แห่แจ้งจับ’เจ้าของ บ.โลจิสติกส์’ตุ๋นแชร์ออนไลน์ อัดดอกเบี้ย 30% ต่อเดือน สุดท้ายอ้างแชร์ล้ม ให้ฟ้องเอาเอง

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 พฤศจิกายน ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 (บก.น.4) นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย พร้อมผู้เสียหายแชร์ออนไลน์ทางเฟซบุ๊กจำนวน 10 คน ถูกหลอกลวงในพื้นที่ บก.น.4 เข้าร้องทุกข์ต่อ พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ รรท.ผบก.น.4 และ พ.ต.อ.อดิศักดิ์ ชูพันธ์ ผกก.สน.บางชัน เพื่อให้ตั้งคณะทำงานสอบสวนติดตามจับกุมผู้กระทำผิด เนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมากถูกหลอกลวงหลายพื้นที่ ประกอบด้วย สน.อุดมสุข สน.ลาดพร้าว สน.หัวหมาก สน.บางชัน และสน.ประเวศ มูลค่าความเสียหายกว่า 5.4 ล้านบาท

นายสามารถกล่าวว่า สมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายถูกหลอกแชร์ลูกโซ่ในโลกออนไลน์ มีการเสนอผลตอบแทนร้อยละ 10-30 ต่อเดือน ผู้เสียหายแต่ละรายสูญเงินตั้งแต่หลักแสนถึงหลักล้านบาท มีผู้เสียหายหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อในพื้นที่ บก.น.4 เกือบเต็มพื้นที่ ทั้ง สน.บางชัน สน.ลาดพร้าว สน.หัวหมาก สน.ประเวศ ฯลฯ หากผู้เสียหายแยกกันแจ้งความพนักงานสอบสวนในแต่ละพื้นที่ จะทำให้ต้องแยกเป็นหลายคดี การติดตามทรัพย์คืนทำได้ยาก และไม่เข้าข่ายเป็นการฉ้อโกงประชาชน จึงทำให้มิจฉาชีพไปกระทำความผิดซ้ำเกิดขึ้นเรื่อยๆ ที่ผ่านมามิจฉาชีพที่ถูกดำเนินคดีฉ้อโกงหากมีการยอมความได้แล้วก็จะมาหลอกลวงผู้เสียหายรายอื่นต่อ เช่น คดีฮัจยีกรุ๊ป คดี น.ส.โชกุน ฯลฯ อยากฝากเตือนประชาชนหากมีใครชักชวนให้ร่วมลงทุนผ่านสื่อออนไลน์โดยให้ผลตอบแทนสูงอย่าไปหลงเชื่อ ครั้งนี้ที่ผู้เสียหายหลงเชื่อเพราะเท้าแชร์อยู่โรงเรียนเดียวกับลูก ประกอบกับมีหลักแหล่ง มีธุรกิจการงานที่มั่นคง

น.ส.เอ (นามสมมุติ) หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า รู้จักกับ น.ส.หน่อย (สงวนชื่อและนามสกุลจริง) เท้าแชร์ผ่านทางเฟซบุ๊ก เนื่องจากเป็นเพื่อนของเพื่อนในเฟซบุ๊ก เห็นความเคลื่อนไหวมานาน จึงลงทุนไป 330,000 บาท ที่ร่วมลงทุนด้วยเนื่องจากเท้าแชร์มีตัวตนมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และมีเอกสารชัดเจน มีบริษัทโลจิสติกส์อยู่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พูดชักชวนหว่านล้อมต่างๆ ให้ร่วมลงทุน โดยอ้างว่าจะให้ดอกเบี้ยสูงกว่าธนาคาร และจะรับผิดชอบหากมีการโกงเกิดขึ้น โดยจะนำเงินที่เราร่วมลงทุนไปลงทุนต่อให้และจะให้ดอกเบี้ยคืนมา ทั้งนี้ ตนเล่นแชร์ออนไลน์เป็นครั้งแรกครั้งเดียวก็โดนหลอก โดยกลุ่มดังกล่าวใช้ชื่อบ้านว่าซากุระ มีสมาชิกในกลุ่มกว่า 200 คน หลังจากร่วมลงทุน 330,000 บาท เท้าแชร์ขาดการติดต่อไป โดยอ้างว่าโดนโกง และไม่ยอมคืนเงินให้ ทั้งนี้ กลุ่มดังกล่าวมีวงแชร์หลายร้อยวงมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท

ส่วน น.ส.บี (นามสมมุติ) หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า รู้จักกับ น.ส.หน่อย ท้าวแชร์ เนื่องจากเป็นผู้ปกครองของเพื่อนลูก เจอกันเกือบทุกวัน ตั้งแต่ลูกอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนตอนนี้ลูกอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 แล้ว ลงทุนไป 630,000 บาท ที่มั่นใจร่วมลงทุนเพราะ น.ส.หน่อย มีฐานะทางครอบครัวดี ประกอบกับผู้ปกครองคนอื่นๆ บอกว่าทาง น.ส.หน่อย เปิดให้ร่วมลงทุนมาเป็นปีแล้ว ในช่วงแรกตนได้ดอกเบี้ยคืน เช่น ลงทุนไป 150,000 บาท ใน 1 สัปดาห์จะได้ดอกเบี้ยคืนมา 30,000 บาท หรือคิดเป็น 8% ต่อมา น.ส.หน่อย ชักชวนให้ร่วมลงทุนเพิ่ม ตนเห็นว่าได้เงินคืนมาจริง ได้ดอกเบี้ยดี จึงร่วมลงทุนเพิ่ม จนกระทั่งครั้งสุดท้ายที่โอนเงินไป น.ส.หน่อย กลับบอกว่าแชร์ล้มแล้วเนื่องจากถูกโกง และบอกให้ตนรอ เดี๋ยวจะคืนเงินให้ แต่ไม่รู้จะคืนให้เมื่อไหร่ หากอยากได้ให้ไปฟ้องเอา

ด้าน พล.ต.ต.ธีระพงษ์กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดคดีเกี่ยวกับทรัพย์ ในข้อหาฉ้อโกง เกิดกับบุคคลหลายคนต่อเนื่องกัน อาจเข้าข่ายแชร์ออนไลน์ฉ้อโกงประชาชน ทาง บก.น.4 จะระดมพนักงานสอบสวนหลายคนให้มาช่วยกันทำงาน โดยหลังจากนี้จะตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด เพื่อให้คดีรวดเร็วขึ้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon