นพศิลป์ สั่ง ตม. ปิดเกมหัวจ่ายบัญชีม้า! รวบอาตี๋หนีหมายจับจีน โยงแก๊งอาชญากรรมออนไลน์ เงินหมุนเวียนกว่า 2 พันล้านบาท
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. สั่งการ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 สืบสวนหาข่าว โดยนำฐานข้อมูลของตำรวจสากลมาใช้ในการติดตามผู้ต้องหา โดยมี พ.ต.ท.ปิติพัฒน์ ศรีธนาอภินันท์ รอง ผกก.สส.บก.ตม.3 และ พ.ต.ท.จตุรโชค เพชรคง สว.กก.สส.บก.ตม.3 นำทีมสืบสวนกลุ่มเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
พล.ต.ต.ทรงโปรด กล่าวว่า ภายหลังได้รับข้อมูลว่ามีบุคคลสัญชาติจีน คือ นายหวู่ (Mr.Wu) อายุ 37 ปี ซึ่งถูกทางการสาธารณรัฐประชาชนจีนออกหมายจับโดยเป็นหนึ่งในสมาชิกแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ และฟอกเงินหลบหนีมากบดานในประเทศไทย จากการตรวจสอบพฤติการณ์พบว่าผู้ต้องหาเป็นสมาชิกเครือข่ายฟอกเงินทำหน้าที่รับแลกเงินสกุลดิจิทัลและเงินตราต่างประเทศให้กับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเกี่ยวข้องกับธุรกรรมกว่า 133 บัญชี มีเงินหมุนเวียนรวมเกิน 500 ล้านหยวน หรือ 2,000 กว่าล้านบาท และยังทำหน้าที่จัดหาวีซ่าให้กับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวพันกับคดีฟอกเงินอื่นๆ
การติดตามสืบสวนเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากผู้ต้องหาพยายามตบตาเจ้าหน้าที่โดยการใช้เอกสารปลอมในการแจ้งที่พักอาศัย เปลี่ยนป้ายทะเบียนและ wrap เปลี่ยนสีรถ เพื่อหลบเลี่ยงการติดตาม แต่ชุดสืบสวนได้ ใช้ความพยายามลงพื้นที่หาข่าวจนพบหลักฐานเชื่อมโยงถึงสถานที่ที่ใช้หลบซ่อนตัว ภายในบ้านหรูแห่งหนึ่ง ย่านรามคำแหง แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร

ต่อมาเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ต.ท.ปิติพัฒน์ นำกำลังเข้าตรวจสอบ พบนายหวู่ อายุ 37 ปี สัญชาติจีน ตรงตามตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและควบคุมตัวไว้ได้ เมื่อตรวจสอบสถานะการอยู่ในราชอาณาจักร พบว่าการอนุญาตสิ้นสุดลงแล้วราว 3 ปี 8 เดือน จึงแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 81 นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ก่อนดำเนินการผลักดันส่งกลับและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อรับตัวไปดำเนินคดีตามหมายจับต่อไป
พล.ต.ต.ทรงโปรด กล่าวอีกว่า พล.ต.ท.นพศิลป์ กำชับให้ทุกหน่วยเร่งรัดสืบสวนปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มบัญชีม้าและการฟอกเงิน ซึ่งสร้างความเสียหายต่อประชาชนและระบบการเงินทั้งในและต่างประเทศ สตม. ยืนยันนโยบายคัดกรองคนต่างด้าวคุณภาพเข้าประเทศ และปราบปรามดำเนินคดีคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด ไม่ให้ประเทศไทยเป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้หลบหนีคดี
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมุ่งมั่นในการคัดกรองบุคคลต่างด้าวที่มีคุณภาพเข้าประเทศอย่างเข้มงวด ควบคู่กับการปราบปรามดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยให้แก่ประชาชน




