ดาบหึงโหด ยิง ‘ภรรยา’ ในบ้าน ก่อนลั่นไกจะดับตัวตาม สาหัสคู่ ฝ่ายหญิงแข็งใจโทรหาญาติช่วย

12.07.24 | 15:06 น.

ผบ.หมู่ สภ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงภรรยาตัวเอง ก่อนใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองตามได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งคู่ ผู้เป็นภรรยาแข็งใจโทรศัพท์แจ้งญาติให้ช่วยเหลือ ก่อนช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างทุลักทุเล เพื่อนบ้านเผยทั้งคู่ทะเลาะกันเป็นประจำ คาดปมหึงหวง

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ร.ต.อ.พงษ์พิชิต ธนาพันธ์ภักดี รอง สว.สอบสวน สภ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 4 เข้าตรวจสอบและเก็บพยานหลักฐานภายในบ้านหลังหนึ่ง ใน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น หลังจากเมื่อเวลา 07.30 น.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่า มีเหตุยิงกันเกิดขึ้นที่บ้านหลังดังกล่าว โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส จำนวน 2 ราย ชาวบ้านได้นำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บไปรักษาที่ รพ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น

ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ บริเวณที่เกิดเหตุอยู่ภายในห้องนอนชั้นล่างของบ้าน จากการตรวจสอบพบกองเลือดอยู่บนพื้น พบปลอกกระสุน ขนาด 9 มม. ตกอยู่ที่ลานดินหน้าบ้าน 2 ปลอก และพบในห้องนอนอีก 7 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บไว้เพื่อตรวจสอบและประกอบสำนวนคดี

นายสากล อายุ 60 ปี แจ้งว่าเป็นญาติของหนึ่งในคนเจ็บ กล่าวว่า บ้านหลังเกิดเหตุเป็นบ้านของ ด.ต.ปฏิภาณ หรือ ท้อป อายุ 45 ปี ตำแหน่ง ผบ.หมู่ (ป.) สภ.มัญจาคีรี ซึ่งบ้านหลังนี้มีคนอาศัยอยู่ด้วยกัน รวม 5 คน ได้แก่ นางนันทิดา อายุ 42 ปี ภรรยา ลูก 2 คน และมารดา 1 คน

Advertisement

โดยก่อนเกิดเหตุ ในช่วงเวลา 07.00 น. เห็นนางนันทิดาออกมาส่งลูกที่หน้าบ้านขึ้นรถตู้ไปเรียนหนังสือ จากนั้นประมาณ 30 นาที ก็มีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด หลังจากนั้นไม่นานก็เห็นพี่สาวของ ด.ต.ปฏิภาณ เดินทางมาที่บ้าน และตะโกนขอความช่วยเหลือว่ามีคนถูกยิงบาดเจ็บอยู่ในห้องนอน ชาวบ้านจึงรีบมาที่บ้านช่วยกันนำคนเจ็บทั้ง 2 คน ไปรักษาที่ รพ.มัญจาคีรี

โดยที่ผ่านมา ด.ต.ปฏิภาณ หลานชายของตนเอง ก็ไม่เคยบ่นหรือปรึกษาปัญหาที่ทำงาน หรือปัญหาส่วนตัวให้ฟัง แต่ก็พอทราบว่า ด.ต.ปฏิภาณ และภรรยามีปากเสียงกันบ่อย แต่ไม่ทราบว่าทะเลาะเรื่องอะไร จนกระทั่งเกิดเหตุรุนแรงในครั้งนี้ ซึ่งเชื่อว่าหลานชายเป็นผู้ก่อเหตุ เนื่องจากชาวบ้านที่อยู่บ้านใกล้เคียงบอกว่า หลังจากที่นางนันทิดาส่งลูกขึ้นรถไปโรงเรียนเสร็จ ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับที่ ด.ต.ปฏิภาณกลับเข้ามาบ้านหลังจากออกเวรปฏิบัติหน้าที่ เมื่อมาถึงบ้านก็มีเสียงทะเลาะกัน

ซึ่งชาวบ้านเห็นว่า ด.ต.ปฏิภาณได้มายืนยิงปืนที่บริเวณหน้าบ้าน จากนั้นก็เดินเข้าไปในบ้านและมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด โดยหลังจากที่ชาวบ้านเข้าไปช่วยเหลือ พบว่า นางนันทิดา ถูกยิงที่แขนและขาอาการสาหัส ส่วน ด.ต.ปฏิภาณ กระสุนเฉียดที่หน้าผากและขมับขวา

 

 

ขณะที่ เพื่อนบ้าน อายุ 54 ปี เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุขณะที่ตนเองนั่งอยู่บริเวณหน้าบ้านก็ได้ยินเสียง 2 สามีภรรยาทะเลาะกัน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่มักจะเกิดขึ้นเป็นประจำ และบางครั้ง ด.ต.ปฏิภาณจะเอาปืนออกมายิงเพื่อระบายอารมณ์อยู่หน้าบ้าน ซึ่งชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงก็ไม่อยากไปยุ่ง หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะ ด.ต.ปฏิภาณเองก็เป็นตำรวจ แต่ครั้งนี้ตอนที่ตนเองได้ยินเสียงปืน ตนเองก็ยังคิดว่าเป็นเสียงคนจุดประทัด จนกระทั่งเห็นพี่สาวของ ด.ต.ปฏิภาณมาที่บ้านและร้องขอความช่วยเหลือ ตนเองจึงรีบวิ่งไปช่วย ส่วนสาเหตุที่ทั้งคู่ทะเลาะกันคาดอาจเกิดจากการหึงหวงภรรยา เนื่องจาก ด.ต.ปฏิภาณเป็นคนที่ค่อนข้างอารมณ์ร้อน

ด้าน ร.ต.อ.พงษ์พิชิต ธนาพันธ์ภักดี รอง สว.สอบสวน สภ.มัญจาคีรี เปิดเผยภายหลังตรวจที่เกิดเหตุว่า ด.ต.ปฏิภาณ ตำรวจในสังกัด สภ.มัญจาคีรี ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง ผบ.หมู่ (ป.) สภ.มัญจาคีรี ซึ่งการทำงานไม่เคยมีปัญหาและไม่เคยมีเรื่องร้องเรียน ส่วนปัญหาในครอบครัว หรือปัญหาส่วนตัวนั้นไม่ทราบ และการก่อเหตุครั้งนี้จากการสอบสวนพยานแวดล้อมและญาติพี่น้องคนใกล้ชิดทราบว่า สองสามีภรรยามักมีปัญหาทะเลาะกันบ่อยครั้ง ซึ่งก่อนเกิดเหตุนั้นภรรยาอยู่บ้านกับลูกและมารดา ส่วน ด.ต.ปฏิภาณเข้าเวรยาม และเพิ่งเลิกออกเวรมาในช่วงเช้าแล้วกลับเข้าบ้าน

หลังจากภรรยาส่งลูกขึ้นรถตู้ไปโรงเรียนก็มีเสียงทะเลาะกันเล็ดลอดออกมาจากในบ้าน แล้ว ด.ต.ปฏิภาณก็ออกมายืนยิงปืนหน้าบ้าน จากนั้นก็เดินเข้าบ้านและยิงปืนอีกหลายนัด สิ้นเสียงปืนประมาณ 30 นาที ก็มีญาติเดินทางมาที่บ้าน จึงพบว่าทั้งคู่ถูกยิงบาดเจ็บ จึงรีบนำตัวทั้ง 2 คนส่งที่ รพ.มัญจาคีรี

ซึ่งทราบว่าหลังถูกยิงนางนันทิดา ขณะนั้นยังมีสติ จึงได้โทรศัพท์บอกพี่สาวของ ด.ต.ปฏิภาณ ว่าถูกสามียิงหลายนัด และสามีก็ยิงตัวเองบาดเจ็บ พี่สาว ด.ต.ปฏิภาณจึงรีบเดินทางมาหาที่บ้าน และพบว่าทั้งสองบาดเจ็บจริง จากการตรวจสอบ พบว่าอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นอาวุธปืนประจำกายของ ด.ต.ปฏิภาณ เป็นปืนกล็อก ขนาด 9 มม. ในเบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงเพราะต้องรอสอบปากคำ ด.ต.ปฏิภาณ และ นางนันทิดาอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้ ได้รายงานต่อผู้บังคับบัญชาให้รับทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว