นักร้อง ด. เจ้าของลัมโบร์ฯโจรกรรมจากอังกฤษ ยังบริสุทธิ์ “ดีเอสไอ” ชี้อาจเป็นเหยื่อ จ่อเรียกตัวสอบที่มา

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ

“ดีเอสไอ” จ่อเรียก ดาราอักษรย่อ “ด.” เข้าให้ข้อมูล หลังพบชื่อเอี่ยวรถหรูลัมโบร์ฯถูกโจรกรรมตปท. ที่ “ดีเอสไอ” อายัดไว้ เผย ถือเป็นผู้เจตนาผู้บริสุทธิ์อยู่ เข้าข่ายเป็นผู้เสียหาย
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีปรากฏชื่อนักร้องและนักแสดงหนุ่ม อักษรย่อ ‘ด.’ เป็นผู้นำรถยนต์ ยี่ห้อลัมโบร์กินี สีเขียว ที่ถูกโจรกรรมจากประเทศอังกฤษ ไปฝากขายไว้ในโชว์รูมแห่งหนึ่ง ที่ดีเอสไอได้เข้าตรวจค้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า ขอให้รอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความชัดเจนอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ตามขั้นตอนแล้ว หากปรากฏชื่อใครเป็นครอบครองรถยนต์หรูที่ดีเอสไอได้ทำการอายัดไว้ ก็จะต้องเรียกตัวมาสอบปากคำ แต่ตนยังไม่ทราบเรื่องนักร้องและนักแสดงหนุ่มที่มีอักษรย่อ ‘ด.’ ว่าเป็นใคร หรือมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร ซึ่งเราจะต้องเรียกเขามาสอบปากคำ อีกทั้ง ถ้าเขาเป็นผู้ซื้อเขาก็อาจจะไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับรถ จึงต้องเอาหลักฐานมาแสดงว่าใครเป็นผู้ขายให้เขา ซึ่งดีเอสไอต้องการจะดำเนินการกับผู้นำเข้าเป็นหลัก เพราะผู้นำเข้าหรือบริษัทจะต้องรู้ แต่สำหรับผู้ซื้อนั้น เขาอาจจะตกเป็นผู้เสียหายเองก็ได้ ซึ่งตรงนี้เขาสามารถมานำหลักฐานชี้แจงได้อยู่แล้ว

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวต่อว่า ไม่เฉพาะผู้ที่มีชื่อปรากฏอยู่ตามสื่ออย่างเดียว เราจะต้องเรียกทุกคนที่สืบสวนสอบสวนแล้วพบข้อมูลว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับรถที่เราอายัดไว้ เราต้องดำเนินการตรวจสอบและบุคคลเหล่านี้นำหลักฐานการซื้อขายทั้งเอกสารทะเบียนรถและสัญญาการซื้อขายมาให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบ ทั้งนี้ ทางหน่วยต่อต้านการโจรกรรมรถยนต์ ประเทศอังกฤษ ได้ส่งข้อมูลเป็นซีรีย์นัมเบอร์รถ เลขเครื่อง และเลขตัวถังของรถที่หายจากประเทศของเขามาให้กับดีเอสไอหมดแล้ว ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบและดำเนินการติดตามรถเพื่อนำกลับคืนให้กับประเทศของเขา

ด้าน พ.ต.ท.กรวัชร์  ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวถึงกรณีปรากฏชื่อนักร้องและนักแสดงอักษรย่อ ‘ด.’ ว่า ตนไม่ยังไม่ทราบ และขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ จึงยังไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม หากปรากฏชื่อเป็นเจ้าของรถที่ดีเอสไอได้ทำการอายัดไว้ พนักงานสอบสวนก็จะต้องเรียกมาสอบปากคำ เพื่อสอบถามถึงกระบวนการและวิธีการซื้อขาย หากเขาได้มาโดยวิธีบริสุทธิ์ก็ว่ากันไป ส่วนข้อมูลที่ปรากฏอยู่บนสื่อเท่าที่ตนเห็นนั้น เบื้องต้นถ้าเขาเป็นซื้อก็ยังถือว่าเขาเป็นผู้เจตนาบริสุทธิ์อยู่ เราก็ต้องมาพิจารณาว่าเขาเป็นผู้เสียหาย เหมือนกับเขาถูกหลอกซื้อรถราคาภาษีไม่เต็มไป ซึ่งเราจะต้องสอบรายละเอียดทั้งหมดว่าซื้อมาอย่างไร ราคาเท่าไหร่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon