ปปป.ตามจับอดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสลีสซิ่งธนาคารดัง เปลี่ยนแปลงเอกสารซื้อขายรถยนต์ เอาเงินใช้หนี้พนันบอล
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป., พ.ต.อ.สมรภูมิ ไทยเขียว รอง ผบก.ปปป. มอบหมายให้ พ.ต.อ.ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ ผกก.4 บก.ปปป. นำทีมงานออกสืบสวน เนื่องจากได้รับการประสานจากนายสุภาพ ศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามทุจริตในภาครัฐ เขต 6 และ พ.ต.ท.สราวุธ คำเหลือง ผู้อำนวยการกองการต่อต้านการทุจริต ให้จับตัวผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่ จ.179/2566 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566
ในข้อหา “เป็นพนักงานมีหน้าที่ ทำ จัดการ ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์การ และเป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502”
เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป.ได้สืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องหาเป็นอดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสของลีสซิ่งธนาคารชื่อดังแห่งหนึ่ง ร่วมกันกับเพื่อนที่ทำเต็นท์รถ ทำเอกสารปลอม แก้ไขสัญญา โดยดึงเอาเอกสารจากเต็นท์รถอื่นๆ ออก เปลี่ยนเป็นของเพื่อนตัวเองแทนเพื่อให้ได้ค่าคอมมิชชั่นและเงินอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวบรวมจนขอสินเชื่อและได้รับอนุมัติแล้ว จึงเอาเงินส่วนต่างไปใช้ส่วนตัว แล้วหลบหนีหมายจับ
โดยเมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 10 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. นำโดย พ.ต.อ.ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ ผกก.4 บก.ปปป., พ.ต.ท.อำนวย วิชิตโสภณ สว.กก.4 บก.ปปป., พ.ต.ท.ไสว จันทร์มา สว.กก.4 บก.ปปป., พ.ต.ต.อัครพล ปัทมานุสรณ์ และ ด.ต.บัณฑิต สนใจ ผบ.หมู่ กก.4 บก.ปปป. พบว่า นายธีร์ (นามสมมุติ) ผู้ต้องหาตามหมายจับได้หลบหนีมากบดานอยู่กับแฟนใหม่ที่ จ.พิษณุโลก ไม่ได้ทำงาน จึงติดตามไปจนถึงลานจอดรถหน้าร้านสะดวกซื้อ ถนนเลียบมหาวิทยาลัยนเรศวร ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก และแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่พร้อมแสดงหมายจับให้นายธีร์ดู เมื่อรับว่าเป็นตนเองจริง จึงจับกุมและนำตัวส่งศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

พ.ต.อ.ศานุวงษ์กล่าวว่า จากการสอบถามนายธีร์เบื้องต้นให้การว่าเคยเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารดังแห่งหนึ่งมา 10 ปี อยู่ฝ่ายสินเชื่อรถยนต์ จนเกิดความเชี่ยวชาญด้านการเงินการตลาด จึงหาช่องทางในการทำทุจริต จากนั้นย้ายมาอยู่อีกธนาคารสีฟ้า และติดหนี้พนันบอล ประกอบกับครอบครัวมีปัญหา จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก จึงคิดทำเรื่องการปลอมเอกสารเพื่อเอาเงินจากธนาคารไปใช้หนี้ของตน จนถูกไล่ออกจากธนาคาร ที่ผ่านมาเคยติดคุกมาแล้ว 3 ปี เคยต้องยืมบัตรเครดิตเพื่อนใช้ เกินวงเงินแล้วหนีไม่จ่าย ต้องเปลี่ยนชื่อนามสกุลมาจนถึงทุกวันนี้
ส่วนขั้นตอนการทำเอกสารปลอมนั้น นายธีร์ให้การว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2556 เป็นเจ้าหน้าที่ของธนาคารทำหน้าที่เกี่ยวกับการตลาดรถยนต์ใช้แล้ว (ลีสซิ่ง) ร่วมกับเพื่อน ซึ่งเปิดเต็นท์ขายรถกระทำการในครั้งนี้ โดยใช้วิธีการที่มีลูกค้าเข้ามาติดต่อซื้อรถกับเต็นท์รถใดๆ ถึงแม้จะไม่ใช่ของเพื่อนตน และเต็นท์รถดังกล่าวได้แนะนำให้มาขอสินเชื่อกับลีสซิ่งที่ตนทำงานอยู่ จากนั้นเข้าไปติดต่อจัดทำสัญญากับลูกค้าที่เต็นท์รถนั้นๆ เพื่อให้เกิดความแนบเนียน ก่อนจะรวบรวมเอกสารนำส่งบริษัทเพื่อพิจารณาสินเชื่อ และได้นำเอกสารสัญญา รวมถึงเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวกับเต็นท์รถดังกล่าวนั้นออก แล้วสลับเป็นเต็นท์รถของเพื่อนของแทน เพื่อรับผลประโยชน์เป็นเงินที่บริษัทโอนจ่ายค่ารถให้กับเต็นท์ และค่าคอมมิชชั่นที่จะได้จากธนาคาร แล้วนำมาใช้ส่วนตัว กระทำการอยู่อย่างนี้หลายครั้งจนบริษัทได้รับความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท
ผกก.4 บก.ปปป.ฝากเตือนการกระทำดังกล่าวเกิดอยู่ในหลายหน่วยงานที่ยังไม่ได้ตรวจสอบอย่างจริงจัง หรือมีการกระทำเป็นลักษณะขบวนการที่แนบเนียน จึงขอเตือนพี่น้องประชาชนให้ระมัดระวังในการมอบเอกสารให้กับผู้ใดก็ตาม จะต้องมีการลงรายละเอียดกำกับว่าจะนำไปใช้ในเรื่องใดเพราะหากเอกสารดังกล่าวไปตกอยู่ในมือของอาชญากรที่มีความเชี่ยวชาญ ซ้ำร้ายท่านอาจจะตกเป็นผู้ต้องหาเสียเองก็ได้ ซึ่งในกรณีนี้เกิดความเสียหาย เกิดผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบกิจการเต็นท์รถเป็นอย่างมาก ซึ่ง บก.ปปป.ไม่สามารถปล่อยให้ลอยนวลอยู่ได้
จึงขอฝากประชาสัมพันธ์หากพบการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันนี้ สามารถแจ้งเข้ามาได้ที่สายด่วน กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) โทร 0-2191-9191, สายด่วน ป.ป.ช. 1205 (สำนักคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ), สายด่วน ป.ป.ท. 1206 (สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ) และสายด่วน ป.ป.ง. โทร 0-2219-3600 (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน)

