อัยการยื่นฟ้อง’พุทธะอิสระ-กปปส.’รวม 14 คน 8 ข้อหา-‘เทพเทือก’ตั้งแง่ดุลพินิจอัยการเหวี่ยงแห(คลิป)

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา “พระสุวิทย์ ทองประเสริฐ” หรือหลวงปู่พุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม แกนนำเวทีคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) แจ้งวัฒนะ ผู้ต้องหาร่วมสนับสนุนการเป็นกบฏ , กระทำการให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดที่มิใช่การกระทำในความมุ่งหมายตามรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือความไม่สงบในราชอาณาจักรฯ, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ จากการร่วมชุมนุม นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส.พร้อมพวกรวม 14 คน ได้เดินทางมาพบอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เพื่อฟังคำสั่งฟ้องคดี ภายหลังจากที่ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2561 อัยการได้ยื่นฟ้องนายสุเทพ พร้อมแกนนำไปแล้ว 9 คน รวม 8 ข้อหา

โดยวันนี้ นอกจาก “หลวงปู่พุทธะอิสระ” แล้ว ยังมีแนวร่วม อาทิ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข อดีตแกนนำ พธม., นายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการอิสระ และแนวร่วมอีกรวม 14 ราย มาพบอัยการ

กระทั่งเวลา 10.00 น. เศษ อัยการสำนักงานคดีพิเศษ จึงนำตัว “หลวงปู่พุทธะอิสระ” พร้อมแนวร่วม รวม 14 คน มายื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก

ขณะที่กลุ่มแนวร่วม กปปส. ร่วมเตรียมหลักทรัพย์ไว้ยื่นประกันตัวแล้ว รายละ 600,000 บาท

ต่อมาเมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 ได้นำตัวพระพุทธะอิสระ อดีตแกนนำ กปปส. เวทีแจ้งวัฒนะ และแนวร่วม กปปส. รวม 14 คน ผู้ต้องหาคดีร่วมกันเป็นกบฏ, กระทำการให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดที่มิใช่การกระทำในความมุ่งหมายตามรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือความไม่สงบในราชอาณาจักรฯ, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ และข้อหาอื่นๆ จากการร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ภายหลังจากที่ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา อัยการได้ยื่นฟ้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. พร้อมแกนนำไปแล้ว 9 คน รวม 8 ข้อหา โดยมี น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก เเละนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ 2 ในผู้ต้องหาร่วมที่ถูกอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องในวันนี้เดินทางมาสมทบภายหลัง ทั้งนี้ศาลให้ประกันจำเลยทั้ง14คน โดยตีราคาประกันคนละ600,000บาท

โดยนายสุเทพเดินทางมาศาลเพื่อให้กำลังใจแนวร่วม กปปส. ที่มารายงานตัวในวันนี้ มีมวลชนหลายสิบคนเดินทางมาให้กำลังใจนายสุเทพและแนวร่วม กปปส. ที่บริเวณหน้าศาลอาญาด้วย

นายสุเทพกล่าวว่า ผู้ต้องหาที่อัยการนำตัวมาฟ้องในวันนี้เป็นผู้ต้องหาชุดที่ 2 ที่อัยการคดีพิเศษมีความเห็นสั่งฟ้องคดีร่วมกันเป็นกบฏ ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซ่องโจร บุกรุกสถานที่ราชการ ขัดขวางการเลือกตั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้ตนกับแกนนำทั้ง 9 คน ได้มารายงานตัวต่ออัยการและยื่นคำร้องขอให้อัยการดำเนินคดีแกนนำทั้ง 9 ก่อน เนื่องจากเห็นว่าบุคคลที่ถูกนำมาฟ้องชุดที่ 2 เหล่านี้ ที่โดนข้อหาร่วมกับตนและพวกทั้ง 9 ก่อกบฏ จึงเห็นว่าหากอัยการใจกว้างก็ควรจะฟ้องตนกับพวก 9 คนว่ามีความผิดฐานกบฏ ก่อการร้ายจริงหรือไม่ ซึ่งหากจริงก็ยังไม่สายที่จะฟ้องผู้ต้องหาชุดที่ 2 ในภายหลัง กรณีนี้ตนก็ไม่ทราบว่าอัยการใช้ดุลพินิจอย่างไร เพราะจะเห็นว่าผู้ต้องหาบางคนอย่างนายแก้วสรร อติโพธิ เป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย ขึ้นเวทีให้ความรู้ทางวิชาการ ไม่เคยปลุกระดมให้บุกรุกสถานที่ราชการหรือขัดขวางการเลือกตั้ง แต่ก็ต้องถูกลากตัวเข้ามาฟ้องเป็นจำเลยในคดีนี้ ซึ่งคดีเหล่านี้ก็ต้องใช้ระยะเวลา 4-5 ปี กว่าจะเสร็จสิ้น มันก็เป็นการเสียประโยชน์ แทนที่จะได้ไปสอนนักศึกษาก็ต้องมาขึ้นศาล

