตามโครงการพระราชดำริ 1 กองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจจราจร

5.ส.ต.อ.ณัฐนันท์ ชูจักร ผู้บังคับหมู่ งานสายตรวจ 1 กองกำกับการ 1 กองบังคับการ ตำรวจจราจร

Advertisement

มีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกตั้งกรรมการสอบสวน กรณีมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ ชื่อ BNKMASTER จนถูกดำเนินคดีอาญาและถูกศาลอาญาออกหมายจับ ในความผิดฐาน “สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันฟอกเงิน” และมีเหตุผลให้พักราชการได้ตามกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ.2547 ข้อ 3(1) คือถูกตั้งกรรมการสอบสวน หรือต้องหาว่ากระทำผิดอาญา โดยผู้กระทำความผิดเป็นข้าราชการตำรวจ มีหน้าที่และอำนาจในการรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชน ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา แต่กลับต้องหาว่ากระทำผิดทางอาญาเสียเอง ซึ่งเป็นคดีสำคัญ ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนและภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างร้ายแรง ถ้าให้คงอยู่ในหน้าที่ราชการอาจเกิดความเสียหายแก่ราชการได้ ประกอบกับได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการสอบสวนพิจารณาที่เป็นเหตุให้สั่งพักราชการนั้นจะไม่แล้วเสร็จโดยเร็ว

ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 115 มาตรา 108 มาตรา 131 และมาตรา 179 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ประกอบกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ.2549 ข้อ 8 และคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 118/2567 ลงวันที่ 20 มี.ค.2567 เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจรักษาราชการแทน จึงให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล กับพวก รวม 5 นาย ออกจากราชการไว้ก่อนเพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัย ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

อนึ่ง ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามคำสั่งนี้ มีสิทธิอุทธรณ์ต่อ ก.พ.ค.ตร. ได้ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 มาตรา 141 ภายใน 30 วัน นับแต่วันรับทราบคำสั่ง และหากประสงค์จะฟ้องโต้แย้งคำสั่ง หรือคำวินิจฉัยอุทธรณ์นี้ให้ทำคำฟ้องเป็นหนังสือยื่นต่อศาลปกครอง หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังศาลปกครองภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หรือรับทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์ หรือภายใน 90 วัน นับแต่วันพ้นกำหนด 90 วัน นับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือร้องขอทราบผลการวินิจฉัยอุทธรณ์

ขณะที่ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากกรณี สน.เตาปูน ได้มีการดำเนินคดีอาญากับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และข้าราชการตำรวจ รวม 5 คน ในคดีความผิดฐานฟอกเงินและอื่นๆ ตามที่มีการเสนอข่าวไปแล้วนั้น กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้รายงานผลการดำเนินการมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สำนักงานกฎหมายและคดี และกองวินัย ซึ่งเป็นฝ่ายอำนวยการของ ผบ.ตร. ได้เสนอเรื่องมายัง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐพิจารณาตามข้อกฎหมาย พฤติการณ์แห่งคดี และความร้ายแรงที่เกิดขึ้น จึงได้มีคำสั่ง ตร.ที่ 177/67 ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อดำเนินการวินัยอย่างร้ายแรงกับข้าราชการตำรวจทั้ง 5 นาย ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 และให้ออกจากราชการไว้ก่อน

ทั้งนี้ การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนเป็นการใช้อำนาจของ รรท.ผบ.ตร. ในกรณีที่ข้าราชการตำรวจถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง หรือต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา หรือเกี่ยวกับความประพฤติหรือพฤติการณ์อันไม่น่าไว้วางใจ และเห็นว่าถ้าให้คงอยู่ในหน้าที่ราชการอาจเกิดความเสียหายแก่ราชการได้ การสอบสวนทางวินัยจะไม่แล้วเสร็จโดยเร็ว ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 มาตรา 131 ประกอบกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ.2547 ซึ่งในคดีนี้เป็นการต้องหาคดีอาญา ที่ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดเป็นข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และมีการกระทำความผิดร่วมกันกับข้าราชการตำรวจและพลเรือนอีกหลายคน ซึ่งตำรวจนั้นมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดอาญา แต่กลับต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาเสียเอง และเป็นคดีสำคัญเกี่ยวกับการฟอกเงิน กระทบต่อความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนและภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างร้ายแรง ถ้าให้คงอยู่ในราชการอาจเกิดความเสียหายต่อราชการได้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐจึงได้มีคำสั่งให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กับข้าราชการตำรวจ รวม 5 คน ออกจากราชการไว้ก่อน และได้นำเรียนนายกรัฐมนตรีเพื่อรับทราบแล้ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ส่งตัว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กลับมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image