รวบก๊วนโจร วิ่งราวทรัพย์กลางกรุง เผยเอาเงินไปซื้อยาเสพติด

เมื่อวันที่ 27 ก.พ. พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ รอง ผกก.สส. สน.โชคชัย พ.ต.ท.บุญฤทธิ์ เสียงใส รรท.สว.สส. สน.โชคชัย และพ.ต.ต.กอบศักดิ์ โพธิ์วารี สว.สส.สน.โชคชัย ร่วมกันนำกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.โชคชัย จับกุมตัวนายณัฐวุฒิ หรือตั้ว สระพัง อายุ 25 ปี นายตะวัน หรือบอล แสวงพันธ์ อายุ 24 ปี และนายสมภพ หรือโอ้ เพ็งสุข อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาแก๊งวิ่งราวทรัพย์ พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ เอซุส สีแดง 1 เครื่อง รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นมีโอ สีฟ้าขาว ทะเบียน ฬฬย-760 กรุงเทพมหานคร เสื้อคลุมแขนยาว สีเทา ลายฟ้า จำนวน 1 ตัว กางเกงขายาว สีเทา จำนวน 1 ตัว เสื้อยือคอกลม แขนสั้น สีแดงดำ จำนวน 1 ตัว และโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ ซัมซุง รุ่น โน้ต 3 สีขาว จำนวน 1 เครื่อง

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 ก.พ. เวลาประมาณ 06.15 น.ที่ผ่านมา ตำรวจ สน.โชคชัย ได้รับแจ้งมีคนร้าย จำนวน 2 คน ขับขี่รถ จยย. แบบผู้ชาย ไม่ทราบทะเบียน สียี่ห้อ ได้ขับมาจอด ด้านหน้าผู้เสียหายเป็นหญิงสาว อายุ 43 ปีห่างจากผู้เสียหายประมาณ 2 เมตร แล้วผู้ชายคนซ้อนท้ายได้ลงมากระชากกระเป๋า ของผู้เสียหายได้กระเป๋าสตางค์ ยี่ห้อคิปลิ้งค์ สีครีม จำนวน 1ใบ ราคาประมาณ 5,000 บาท เงินในกระเป๋าประมาณ 12,000 บาท โทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง โน๊ต 3 สีขาว จำนวน 1 เครื่อง ราคาประมาณ 25,000 บาท โทรศัพท์มือถือยี่ห้อเอซุส รุ่นเซนโฟน 5 สีดำ จำนวน 1 เครื่อง ราคาประมาณ 6,900 บาท และพระเครื่อง 2-3 องค์ ไปจากที่เกิดเหตุบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 716 ซอยโยธินพัฒนา 11 แยก 11 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. ก่อนหลบหนีไป จากนั้นตำรวจ ฝ่ายสืบสวยได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเส้นทางหลบหนีคนร้าย

กระทั่งตำรวจสืบทราบว่ามีผู้นำโทรศัพท์ของผู้เสียหายไปใช้ จึงได้ไปตรวจสอบพบว่าเป็นนายณัฐวุฒิหรือตั้ว นำไปใช้งานอยู่ จึงเชิญตัวมาที่ สน.โชคชัย เมื่อทำการสอบถามรับว่าเมื่อวันที่ 18 ก.พ. ตนได้ซื้อโทรศัพท์ของกลางมาจากนายนายตะวัน และนายนนทวัฒน์ งามลาภ อายุ 20 ปี ซึ่งอยู่ระหว่างหลบหนีทางตำรวจได้ออกหมายจับไว้แล้ว ในราคา 1,500 บาท จากนั้นได้ทำการขยายผล จนสามารถจับกุมนายตะวันได้ที่บริเวณท้าย ซอยนาคนิวาส 7 แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. เมื่อสอบถาม เจ้าตัวรับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 14 ก.พ. เวลาประมาณ 06.15 น. ที่ผ่านมา ได้ร่วมกับนายนนทวัฒน์ ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ผู้เสียหายจริง เมือได้ทรัพย์สินโทรศัพท์แล้วได้นำไปขายให้นายณัฐวุฒิ 1 เครื่อง และขายให้นายสมภพ อีก 1 เครื่อง ส่วนของกลางที่เหลือ เป็นยานพาหนะและชุดที่ใช้ก่อเหตุในวันดังกล่าว ต่อมาทางตำรวจได้ทำการขยายผลจับกุมนายสมภพหรือโอ้ ที่บริเวณกลาง ซ.นาคนิวาส 7 แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. พบของกลางโทรศัพท์มือถือ ซัมซุง โน้ต 3 สีขาว 1 เครื่อง ซึ่งผู้เสียหายได้้ยืนยันทรัพย์สินว่าเป็นของเหยื่อจึงควบคุมตัวสอบสวนที่ สน.โชคชัย

สอบสวน นายตะวัน ให้การยอมรับสารภาพว่า ตนไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง ก่อนหน้านี้ได้รู้จักกับนายนนทวัฒน์ ที่สถานบำบัดยาเสพติด เมื่อออกได้ชักชวนให้ตนออกตระเวนวิ่งราวทรัพย์ ซึ่งทำครั้งนี้เป็นเพียงครั้งแรก จากนั้นเมื่อได้ทรัพย์สินเอาไปขายต่อให้ผู้ต้องหาอีก 2 ราย ก่อนนำเงินที่ได้ไปซื้อยาเสพติดมาเสพ

อย่างไรก็ตามทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การ เชื่อว่าผู้ต้องหารายนี้ก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง เนื่องจากเคยมีประวัติก่อเหตุลักษณะดังกล่าว จนถูกตำรวจ สน.โชคชัย จับกุมได้เมื่อปี 54 ทำให้ต้องทำการสอบสวนขยายผล รวมทั้งติดตามตัวผู้ต้องหาที่เหลืออีกรายมาให้ได้ เบื้องต้นแจ้งข้อหา “รับของโจร” แก่นายณัฐวุฒิ และนายสมภพ ส่วนนายตะวัน แจ้งข้อหา “ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกในการกระทำ ความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือให้พ้นการจับกุม” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สุจิตต์ วงษ์เทศ : ไม่เลื่อมใส ไม่ศรัทธา “ยศช้าง ขุนนางพระ” และอภิสิทธิ์ของพระสงฆ์
บทความถัดไปถนนลื่น 6 ล้อเสียหลักพุ่งข้ามเลน ชนรถบัสอย่างจัง-คนขับติดคาซากรถ โชคดีไม่มีผู้โดยสาร