ไม่ปลอดภัย! ฝนตก-น้ำท่วม พัดป้อม รปภ.ลอยติดเสาไฟ ชอร์ตสาวดับ 1 ราย

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 9 มีนาคม พ.ต.ท.สุพิศ อาละพล รอง ผกก.(สอบสวน) สน.เทียนทะเล รับแจ้งมีผู้ถูกไฟฟ้ารั่วใส่เสียชีวิตขณะเดินลุยน้ำท่วม บริเวณด้านหน้าโรงงานทำเฟอร์นิเจอร์และกล่อง ชื่อ บริษัท ที เอส อินเตอร์วู้ด จำกัด เลขที่ 17/640 ถนนเทียนทะเล ซอย 26 แยกวงแหวนแสงประทีป 9 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม.จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวง เขตราษฎร์บูรณะ

ที่เกิดเหตุเป็นซอยชุมชนอาคารพาณิชย์ เต็มไปด้วยห้องแถวสูง 4-5 ชั้น ซึ่งแต่ละหลังมีสภาพเป็นโรงงานอุตสาหกรรมทำธุรกิจหลายชนิด เรียกว่าเป็นนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในพื้นที่ดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ แพทย์ หน่วยกู้ภัย พนักงานการไฟฟ้า และผู้สื่อข่าว ต่างได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมขัง หลังมรสุมพัดเข้าถล่มกรุงเทพมหานคร ไปตามๆ กัน โดยตั้งแต่ปากซอยพบว่ามีน้ำท่วมขังสูงกว่า 30 เซนติเมตร เป็นช่วงไปตลอดซอย ทำให้ต้องโบกรถกระยกสูง ต่อด้วยเรือของ อปพร.เข้าไปในที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ห่างเข้าไปเกือบสุดซอยประมาณ 5 กิโลเมตรอย่างทุลักทุเล

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่ข้างป้อม รปภ.ซึ่งมีลักษณะเป็นโครงเหล็ก ของบริษัทดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบศพ น.ส.ศันสนีย์ หรือปุ้ย แสงงาม อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51/2 หมู่ 3 ต.ช่างปี่ อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ปัจจุบันเป็นพนักงานโรงงานผลิตอะไหล่รถยนต์ ท้ายซอยวงแหวนแสงประทีป 9 ที่อยู่ห่างไปประมาณ 200 เมตร สภาพศพเนื้อตัวซีดเซียว สวมเสื้อเสื้อยืดแขนสั้นลายขวางสีดำเทา นุ่งกางเกงขาสามส่วนสีเทา ถูกกระแสไฟฟ้าที่รั่วจากสายไฟแรงสูงลงหลังคาป้อม รปภ.ดูดใส่ โดยศพจมน้ำคว่ำหน้าอยู่บริเวณดังกล่าวโดยไม่มีใครกล้าเข้าให้การช่วยเหลือ เบื้องต้นพนักงานการไฟฟ้าจึงได้ทำการตัดกระแสไฟ ก่อนอนุญาตให้พนักงานสอบสวนและแพทย์นิติเวช ปฏิบัติงานชันสูตรพลิกศพได้อย่างปลอดภัยทุกฝ่าย

จากการสอบสวน นางศศิธร งามแยะ อายุ 37 ปี พี่สาวผู้ตายซี่งทำงานเป็นลูกจ้างโรงงานทำบะหมี่ ในแยกซอยวงแหวนแสงประทีป 17 ให้การว่า น้องสาวมีอุปนิสัยเป็นทอมบอย ปัจจุบันพักอยู่ที่ห้องเช่าใกล้กันกับตนบริเวณปากทางเข้าแยกวงแหวนแสงประทีป 9 ซึ่งเดินออกไปประมาณ 500 เมตรก็จะถึงอยู่แล้ว ตามปกติในช่วงพักเที่ยง น.ส.ศันสนีย์ จะเดินเท้ากลับไปกินข้าวเที่ยงที่ห้องทุกวัน ซึ่งวันนี้ก็เช่นกันหลังพักเที่ยงผู้ตายก็คงจะเดินกลับไปที่ห้อง แต่ก็ต้องมาจบชีวิตลงก่อนวัยอันควร โดยตนได้ยินผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าจังหวะที่น้องสาวกำลังเดินลุยน้ำท่วมขังระหว่างทางนั้น เจ้าตัวเกิดเสียหลักเลยเอามือทั้ง 2 ข้าง ไปพิงกับป้อม รปภ.ของบริษัทที่เกิดเหตุหวังประคองไม่ให้ตัวเองล้ม แต่หารู้ไม่ที่ป้อม รปภ.มีกระแสไฟฟ้ารั่วอยู่ทำให้ถูกไฟดูดหมดสติหัวทิ่มลงน้ำไปโดยไม่มีใครกล้าเข้าช่วยเหลือกระทั่งเสียชีวิตในที่สุด

“น้องสาวถือเป็นกำลังหลักที่ต้องส่งเสียเงินให้แม่และยายทุกเดือน ไม่น่าจะต้องด่วนมาจากไปด้วยวัยเพียงเท่านี้ อยากฝากสื่อมวลชนให้ช่วยแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย ว่าซอยเทียนทะเล 26 ตลอดซอยนั้นมีปัญหาน้ำท่วมขังหลังฝนตกมานานหลายปีแล้ว แม้จะตกลงมาเพียงเล็กน้อยก็ยังท่วมขัง อย่างน้อย 2-3 วัน ยิ่งโดยเฉพาะวันนี้มีมรสุม คาดว่าน่าจะใช้เวลาระบายอยู่นานเกือบสัปดาห์กว่าจะเข้าสู่สภาวะปกติ สำหรับค่าทำศพน้องสาวตนยังไม่ทราบว่าจะไปเรียกร้องเอาผิดกับผู้ใด ปล่อยให้พนักงานสอบสวนดำเนินการไปตามกฎหมาย แต่ยังหวังเอาไว้ว่า น่าจะมีผู้ใดมาช่วยรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นบ้าง เพราะครอบครัวตนก็คนหาเช้ากินค่ำเดินทางเข้ากรุงเทพฯ มาเพื่อดิ้นรนต่อสู้ชีวิต” นางศศิธร กล่าว

ด้าน พ.ต.ท.สุพิศ กล่าวว่า หลังจากนี้จะมอบศพให้มูลนิธินำส่งสถาบันนิติเวช รพ.ศิริราช ทำการผ่าชันสูตรหาสาเหตุการตายอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนเหตุกระแสรั่วครั้งนี้ตรวจดูด้วยตาเปล่าพบสายไฟฟ้ามีรอยขาดพาดอยู่กับหลังคาตู้ รปภ.พอดี ซึ่งหลังจากนี้จะเรียกพนักงานการไฟฟ้า ไปสอบสวนเพื่อหาข้อมูลเชิงเทคนิคต่อไป ว่ากระแสไฟทำให้ถึงแก่เสียชีวิตหรือไม่ จากนั้นจะเรียกเจ้าของโรงงานที่เกิดเหตุ รวมถึงพยานที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดไปสอบปากคำ หากพบเป็นความประมาทของฝ่ายใดก็จะแจ้งข้อหาดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด.

ขอบคุณภาพจาก จส.100 และ กู้ภัยเทียนทะเลกาหลง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้มมส มอบทุนการศึกษาน้องแบม 5 หมื่นบาท เตรียมมอบรางวัลเฉพาะ-เป็นวิทยากรพิเศษ
บทความถัดไป“เฮ็ดบอท”เปิดตัว“ยิ่งรัก ทักแชท”หุ่นยนต์ตอบคอมเมนต์ลูกค้าอัตโนมัติ