ชาวเลราไวย์ขึ้นศาลนัดไต่สวนคุ้มครองชั่วคราวพื้นที่พิพาท

วันที่ 10 มีนาคม เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลจังหวัดภูเก็ต ตัวแทนชาวเลหาดราไวย์ ประกอบด้วย น.ส.หนึ่งฤทัย รักนาวา พร้อมพวก 3 คน เเละนายพสิษฐ์ ถาวรล้ำเลิศ ทนายความ เดินทางมาพบผู้พิพากษาตามนัดไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวในคดีแพ่งเลขที่ 657 ที่ชาวเลราไวย์ยื่นฟ้องบริษัท บารอน เวิลด์ เทรด จำกัด ฐานละเมิดและเรียกค่าเสียหายจากบริษัทเป็นจำนวนเงิน 500,000 บาท เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา โดยในคดีดังกล่าวทางตัวเเทนชาวเลได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอคุ้มครองไว้ด้วย

โดยในวันนี้มีชาวเลราไวย์กว่า 50 คนเดินทางมาให้กำลังใจภายในบริเวณศาลด้วยความสงบ ส่วนตัวเเทนเเละทนายความใช้เวลาให้การต่อศาลประมาณ 40 นาที จึงออกมาพบพี่น้องชาวเลที่มาให้กำลังใจก่อนเดินทางกลับ

นายพสิษฐ์ ทนายความของชาวเลราไวย์ กล่าวว่า ในวันนี้ศาลจังหวัดภูเก็ตได้นัดไต่สวนพิจารณาคำร้อง ซึ่งทางชาวเลได้มีการยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวไปพร้อมกับการฟ้องละเมิดเรียกค่าเสียหาย ซึ่งจากการเข้าพบศาล ทราบว่าทางด้านจำเลย (บริษัท บารอน เวิลด์ เทรด จำกัด) ได้เเจ้งต่อศาลว่าจะไม่เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ เเละไม่ทำร้ายหรือทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกับชาวเลจนกว่าคดีจะตัดสิน ศาลจึงยกเลิกการไต่สวนคำร้องขอคุ้มครอง เหลือเพียงในส่วนของคดีแพ่งเลขที่ 657 ที่ชาวเลราไวย์ยื่นฟ้องบริษัท บารอน เวิลด์ เทรด ฐานละเมิดและเรียกค่าเสียหายจากบริษัทเป็นจำนวนเงิน 500,000 บาท ซึ่งศาลได้นัดสืบพยานทั้งสองฝ่ายในวันที่ 7, 8 และ 9 มิถุนายน 2560 โดยในการสืบพยานครั้งนี้จะรวมในส่วนที่บริษัท บารอน เวิลด์ เทรด ได้ยื่นฟ้องกลับในคดีเดียวกัน โดยฟ้องร้องชาวเล (ละเมิด) จนทำให้ธุรกิจของบริษัทเกิดความเสียหาย เเละเรียกค่าเสียหายเป็นเงินราว 31 ล้านบาทด้วย

สำหรับคดีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่เกิดการเผชิญหน้ากันขึ้นหลายครั้งในพื้นที่พิพาท ซึ่งต่างฝ่ายต่างได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะชาวเลที่ได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงต้องมีการเรียกร้องสิทธิของตน โดยเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา ตัวแทนชาวเลหาดราไวย์ นำโดย น.ส.หนึ่งฤทัย รักนาวา โจทก์และพวกรวม 3 คน ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากชาวเลราไวย์จำนวน 203 คน พร้อมด้วยทนายความ ยื่นฟ้องบริษัท บารอน เวิลด์ เทรด ฐานละเมิดและเรียกค่าเสียหาย จากบริษัทเป็นจำนวนเงิน 500,000 บาท ก่อนที่บริษัท บารอน เวิลด์ เทรด ได้ยื่นฟ้องกลับชาวเลข้อหาเดียวกัน โดยเรียกค่าเสียหายเป็นเงินราว 31 ล้านบาท

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ม.กรุงเทพเปิด 3 หลักสูตรดิจิทัล ผลิตบัณฑิตรับไทยแลนด์ 4.0
บทความถัดไปถึงโล้นก็ยังสวยแซ่บ …คริสเตน สจ๊วต เผยอยาก”โกนหัว”มานานแล้ว!!!