“เจ๊ติ๋ม”มีลุ้น ศาลปกครองสูงสุดให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องเพิกถอนคำสั่ง กสทช.พักใบอนุญาต-เรียกค่าเสียหาย

แฟ้มภาพ

เมื่อวันที่ 13กรกฎาคม ที่ศาลปกครองสูงสุด ถนนเเจ้งวัฒนะ ศาลปกครองสูงสุดอ่านคำสั่งให้กลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น ให้รับคำฟ้องคดีที่บริษัท ไทยทีวี จำกัด โดยนางพันธุ์ทิพา ศกุนต์ไชย ประธานกรรมการบริหาร ยื่นฟ้องคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ในข้อหา ขอให้เพิกถอนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการโทรทัศน์ และข้อหาที่ฟ้องขอให้ชดใช้ค่าเสียหายไว้พิจารณาเมื่อผู้ฟ้องคดีได้แก้ไขคำฟ้องเพิ่มเติมแล้ว

โดยคดีนี้บริษัทไทยทีวี ฟ้องว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิตอล 2 ช่องจากการประมูลที่ กสทช.โฆษณาเชิญชวนว่า เป็นคำมั่นว่าทีวีดิจิตอลจะมีเพียง25ช่อง เเต่ กสทช.กลับไม่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่การส่งสัญญาณจากระบบอนาล็อกไปสู่ระบบดิจิตอลให้เป็นไปตามกฎหมาย ทำให้โครงข่ายไม่สามารถครอบคลุมทุกพื้นที่ นอกจากนี้ กสทช.เพิ่งจะบังคับใช้ประกาศ เรื่องหลักเกณฑ์เพื่อให้ผู้ให้บริการออกอากาศในหมายเลขช่องที่ตรงกับการประมูลในเดือนมกราคม2559 ทั้งที่การเปลี่ยนผ่านระบบดิจิตอลเริ่มดำเนินการปี2555เป็นเหตุให้บริษัทไทยทีวีได้รับความเสียหาย บริษัทไทยทีวีจึงมีหนังสือเมื่อวันที่25พฤษภาคม2558เพื่อขอยกเลิกการประกอบกิจการทั้ง2ช่อง พร้อมเสนอมาตรการเยียวยาผู้ใช้บริการ เเต่ กสทช.กลับมีหนังสือแจ้งให้บริษัทไทยทีวีชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลรายปีและค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ (ค่าประมูลความถี่)กว่า1,700 ล้านบาท มิฉะนั้นจะใช้มาตรการทางปกครองพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต และให้บริษัทไทยทีวีชี้แจงผู้ใช้บริการเป็นตัวหนังสือวิ่งหน้าจอ ซึ่งไทยทีวีก็ได้ฟ้อง กสทช.ไว้ในคดีดำหมายเลข 1164/2558 ของศาลปกครองกลางเพื่อให้ กสทช.ชำระค่าเสียหายจากการละเลยต่อหน้าที่และไม่ดำเนินการตามที่ได้ประกาศเชิญชวน ให้เข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่

ดังนั้นในคดีนี้ทางไทยทีวีจึงขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตเมื่อวันที่3พฤศจิกายน2558 และให้ กสทช.ชดใช้เงิน 1 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยนับจากวันฟ้องคดี พร้อมให้ชำระค่าฤชาธรรมเนียมทั้งหมด แต่ในชั้นพิจารณาของศาลปกครองกลางซึ่งเป็นศาลปกครองชั้นต้นเห็นว่า กสทช.ออกคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตเป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ไทยทีวีมิได้ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบทีวีดิจิตอลรายปี และค่าใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และเมื่อพิจารณาเนื้อหาคำสั่ง กสทช.แล้วเห็นว่าเป็นการออกคำสั่งพักใบอนุญาต ภายหลังทีวีไทยได้ยุติประกอบกิจการโทรทัศน์ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 ประกอบกับทีวีไทยมีหนังสือลงวันที่ 25พฤษภาคม2558 แจ้งขอยกเลิกใบอนุญาตกับ กสทช.เป็นการแสดงเจตนาว่าไทยทีวีไม่ประสงค์ประกอบกิจการตามใบอนุญาตที่ได้รับ
แม้ กสทช.จะมีคำสั่งพักใบอนุญาต ก็มิได้ทำให้บริษัทไทยทีวีได้รับผลกระทบจากคำสั่งดังกล่าว ส่วนคำขอให้ กสทช.ชดใช้ค่าเสียหาย เห็นว่าไทยทีวีไม่ใช่ผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากคำสั่ง จึงเอาคดีมาฟ้องไม่ได้ศาลไม่รับคำฟ้อง

ต่อมาบริษัทไทยทีวียื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลปกครองสูงสุด ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่ากรณีที่ไทยทีวีถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตย่อมแสดงว่าเป็นการไม่ปฏิบัติหรือฝ่าฝืนต่อกฎหมายหรือคำสั่ง กสทช.มีผลต่อสิทธิและหน้าที่ของไทยทีวีตามกำหนดเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต อีกทั้งไทยทีวีอ้างว่าได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตและเรียกค่าเสียหายในกรณีดังกล่าว จึงถือว่าไทยทีวีเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหากคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตผู้ฟ้องคดีจึงมีสิทธิฟ้องคดีนี้ ศาลชั้นต้นสามารถรับคำฟ้องในข้อหาที่ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตไว้พิจารณาได้ ส่วนข้อหาที่ขอให้ชดใช้ค่าเสียหายนั้นทีวีไทยไม่อาจฟ้อง กรรมการ กสทช.ในฐานะเจ้าหน้าที่ได้ แต่ต้องฟ้องสำนักงาน กสทช.อันเป็นหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบงานของไทยทีวี จึงมีคำสั่งเป็นให้ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องดังกล่าวไว้พิจารณาโดยให้ผู้ฟ้องแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องให้ถูกต้องครบถ้วนในการที่จะฟ้องสำนักงาน กสทช.ในข้อหาที่จะให้ชดใช้ค่าเสียหาย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon