แถลงวุ่น รุมจี้ถาม ‘กรมราชทัณฑ์’ ปมช่วยชีวิตบุ้ง ทะลุวัง หลังตอบไม่ตรงกัน ‘ผู้ตรวจ’ โอด ถามลึกไป
จากกรณี น.ส.เนติพร หรือ บุ้ง ทะลุวัง ผู้ต้องขังคดีทางการเมือง เสียชีวิตเมื่อเวลา 11.22 น. ของวันที่ 14 พฤษภาคม หลังหัวใจหยุดเต้น หมอปั๊มหัวใจ เร่งนำตัวส่งไปรักษายังโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ โดยถูกคุมขังเป็นเวลา 110 วัน
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 พฤษภาคม ที่ชั้น 2 กรมราชทัณฑ์ จ.นนทบุรี กรมราชทัณฑ์ แถลงข่าวกรณี น.ส.เนติพร หรือ บุ้ง ทะลุวัง ได้เสียชีวิตในขณะอยู่ภายใต้การควบคุมของกรมราชทัณฑ์ โดยมี นพ.สมภพ สังคุตแก้ว ผู้ตรวจราชการกรม นางอาจารี ศรีสุนาครัว ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลาง และ นพ.พงศ์ภัค อารียาภินันท์ ผู้อำนวยการทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เข้าร่วม

เสียใจเหตุจากไปของ ‘บุ้ง เนติพร’
ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเหตุการเสียชีวิต
นพ.สมภพ กล่าวว่า รัฐบาลโดยท่านนายกฯ และ พ.ต.ท.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องมา ณ ที่นี้ ขอชี้แจงในเบื้องต้นว่า กรมราชทัณฑ์ได้รับตัวมาควบคุมตัว ณ ทัณฑสถานหญิงกลาง 26 ม.ค.2567 ซึ่งขณะนั้น บุ้งได้อดอาหารอยู่แล้ว ทางทัณฑสถานหญิงกลาง ได้เฝ้าระวังดูแลอย่างใกล้ชิด
ต่อมาวันที่ 29 ก.พ.-8 มี.ค. ได้เข้ารับการรักษาที่ รพ.ราชทัณฑ์ เป็นเวลา 8 วัน จากอาการอ่อนเพลีย และส่งรักษาตัวที่ รพ.ธรรมศาสตร์ ต่อมาวันที่ 4 เม.ย. แพทย์มีหนังสือขอส่งตัวกลับมารักษาตัว เนื่องจากเห็นว่ารักษาที่ รพ.ราชทัณฑ์ได้ ซึ่งมีรายงานว่าได้กลับมารับประทานอาหารได้บ้าง ตามลำดับ
ทาง รพ.ราชทัณฑ์ ได้จัดให้เข้าพักในห้องรวม ซึ่งมี น.ส.ทานตะวัน พักอยู่ด้วย ตรวจตลอดเวลา รู้สึกตัวดี ไม่พบน้ำตาลในเลือด จนกระทั่งวันเกิดเหตุ เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 14 พ.ค. ขณะกำลังพูดคุยกันตามปกติ บุ้งได้วูบและหมดสติไป ได้กระตุ้นหัวใจโดยทันที และส่งตัวไปรักษาที่ รพ.ธรรมศาสตร์
กระทรวงยุติธรรม โดยกรมราชทัณฑ์ ได้ให้ความเคารพและสิทธิขั้นพื้นฐาน มีการเฝ้าระวัง และรักษาอาการบุ้งโดยใกล้ชิด เพื่อความโปร่งใส ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต หากผลชันสูตรออกมาแล้วจะแจ้งให้ทราบต่อไป
นพ.พงศ์ภัค อารียาภินันท์ ผู้อำนวยการทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ กล่าวว่า รายละเอียดอาหารที่บุ้ง เนติพรรับประทานในแต่ละวัน จะมีการบันทึกเอาไว้ ซึ่งอาจจะต้องไปดูรายละเอียดซึ่งจะมีรายละเอียดอยู่ อาหารของบุ้ง ก็จะมีอาการอ่อนเพลีย การทานอาหารทานได้ตามลำดับ เท่าที่เห็นคือ ทานข้าวต้มได้ ทานไข่เจียว เป็นต้น ซึ่งน้องค่อยๆ เริ่มทานขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งนี้ นพ.พงศ์ภัค ไม่ได้ตอบถึงประเด็นที่ว่า บุ้งกลับมาทานตั้งแต่วันที่เท่าไหร่ แต่ระบุว่าบุ้งเริ่มกลับมาทานตามลำดับ ขึ้นอยู่กับอาการว่าแน่นท้องหรือเปล่า อืดท้องหรือเปล่า ซึ่งจากรายงานก็มีทานเป็นระยะ หากช่วงไหนที่แน่นท้อง ก็จะทานได้น้อยลง
ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต นพ.พงศ์ภัคกล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุ แต่หากมีผลชันสูตรออกมาน่าจะได้ข้อมูลที่ชัดเจนขึ้น ยืนยันว่าด้านสารบำรุงร่างกายต่างๆ โรงพยาบาลมีเตรียมไว้ให้ แต่ น.ส.เนติพรปฏิเสธที่จะไม่รับ
ด้าน นพ.สมภพ สังคุตแก้ว ผู้ตรวจราชการกรม กล่าวว่า ลักษณะของคนที่อดอาหารมาระยะเวลาหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกระเพาะอาหารก็ดี ระบบทางเดินอาหาร จะต้องมีการค่อยๆ รับประทานอาหาร อาจจะเป็นอาหารอ่อนก่อน เหมือนกับพวกเราที่จะไปผ่าตัดเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร แพทย์ก็จะให้ทานอาหารอ่อนก่อน การที่ น.ส.เนติพรได้รับอาหารคือ บางมื้ออาจจะได้นิดเดียว แต่ รพ.ราชทัณฑ์เราจัดอาหารให้ 3 มื้อ ว่าจะทานได้มากได้น้อยยังไงก็จะมีการบันทึกปริมาณไว้ เช่น อย่างยาที่เราจัดให้ จะเป็นวิตามินบำรุงเลือด เพราะเราตรวจเลือดพบว่ามีภาวะโลหิตจาง ซึ่งพอเราไปตรวจก็พบว่าน้องปฏิเสธที่จะรับประทานตรงนี้
เมื่อถามว่า หลังจาก น.ส.เนติพรปฏิเสธทาน ทางแพทย์ได้ให้สารอาหารทางหลอดเลือดดำไหม ผู้ตรวจราชการกรมกล่าวว่า ถ้าโดยทางปกติ ถ้าสามารถรับประทานอาหารได้ และเรามีการตรวจสภาพร่างกายโดยทั่วๆ ไปของผู้ป่วย ถ้าสามารถรับประทานอาหารเองได้ จะให้ทาน ส่วนการให้สารอาหารทางน้ำและหลอดเลือด ปกติเราจะให้ในภาวะเสียน้ำอย่างรุนแรง เหมือนคนท้องเสีย หรือคนที่อยู่ในภาวะของสารน้ำที่ไม่พอ เพราะสารน้ำที่ให้ทางเลือดก็คือน้ำเกลือ ไม่ได้มีสารอาหารเช่นโปรตีน หรืออะไรอยู่ในนั้น
ตรวจร่างกาย ‘บุ้ง’ ครั้งสุดท้ายก่อนเกิดเหตุ 1 วัน
ยันขณะคุมขัง ไม่เคยหมดสติมาก่อน ครั้งแรกไม่คาดฝัน
“สำหรับการตรวจร่างกายของ น.ส.เนติพร เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปติดตามอาหาร ตรวจร่างกายครั้งล่าสุด คือเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ซึ่งเป็น 1 วัน ก่อนเกิดเหตุ โดยแพทย์ประเมินว่ามีอาการอ่อนเพลีย เวลาลุกเดิน รู้สึกตึงๆ อ่อนแรง เหมือนกับทุกวันที่ผ่านมา ซึ่งภาวะอิเล็กโทรไลต์ อาจจะเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิต ก็อาจจะเป็นไปได้ แต่รอผลชันสูตรจะชัดเจนกว่า” นพ.พงศ์ภัค กล่าวและว่าถึงการประเมินความรุนแรงของอาการ และวิธีรับมือว่า
อย่างที่กล่าวไปตอนต้น อาการของ น.ส.เนติพร หลังจากกลับจาก รพ.ธรรมศาสตร์ อาการคือ อ่อนเพลีย ทานได้เล็กน้อย และเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ ซึ่งจากการตรวจพบว่า จะมีภาวะโลหิตจาง และเกลือแร่ต่ำ ก็พยายามที่จะบอกน้องและกระตุ้นว่า มีความสำคัญและอาจมีผลแทรกซ้อนถึงแก่ชีวิตได้ น้องเขาก็รับทราบ ทว่าน้องเขามีเจตจำนงค์ปฏิเสธที่จะทานพวกเกลือแร่หรือว่าวิตามิน
ส่วนประเด็นข้อสงสัยในศักยภาพ รพ.ราชทัณฑ์ ไม่น่าจะปล่อยให้น้องเสียชีวิตได้นั้น นพ.พงศ์ภัค ระบุว่า เป็นอาการฉุกเฉินเมื่อตอนเช้าเลย เพราะก่อนหน้านั้นอาหารน้องเหมือนเดิมทุกวัน ก็คือมีอาการสุขสบายดี รู้ตัวดี น้ำตาลไม่ต่ำ สัญญาณชีพปกติ แล้วเกิดเหตุฉุกเฉิน ไม่มีอาการอะไรนำมาก่อน
ยืนยันว่าในช่วงที่อยู่ใน รพ.ราชทัณฑ์ น.ส.เนติพร ไม่เคยหมดสติมาก่อน ครั้งนี้เป็นครั้งแรก โดยขณะเกิดเหตุคือ แพทย์เข้าไปประเมินดูพบว่าสัญญาณชีพไม่มี เลยช่วยชีวิตทันที ปั๊มหัวใจต่อเนื่องไปจนถึง รพ.ธรรมศาสตร์
ส่วนผลการตรวจเลือดพบว่า น.ส.เนติพร มีภาวะน้ำเกิน ก็พยายามแนะนำน้องให้ทานพวกโซเดียมน้อยลงหน่อย น้องเขาก็ปฏิบัติตาม ซึ่งภาวะไตมีค่าปกติ ในการดูแลก็มีนักโภชนาการเข้าไปดูแลด้วย ซึ่งจากการประเมินก็น่าจะอยู่ใน “ภาวะขาดอาหารเรื้อรัง” รวมถึงเกลือแร่ที่สำคัญพร่องไปจากการขาดอาหาร
สำหรับ มาตรฐานการรักษาสำหรับวิกฤตของผู้ต้องหา อดอาหาร นพ.พงศ์ภัค กล่าวว่า ที่ผ่านมาน้องๆ ที่เข้ามาเขาก็จะมีการ ประกาศอดอาหาร แต่ส่วนใหญ่จะค่อยๆ ปรับตัวและผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
สำหรับเกณฑ์ของผู้ที่อดอาหารเกิน 100 วัน กรมราชทัณฑ์จะมีมาตรฐานรักษาอย่างไรนั้น
นพ.สมภพ สังคุตแก้ว ผู้ตรวจราชการกรม กล่าวว่า โดยทั่วไปในกลุ่มของคนที่ประสงค์จะอดอาหาร ไม่ว่าจะอยู่ในกรุงเทพมหานคร หรืออยู่ตามเรือนจำต่างจังหวัด ทางกรมราชทัณฑ์ เรามีมาตรฐานการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังที่แสดงเจตนารมย์อดอาหาร เป็นมาตรฐานเลยว่า ตั้งแต่รับตัวมา แล้วแจ้งจำนงค์อดอาหาร ในทางปฏิบัติจะเริ่มนักจิตวิทยา และรับการตรวจร่างกายโดยแพทย์ พยาบาล โดยทันที จะมีการพูดคุย หว่านล้อม หาสาเหตุให้เปลี่ยนแนวคิดในการอดอาหาร แต่ถ้ายังยืนยันแนวคิด ทางกรมก็มีแนวทางการรักษาพยาบาลคือ จะประเมินสภาวะร่างกายทุกวัน ถ้าเกิดภาวะว่าจะมีอันตราย และเกินศักยภาพของรพ.ทัณฑสถาน ที่จะดูแลรักษาได้ ก็จะต้องส่งต่อผู้ต้องหาไปรับการรักษากับโรงพยาบาลแม่ข่าย
