รวบ 2 ผัวเมีย ตั้งบริษัทคริปโทเถื่อน ทำไม่ถึงปี เงินสะพัดบัญชี 6,000 ล้าน

29.08.24 | 09:19 น.

รวบ ผัวเมีย ตั้งบริษัทคริปโทเถื่อน เชื่อเอี่ยวเว็บพนัน-แก๊งคอล ทำไม่ถึงปี เงินสะพัด 6 พันล้าน หลังตำรวจแกะรอยตามเส้นเงิน เหยื่อร้องทุกข์ถูกหลอกลงทุน

วันที่ 29 สิงหาคม พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผบก.ปอศ. สั่งการให้ พ.ต.อ.ธีรภาส ยั่งยืน ผกก.3 บก.ปอศ. นำกำลังเข้าจับกุม นายอรรณพ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี และ น.ส.วันวิสาข์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี

ในความผิดฐาน “ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ” พร้อมของกลาง เอกสารเกี่ยวกับบัญชีการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลจำนวนมาก โดยจับกุมได้ที่บ้านหลังหนึ่ง แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งบริษัท ริชชอป เทรดดิ้ง จำกัด

สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้มีผู้เสียหายร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอศ. หลังถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกให้ร่วมลงทุนเทรดเงินดิจิทัล อ้างผลตอบแทนสูง แต่เมื่อผู้เสียหายโอนเงินเหรียญดิจิทัลไปให้ กลับไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่กล่าวอ้าง อีกทั้งยังไม่สามารถถอนเงินเหรียญดิจิทัลที่ลงทุนกลับคืนได้จึงเชื่อว่าถูกหลอก

หลังรับเรื่องเจ้าหน้าที่จึงเร่งจัดกำลังลงพื้นที่สืบสวน พร้อมไล่ตรวจสอบเส้นทางการถ่ายโอนเงินดิจิทัล จนทราบว่า หลังมิจฉาชีพกลุ่มดังกล่าวได้เงินดิจิทัลจากเหยื่อแล้ว ได้มีการโอนถ่ายต่อไปยัง บริษัท ริชชอป เทรดดิ้ง จำกัด

Advertisement

ก่อนจะมีการนำไปขายเพื่อแปลงเป็นเงินปกติ ซึ่งบริษัทดังกล่าวมี นายอรรณพ และ น.ส.วันวิสาข์ ผู้ต้องหาทั้งสองรายนี้ ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน เป็นผู้ก่อตั้งและอดีตกรรมการบริษัท จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลเข้าตรวจค้น

จากการตรวจค้นพบเอกสารเกี่ยวกับบริษัท รวมถึงเอกสารเกี่ยวกับบัญชีการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลจำนวนมาก เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่า มีการซื้อขายเหรียญนอกศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล หรือนอกกระดานซื้อขาย โดยกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติ เช่น ชาวมาเลเซีย ชาวกัมพูชา ชาวจีน

สอดคล้องกับข้อมูลแนวทางสืบสวนที่ตรวจพบหลักฐาน ว่ามีบัญชีคริปโทเคอร์เรนซีของบริษัทดังกล่าวหลายบัญชี มีความเชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ และขบวนการยาเสพติดหลายเครือข่ายอีกด้วย จึงเชื่อว่าน่าจะถูกใช้เป็นบัญชีรับแลกเหรียญเงินดิจิทัลให้เครือข่ายธุรกิจผิดกฎหมายเหล่านี้

ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลของทั้งสองพบว่าในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี มีสินทรัพย์ดิจิทัลหมุนเวียนในบัญชีรวมกันกว่า 6 พันล้านบาท แบ่งเป็น น.ส.วันวิสาข์ 3,500 ล้านบาท และนายอรรณพ 2,700 ล้านบาท

จากการสอบปากคำทั้งสองยังคงให้การภาคเสธ รับว่าประกอบธุรกิจรับแลกเหรียญดิจิทัลกับชาวต่างชาติจริง แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจผิดกฎหมาย หรือแก๊งมิจฉาชีพ ที่หลอกเงินผู้เสียหายมาลงทุนเทรดเงินดิจิทัลแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม จากการที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นภายในบริษัทแล้วพบเอกสารที่ปรากฏแน่ชัดว่ามีการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลนอกศูนย์ซื้อขาย หรือนอกกระดาน จริง จึงทำการตรวจยึดเอกสารซื้อขายทั้งหมดภายในบริษัทไว้เป็นหลักฐาน

พร้อมคุมตัว นายอรรณพ และ น.ส.วันวิสาข์ มาดำเนินคดีในความผิดฐาน “ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอศ. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป