บุกโกดังแบรนด์เนมปลอม ส่งขายทั่วประเทศ ยึด 5พันชิ้น ตัดเย็บเองกับมือ เงินหมุนเวียน 20 ล้าน 

บุกโกดังแบรนด์เนมปลอม ส่งขายทั่วประเทศ ยึด 5 พันชิ้น ตัดเย็บเองกับมือ เงินหมุนเวียน 20 ล้าน 

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2567 เวลาประมาณ 11.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ พันตำรวจโท พเยาว์ ทองเสน รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และร้อยตำรวจเอก พลสัณห์ เทิดสงวน ผู้อำนวยการกองคดีทรัพย์สินทางปัญญา ได้สั่งการให้ ร้อยตำรวจโท กลลภ เพ็ชรรุ่ง รองผู้อำนวยการกองคดีทรัพย์สินทางปัญญา นายมาโนช ก้องเกียรติพานิช ผู้อำนวยการส่วนคดีทรัพย์สินทางปัญญา 2 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองคดีทรัพย์สินทางปัญญานำหมายค้นของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เข้าทำการตรวจค้นสถานที่ผลิตและจำหน่ายสินค้า ในพื้นที่ตำบลบางแม่นาง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี และพื้นที่แขวง/เขตดินแดงกรุงเทพมหานคร รวม 3 แห่ง โดยมีตัวแทนผู้เสียหายเข้าร่วมสังเกตการณ์

ซึ่งจากการสืบสวนทราบ ว่า มีผู้ค้าส่งรายใหญ่ลักลอบจำหน่ายสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าโดยจำหน่ายผ่านเพจเฟซบุ๊ก ซึ่งมียอดผู้รับชมและสั่งซื้อจำนวนมาก ในระยะเวลา 6 เดือน มียอดเงินหมุนเวียนในบัญชี 20 ล้านบาท

Advertisement

คณะพนักงานสอบสวนจึงได้นำหมายค้นเข้าตรวจค้น อาคารทาวน์โฮม ในพื้นที่ตำบลบางแม่นาง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งใช้เป็นสถานที่ถ่ายทอดสดเพื่อเสนอจำหน่ายสินค้า ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก รวมทั้งเป็นที่จัดเก็บสินค้า และอาคารพาณิชย์ในพื้นที่ แขวง/เขต ดินแดง กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นสถานที่ผลิตสินค้า รวม 3 แห่งผลการตรวจค้นพบสินค้าประเภท นาฬิกา กระเป๋า น้ำหอม และเสื้อผ้า ฯลฯ หลากหลายยี่ห้อที่มีลักษณะปลอมเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร อาทิ หลุยส์ วิตตอง (LOUIS VUITTON) เฮอร์เมส (HERMES) กุชชี่ (GUCCI) ชาเเนล (CHANEL) และยี่ห้ออื่น ๆ จำนวนทั้งสิ้นกว่า 5,000 ชิ้น รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 5.5 ล้านบาท เมื่อผู้เสียหายชี้ยืนยันเจ้าหน้าที่จึงได้ยึดสินค้าทั้งหมด เพื่อนำมาตรวจสอบและดำเนินคดีต่อไป


การลักลอบผลิตและจำหน่ายสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าเป็นการสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ของประเทศอันอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศและเป็นลักษณะความผิดที่อาจมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศนับเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่จะต้องดำเนินการสืบสวนปราบปรามอย่างจริงจังและเด็ดขาด เพื่อส่งผลให้ประเทศไทยได้ถูกจัดอันดับสถานะทางการค้าจากสำนักผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ให้หลุดจากบัญชีประเทศที่ถูกจับตา (Watch List-WL) ตามลำดับต่อไป

Advertisement
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image