สำหรับเคสของ น.ส.เนติพร ในช่วงแรกก็ประกาศอดอาหารแล้ว จนกระทั่งเริ่มมีอาการอ่อนเพลียมากขึ้น หรือมีสภาวะเกินศักยภาพของ รพ.ทัณฑสถาน จึงส่งมาที่ รพ.ราชทัณฑ์ ซึ่งเป็น รพ.แม่ข่าย ก็จะมีการประเมินและรักษา จนอาการคิดว่าสามารถกลับไปอยู่ในทัณฑสถานได้
นพ.พงศ์ภัค กล่าวเสริมว่า ในช่วงของเดือนมีนาคม ตอนนั้นเราส่ง น.ส.เนติพร ไป รพ.ธรรมศาสตร์ น.ส.เนติพรปฏิเสธทานอาหารและน้ำ รวมถึงวิตามิน เราก็ถามน้องว่าถ้าไป รพ.ธรรมศาสตร์ อาจจะรู้สึกว่าเกิดภาวะที่ได้รับการดูแลที่มีแพทย์ครบทุกด้าน ซึ่งน้องก็เห็นด้วยส่วนหนึ่ง และเราก็เห็นว่าถ้าน้องได้เริ่มทานอาหาร อาการอาจจะดีขึ้นบ้างจากอาการอ่อนเพลีย ที่ว่าเกินศักยภาพคือน้องไม่ยอมทาน ซึ่งเท่าที่ดูแล้วไม่มีอะไรมากระตุ้นให้เกิดการเสียชีวิต

แถลงวุ่น ตอบไม่ตรงกัน
อ้างคำบอกเล่าของ ‘ทานตะวัน’ วันเกิดเหตุบุ้งวูบดับ
อสจร. ตรวจวัดความดันก่อนสลบ ราชทัณฑ์ห่วง ‘ตะวัน’ เครียด-ซึมเศร้า
“น้องทานตะวันเขาเล่าว่า น้องตื่นมาเห็นพี่บุ้งเขาเดินไปเข้าห้องน้ำ แล้วพี่บุ้งเลยถามน้องว่า ยังปวดท้องอยู่หรือเปล่า หมายถึงว่าคุยกันก่อนที่ทั้งคู่จะนอนต่อ เป็นช่วงเวลาก่อนที่บุ้งจะเสียชีวิต กล่าวคือก่อนหน้านั้น บุ้งยังเดินได้ตามปกติ และทั้งบุ้งและทานตะวันนอนเตียงเดียวกัน เป็นความประสงค์ของทั้งคู่ ซึ่งต้องเรียนว่าทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการให้คำแนะนำตลอด
อย่างในวันเกิดเหตุ อสรจ. (อาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ) วัดความดันปกติตามปกติ บุ้งก็คุยด้วย และยกแขนได้ เสร็จแล้ว ผ่านไปสัก 1-2 นาที ก็กระตุกขึ้นมาแล้วแน่นิ่งเสียชีวิต ซึ่งขณะนั้นทานตะวันนอนหลับอยู่ ซึ่งทุกอย่างมีกล้องวงจรปิดบันทึกไว้” นพ.พงศ์ภัคกล่าว และว่า ผมเห็นจากกล้องแค่ตรงนั้น แต่นอกจากนั้นมีเอกสารบันทึกไว้ตลอด ว่ามีการช่วยชีวิตทันที ในเอกสารบันทึกไว้ว่าที่เตียงยังมีชีพจรอ่อนอยู่ ก่อนจะช่วยกันพยุงลงไปในห้องที่เหมาะสม และมีการฉีดยากระตุ้นหัวใจโดยพยาบาล ณ โรงพยาบาล
ซึ่งผู้สื่อข่าวถามว่ามีหลักฐานไหม นพ.พงศ์ภัคตอบว่า อันนี้ไม่ได้ดูต่อเนื่อง เพราะว่ากล้องวงจรปิดมีแค่ตรงนั้น ส่วนที่ว่าพยุงลงไปยังไง ด้วยเปล ผ่านลิฟต์หรือว่าลงบันได นพ.พงศ์ภัคไม่ได้ตอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าว ณ จุดนี้ นพ.สมภพได้แถลงต่างจาก นพ.พงศ์ภัค โดยระบุว่าขณะเกิดเหตุ น.ส.เนติพร วูบนั้น น.ส.ทานตะวันไม่ได้หลับ แต่รับการตรวจความดันพร้อมกัน จึงเกิดความสับสนในกลุ่มผู้สื่อข่าว ได้ยิงคำถามอย่างต่อเนื่อง

ต่อมา นพ.สมภพได้กล่าวว่า ขั้นตอนเคลื่อนย้ายต่างๆ อาจจะให้ ท่าน ผอ.ตอบไม่ได้ เพราะเป็นดุลยพินิจของผู้ดูแลตรงนั้น แต่ขอยืนยันว่าทำตามระบบของการช่วยชีวิต ทั้งนี้ความสับสนที่เกิดขึ้น เพราะคำถามที่ถามมาเป็นการลงรายละเอียดลึกจนเกินไป จะต้องให้การรักษาจากไหนไปไหน ฉีดอะดรีนาลีนโดยใคร เป็นคำถามที่ลงลึกจนเกินไป
อย่างไรก็ตาม นพ.สมภพ กล่าวถึงกรณี น.ส.ทานตะวัน ซึ่งถูกคุมขังอยู่ และมีเจตจำนงค์อดอาหารเหมือนกันนั้น ขณะนี้ ร่างกายดีขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีอาการอ่อนเพลียบ้าง แต่การเดินก็ยังแข็งแรง เพราะว่าทานอะไรได้เยอะขึ้น ซึ่งก็ต้องรอให้ร่างกายได้ปรับตัว และตอนนี้ผู้ต้องขังที่อยู่ใน รพ.ราชทัณฑ์ มี น้องทานตะวัน น้องแฟรงค์ ตอนนี้อาการของทั้ง 2 ก็แข็งแรงดี ปกติดี เมื่อเช้านี้ผมก็ยังไปพบอยู่ น้องทานตะวันค่อนข้างจะมีอาการเครียดเพราะนอนด้วยกันกับน้องบุ้งมาตลอด ตรงนี้เราก็ส่งจิตแพทย์เข้าไปพูดคุยกับน้องในแนวทางตรงนี้ และทาง รพ.ราชทัณฑ์ ก็ประสาน รพ.ธรรมศาสตร์ เพราะมีเรื่องของภาวะซึมเศร้าเข้ามาด้วย น้องค่อนข้างที่จะคิดมาก ก็เป็นห่วงตรงนี้
ส่วนเรื่องอาหารการกินหรือร่างกายก็ดีขึ้นตามลำดับ แฟรงค์ก็เดินไปตามปกติ ซึ่งตอนนี้ ทั้ง 2 คน หันกลับมาทานอาหารแล้ว แต่ของทานตะวันยังทานได้ไม่เยอะ ค่อยๆ ปรับ แนะนำให้บำรุงร่างกาย
สำหรับ มาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย นพ.สมภพกล่าวว่า เราก็มีการส่งนักจิตวิทยาเข้าไปพูดคุยเต็มที่แล้ว ว่าอย่าไปทำ ไม่ใช่วิถีทาง แต่ถ้าเขายังยืนยันจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่ร่างกายไม่ไหวแล้ว เราจะทำยังไง ก็คือส่งให้ รพ.รักษา หรืออะไรแค่นั้น ส่วนจะให้เขาเปลี่ยนใจค่อนข้างยาก และถ้าเกิดร่างกายถึงจุดจุดหนึ่งที่ไม่สามารถดูแลได้แล้ว มันก็ยาก ต่อให้แพทย์เทวดาก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้
“กรมราชทัณฑ์เราโปร่งใสจริงๆ จะไม่ให้มีการเคลือบแคลง แต่คำถามเป็นการใช้คำถามที่สอบสวน ทางเราก็ยืนยันว่าสิ่งที่เราปฏิบัติถูกต้องตามหลักการรักษา และจรรยาบรรณทางการแพทย์” นพ.สมภพกล่าว
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีผู้สื่อข่าวจากหลายสำนักในไทย ตลอดจนสื่อต่างประเทศ เข้าร่วมงานแถลงข่าว ทว่าระหว่างที่แถลงข่าวอยู่นั้นไมค์ได้เกิดดับลงชั่วครู่ ทำให้การแถลงข่าวยืดเยื้อไปหลายนาที
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
– ราชทัณฑ์ แจง’บุ้ง เนติพร’ กินข้าว-น้ำปกติ ดูแลต่อเนื่อง รอผลการชันสูตร รมว.สั่งตั้งกก.สอบ
– ทนายด่าง ตั้งปมสงสัยการตาย ‘บุ้ง ทะลุวัง’ ข้องใจการช่วยชีวิตของราชทัณฑ์
– ผอ.รพ.ราชทัณฑ์ ย้ำบุุ้ง เนติพร กินข้าว แต่ไม่ยอมรับอาหารเสริม-เกลือแร่
– ยธ.แถลง ปม บุ้ง ทะลุวัง เสียชีวิต เผยนาทีวูบหมดสติ คุยอยู่กับตะวัน ยันรพ.ราชทัณฑ์ดูแลดี


