ตำรวจไทยจับมือจนท.มาเลเซีย ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ปีนัง พบ10คนไทยเข้าร่วม

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 23.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นประเทศมาเลเซียพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รองผบช.ทท.) หัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ป้องกันและปรามปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 บช.ทท. พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2 บช.ทท. พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ.บช.น. ,พ.ต.ต.พรชัย สุขเจริญ สว.สส.สน.วัดพระยาไกร พ.ต.ต.นที คุ้มล้วนล้อม สว.งานสายตรวจ 2 กก.1 บก.จร.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจมาเลเซียร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวไทย บุกเข้าไปภายในบ้านเดี่ยว บนเนินเขา ย่านถนนมารี พิทเช รัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์คอลเซ็นเตอร์ ที่แตกกลุ่มมาจากแก๊งของนายเฉิน หยวน ไข่ ชาวไต้หวัน ที่ยังอยู่ระหว่างหลบหนีการประกันตัว ตั้งแต่ ปี 2560 หลังสืบทราบว่าเป็นศูนย์สั่งการคอลเซ็นเตอร์เป็นแก๊งของนายเฉิน หยวน ไข่ ที่มาเปิดศูนย์สั่งการเพิ่มเติมนอกเหนือจากประเทศกัมพูชาซึ่งถูกทลายไปก่อนหน้านี้ โดยมีนายปั๊กเป้า ชาวไต้หวันเป็นหัวหน้า

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่าจากการเข้าตรวจค้นภายในบ้านเดี่ยวสุดหรู แบ่งออกเป็นห้อง ซึ่งมีโต๊ะ ฉากกั้นเสียง พร้อมอุปกรณ์สื่อสารทั้งคอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ, ซิมโทรศัพท์พร้อมใช้งาน, สมุดบัญชีธนาคาร, โพยรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูงรวมถึงบทพูดคุยระหว่างแก๊งคอลเซ็นเตอร์กับเหยื่อที่กำหนดไว้ เช่น จากหน่วยปราบปรามยาเสพติด หน่วยปราบปรามการฟอกเงิน ไปจนถึงศาล

นอกจากนั้นยังพบคนไทย 10 คน ทำหน้าที่โทรศัพท์หาเหยื่อปลายทางในประเทศไทย และมีชายชาวไต้หวัน 2 คน ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมและสั่งการ ในการหลอกลวงเหยื่อตามกลุ่มเป้าหมายที่ถูกสั่งจากนายปั๊กเป้า ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ชาวไต้หวัน ซึ่งแก๊งนี้เริ่มปฏิบัติการหลอกลวงคนไทยเป็นเวลา 1 เดือนเศษ มีเหยื่อหลงกลโอนเงินให้แล้วกว่า 4 แสนบาท

“การบุกเข้ามากวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในมาเลเซียของตำรวจท่องเที่ยว และยังเป็นครั้งแรกในการบุกเข้าจับยามวิกาลในต่างแดน ซึ่งจะเห็นได้ว่า การขับเคลื่อนของแก๊งนี้ยังอาศัยคนไทยเป็นตัวเชื่อมสำคัญ ขณะที่กลุ่มคนไทย ก็ยังคงปฏิเสธ และอ้างว่าถูกหลอกมาทำงาน โดยหนึ่งในคนไทย ซึ่งเป็นทีมงานคอลเซ็นเตอร์ ที่เดินทางมาจากจังหวัดสงขลา และ สุโขทัย อ้างว่า รู้แค่มาทำงาน แต่ไม่รู้ว่าคอลเซ็นเตอร์” รองผบช.ทท.กล่าว

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการบุกเข้าทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในประเทศมาเลเซียครั้งนี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้เป็นแก๊งตั้งใหม่ที่พยายามย้ายศูนย์เพื่อหลบหนีการตรวจสอบ แต่เทคนิคหรือวิธีการ ยังเป็นแบบเดิม โดนก่อนที่ตำรวจจะบุกเข้าทลาย 1 ใน 10 คนไทย หลบหนีออกมาได้ก่อนโดยมุ่งหน้ากลับไปยังอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แต่ถูกตำรวจรวบตัวได้ก่อนที่จะหนีเข้ากรุง

รองผบช.ทท. กล่าวอีกว่า การทำงานปราบปรามระหว่างประเทศ ครั้งที่ 3 ในมาเลเซีย ได้รับการยอมรับและตอบสนองจากทางการมาเลเซียมาก ไม่เพียงจะช่วยตามรอยเบาะแสและพิกัดที่ตั้ง ยังให้ตำรวจท่องเที่ยวของไทย พร้อมชุดสายสืบเข้าร่วมจับกุมด้วย ถือเป็นการทำงานตามแนวทาง วันเวิลด์ วันทีม หรือตำรวจหนึ่งเดียวทั่วโลก

บทความก่อนหน้านี้‘มะเร็งลำไส้ใหญ่’ เจอเร็วรักษาได้ หนุน ‘รพ.สต.’ คัดกรองกลุ่มเสี่ยงทั่วปท.
บทความถัดไปญาติร้องรพ.จ่าย4แสนแลกไม่เอาเรื่องกรณีสาวท้องแก่คลอดลูกแต่แม่เสียชีวิต