‘ชาญชัย’ฟ้อง’18เจ้าหน้าที่ทอท.-คิงเพาเวอร์’เอื้อประโยชน์มิชอบ ทำรัฐเสียหาย1.4หมื่นล้าน

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 กรกฏาคม ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนนครไชยศรี นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านกลไกในการปราบปรามการทุจริต คณะกรรมาธิการวิสามัญป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เดินทางมายื่นฟ้อง ขอให้ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องและหมายเรียกกรณีกล่าวหาเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานไทย (ทอท.) จำกัด และพวก รวม 18 คน ในข้อหาร่วมกระทำผิดกฎหมายและข้อสัญญาที่ก่อหรือเอื้อประโยชน์ให้เอกชนได้รับผลประโยชน์เกินกว่าที่สัญญาระบุไว้ในความผิดฐานเป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ, เป็นกรรมการหรือผู้บริหารไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบฯ จนเป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหายฯ และเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทกระทำการหรือไม่กระทำการ เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้ฯ

นายชาญชัยกล่าวว่า มายื่นฟ้อง 1 ใน 5 ประเด็นที่เคยแถลงข่าวไป เป็นประเด็นเกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่ โดยฟ้องเจ้าหน้าที่ของรัฐรวม 14 คน เอกชนกลุ่มบริษัทคิงเพาเวอร์ 3 บริษัท และกรรมการผู้มีอำนาจ รวมทั้งหมด 18 คน ผู้ถูกฟ้องมีแม่ทัพอากาศคนปัจจุบันรวมอยู่ด้วย ในขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองเสนาธิการทหารอากาศ อยู่ในคณะกรรมการที่ไปอนุมัติ ตามที่สัญญาเขียนให้ ทอท.กับคิงเพาเวอร์ เก็บรายได้เข้ารัฐ 15 เปอร์เซ็นต์ จากยอดการขายสินค้าหรือบริการที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่คณะกรรมการอนุมัติให้เก็บเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่มีอำนาจทำ และก่อให้เกิดความเสียหายกับรัฐมูลค่า 14,290,660,119 บาท จึงฟ้องขอให้ศาลพิจารณาลงโทษผู้กระทำผิดตามกฎหมาย และสั่งริบเงินจำนวนดังกล่าวเข้าแผ่นดินทั้งหมด กรณีนี้ถือว่าเป็นความเสียหายต่อรัฐรุนแรงมาก

นายชาญชัยกล่าวต่อว่า ในส่วน 4 ประเด็นที่เหลือ เช่น กรณีการซื้อของออกต่างประเทศของคิงเพาเวอร์ ซึ่งได้ตรวจสอบกับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พบว่าใน 3 เดือน มีความเสียหายทางภาษีอีก 11 ล้านบาท คดีที่เกี่ยวกับสัญญาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเหล่านี้จะว่ากันอีกที แต่ละคดีต่างกรรมต่างวาระ มีประเด็นยาว สำหรับคดีที่ฟ้องวันนี้ ความผิดตั้งแต่สัญญาที่เกิดขึ้นจนถึงวันนี้ไม่มีการบอกล้างสัญญาและแก้ไขสัญญาเลย ความผิดของสัญญากระทบต่อผู้ถือหุ้นรายย่อย ถ้าใครเข้ามาซื้อหุ้นวันนี้เกิดมีเรื่องแล้วหุ้นตก ผลประโยชน์ที่เสียหายไปผู้ซื้อหุ้นตอนหลังจะรับกรรมไปด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากยื่นฟ้องประเด็นคดีนี้เสร็จแล้ว ประเด็นอื่นจะมีการยื่นต่อไปเมื่อไหร่ นายชาญชัยกล่าวว่า ขอเวลาอีกสัก 2 เดือนกว่าจะทำเสร็จ แต่ละคดียอมรับว่าวันนี้ทำหน้าที่เหมือนเป็นทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และอัยการ ถ้าศาลเปิดช่องให้เราทำหน้าที่ตรงนี้ได้ จะเป็นมิติใหม่ของการปราบปรามการทุจริต เรียกเงินที่เอกชนและเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำให้เกิดความเสียหายกลับเข้าแผ่นดินให้ได้ และเอกชนที่ร่วมกระทำผิดต้องถูกดำเนินคดีด้วย ขึ้นอยู่กับศาลที่จะใช้ดุลพินิจในการพิจารณา

เมื่อถามถึงกรณีที่จะเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาเป็นพยานด้วย นายชาญชัยกล่าวว่า เป็นไปตามที่ได้หารือกับ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สมาชิก สปท. หลังจากฟ้องเสร็จจะไปสรุปให้นายกรัฐมนตรีทราบ เพราะท่านตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องนี้จะปลดใครผิดกฎหมายอะไร ความเสียหายเท่าไหร่ ฟ้องหรือยัง ตนทำครบแล้ว จะส่งให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ถ้าท่านไม่ทำก็เป็นภาระที่ท่านต้องรับผิดชอบ

“เราฟ้องเขาไม่ใช่เรื่องสนุก เขามีสิทธิที่จะฟ้องกลับ แต่นี่เราตรวจสอบความถูกต้องหมดแล้ว พร้อมที่จะให้เขาฟ้องกลับ แล้วคุณก็ต้องรับกรรมสิ่งที่คุณฟ้องกลับด้วยว่าคุณมาฟ้องเท็จกับพวกผม เราทำโดยพื้นฐานไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว อันนี้เป็นเรื่องส่วนรวมของประเทศชาติ ฉะนั้นถึงบอกว่าทั้งหมดคดีที่จะเดินต่อไปนี้ให้ยึดทรัพย์เข้าแผ่นดินทั้งหมด” นายชาญชัยกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศก่อนที่นายชาญชัยจะเข้ายื่นคำฟ้อง มีมวลชนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ประมาณ 20 คน พร้อมแกนนำได้แก่นายสาวิทย์ แก้วหวาน และนายอมร อมรรัตนานนท์ เดินทางมามอบดอกไม้ให้กำลังใจนายชาญชัยด้วย หลังจากยื่นฟ้องคดีเสร็จสิ้น ศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณาเป็นคดีหมายเลขดำอท.352/2560 และนัดฟังคำสั่งว่าจะรับคดีไว้เพื่อพิจารณาไต่สวนมูลฟ้องหรือไม่ในวันที่ 25 กรกฎาคม เวลา 09.00 น. ทั้งนี้ ในบัญชีพยานโจทก์ที่นายชาญชัยจะนำเข้าไต่สวนทั้งหมด 83 คน มีชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นอันดับที่ 2

บทความก่อนหน้านี้“กนอ.”จัดทีมเฝ้าระวังน้ำท่วมในนิคมตั้งศูนย์ปฏิบัติการรับมือ24ชม.
บทความถัดไปฎีกายืนคุก 4 ปี ‘อ้อ บุญสม’ แนวร่วมนปช.วางบึ้ม’พรรคภูมิใจไทย’