รวบ ‘พิมเจล’ พร้อมพวก คดีข่มขู่ใช้รองเท้าตบหน้า ‘อดีตแฟนเจ๊พีม’ เผยพฤติกรรมรุนแรง
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ มิตรปราสาท ผกก.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.ฉลาด หอมเงิน รองผกก.สส.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.สิรภพ บัวหลวง พ.ต.ท.วีระ สุขชนะ สว.สส.สภ.คลองหลวงและเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสภ.คลองหลวง ได้แสดงหมายจับเพื่อจับกุมตัว นายนพคุณ หรือจั๊ก อายุ 21 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรี ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 ในข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังหรือกระทำด้วยประการใดๆ ทำให้ผู้อื่นปราศจาดเสรีภาพ ร่วมกันข่มขืนใจให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยใช้กำลังประทุษร้าย ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ
โดยขณะจับกุมตัวผู้ต้องหายังอยู่ภายในห้องประจำวันสภ.คลองหลวง โดยเจ้าตัวให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้กระทำ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินนคดี
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้แสดงหมายจับกุมตัว 1.นายดลลธี หรือพอล อายุ 21 ปี 2.น.ส.วรัญญา หรือแบม อายุ 21 ปี 3.น.ส.กันยาพัชร หรือพิมเจล อายุ 21 ปี 4.น.ส.อุ้มบุญ หรืออุ้มบุญ อายุ 21 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรีลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 ในข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังหรือกระทำด้วยประการใดๆทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพ ร่วมกันข่มขืนใจให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยใช้กำลังประทุษร้าย ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ โดยทั้งหมดถูกแสดงหมายจับขณะเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากปี 2566 นาย อ. (นามสมมติ) ผู้เสียหาย ได้คบกับพีม ซึ่งเป็น 1 ในกลุ่ม LGBTQ+ โดยคบหากันได้ 2-3 เดือนจากนั้นได้เลิกรากัน พรีมได้ขอของคืนสิ่งของที่ซื้อให้ ซึ่งผู้เสียหายคิดว่าให้โดยเสน่หา โดยสิ่งของนั้นเสื่อมสภาพทำให้พีมไม่พอใจให้โอนเงิน 6,050 บาท จากนั้นมีการนัดเคลียร์ใจที่ล็อบบี้ของพอพัก โดยขณะเกิดเหตุมีผู้อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด 7 คน โดยบังคับให้โอน 6,050 บาท จากนั้นผู้เสียหายจึงได้โอนเงินให้ โดยมีกลุ่มเพื่อนที่จับกุมในวันนี้ยืมล้อมเพื่อไม่ให้ผู้เสียหายไปไหนนาน 4-5 ชม. จากนั้นพิมเจลได้ใช้รองเท้าตบหน้าผู้เสียหายก่อนจะแยกย้ายกัน
นาย อ. (นามสมมติ) เผยว่า เท่าที่ได้รู้จักนายพรีม มีพฤติกรรมชอบใช้ความรุนแรง และมักวางแผน ก่อเหตุทำร้ายผู้อื่น หากทวงเงินแล้วไม่ได้คืน ร่วมกับกลุ่มเพื่อนเป็นประจำ ส่วนเรื่องการจำหน่ายบุรี่ไฟฟ้า เคยเห็นว่าผู้ต้องหามีการติดต่อซื้อขาย แต่จะเป็นพอตเคหรือไม่ ตัวเองไม่ทราบข้อมูล ที่ผ่านมาหลังจากเกิดเรื่อง ทำให้ได้รับผลกระทบต่อจิตใจ ไม่กล้าออกไปพบใคร เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน การออกมาแจ้งความแม้ว่าจะมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย แต่ยืนยันที่จะมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อปกป้องสิทธิของตัวเอง