“ผมขอฝากไปถึงอัยการสูงสุดและอัยการคนอื่นว่าท่านเคยใช้สิทธิสั่งไม่ฟ้องบุคคลบางกลุ่ม โดยอ้างว่าไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ช่วยตอบผมหน่อยว่าฟ้อง อ.แก้วสรร ฟ้องคุณอัญชลี คุณรังสิมา หลวงปู่พุทธะอิสระ เป็นประโยชน์อะไรกับสังคม” และว่า นี่จึงเป็นสาเหตุที่มวลมหาประชาชนเรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศไทย การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเป็นประเด็นที่ประชาชนเรียกร้อง เราเห็นกันแล้วว่าตำรวจ ดีเอสไอเป็นอย่างไร และวันนี้เราเห็นแล้วว่าอัยการเป็นอย่างไร การปฏิรูปจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยน้ำมือประชาชน มิฉะนั้นไม่มีทางที่จะเห็นประเทศนี้ดีขึ้นได้ ประชาชนต้องรวมพลังกันให้มีการปฏิรูปประเทศ


ผู้สื่อข่าวถามว่าผู้ต้องหาชุดที่ 2 ในวันนี้มารายงานตัวครบตามที่อัยการมีความเห็นควรสั่งฟ้องหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ยังมีอีก ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าอัยการเหวี่ยงแหฟ้องทุกคนหรือไม่ มีคนมาชุมนุมเป็นล้านคนจะฟ้องทั้งล้านคนหรือไม่ ถ้าคนล้านคนมาศาลพร้อมกันไม่ได้ คนพวกนี้ก็ต้องมารายงานตัวที่ศาลทุกวัน พระพุทธอิสระไม่ต้องไปเทศนาสั่งสอนคน นายแก้วสรรก็ไม่ต้องไปสอนลูกศิษย์ เรื่องนี้ก็เป็นปัญหา โดยผู้ต้องหาที่ถูกส่งตัวฟ้องวันนี้มี 17 คน ส่วนที่เหลือจะต้องมารายงานตัวส่งฟ้องอีกกี่คน ตนไม่ทราบ ต้องไปถามอัยการ ให้อัยการตอบคำถามมา

“ผมไม่ได้เป็นอัยการ ผมตอบคำถามไม่ได้ และผมก็ไม่เข้าใจดุลพินิจของอัยการ”
ส่วนเรื่องการประกันตัว นายสุเทพกล่าวว่า ไม่หนักใจ ผู้ต้องหาบางคน เพื่อนฝูงก็ต้องไปวิ่งหาเงินมาค้ำประกัน บางคนไม่มีหลักทรัพย์ไปขอกองทุนยุติธรรมก็ไม่ได้ ตนต้องให้บริษัทวิริยะประกันภัยมาประกันให้ โดยเสียเงินจำนวน 7 หมื่นบาท เป็นค่าหลักทรัพย์ในการประกัน ในการฟ้องแกนนำ 9 คนคราวก่อน ศาลตีราคาประกันคนละ 6 แสนบาท

เมื่อถามถึงแนวทางการต่อสู้คดี นายสุเทพกล่าวว่า สู้ตามความเป็นจริง เรามีความบริสุทธิ์ใจ ความจริงใจ เราไม่ใช่พวกนอกกฎหมาย ไม่ได้ทำอะไรผิด เราจะเอาหลักฐานความเป็นจริงไปสู้คดีภายในศาล แต่ที่สำคัญคือกว่าคดีจะสิ้นสุดต้องใช้เวลาหลายปี ตนให้ความร่วมมือกับศาลทุกอย่าง ศาลมีคำสั่งอย่างไรเราทำอย่างนั้น

เมื่อถามว่าหากอัยการยื่นคำร้องขอรวมสำนวนกับ 9 แกนนำ จะทำอย่างไร นายสุเทพกล่าวว่า หากเป็นไปได้เราจะยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาแยกสำนวน

ด้านพระพุทธะอิสระกล่าวว่า จะเป็นไปได้หรือไม่ หากการสืบสวนสอบสวนที่ไม่เกี่ยวกับจำเลยคนใด แล้วจำเลยคนนั้นไม่ต้องมาศาลอยากจะขอความกรุณาต่อศาลให้มีการแยกสำนวนกับพฤติการณ์ของจำเลย ไม่ใช่เหมากันมานั่งฟังทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องกัน มิฉะนั้นจะถือว่าไม่เป็นธรรมต่อผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งตนก็จะปรึกษาทนายว่าจะยื่นคำร้อง ก็ต้องดูว่าศาลจะเมตตาอย่างไร

ทั้งนี้ในวันเดียว นายสาธิต ปิตุเดชะ อดีต ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ที่ร่วมเหตุการณ์ชุมนุมฯ ซึ่งอัยการสั่งฟ้อง ในข้อหากระทำการให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดที่มิใช่การกระทำในความมุ่งหมายตามรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือความไม่สงบในราชอาณาจักรฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ ตาม ม.215 นั้น ก็ได้เข้าพบอัยการด้วย ซึ่งอัยการเตรียมแยกฟ้องเป็นอีกสำนวนเพียงคนเดียว จึงนัดให้มาพร้อมฟ้องคดีต่อศาลอาญา อีกครั้ง 19 เมษายนนี้