องค์การน.ศ.มช. แถลงการณ์คัดค้าน รื้อหอพักอ่างแก้ว-แฟลตฝ่ายหิน เรียกร้อง 2 ข้อ จี้มหา’ลัยดำเนินการ
จากกรณีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เริ่มดำเนินการทุบ รื้อถอน หอพักอ่างแก้ว เมื่อช่วงสายของวันที่ 4 ตุลาคมนั้น
เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (อ.มช.) ออกแถลงการณ์ เรื่อง คัดค้านการรื้อถอนอาคารหอพักอ่างแก้วและอาคารแฟลตฝ่ายหินโดยปราศจากการรับฟังความคิดเห็นของประชาคมและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
ตามที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ดำเนินการเกี่ยวกับการรื้อถอนอาคารหอพักอ่างแก้ว และอาคารแฟลตฝ่ายหิน ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจและมีข้อกังวลจากนักศึกษา คณาจารย์ บุคลากร ศิษย์เก่า องค์กรวิชาชีพ และภาคประชาสังคมมาอย่างต่อเนื่อง
องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่เห็นว่า การดำเนินการเกี่ยวกับอาคารดังกล่าวมิได้เป็นเพียงเรื่องของการบริหารจัดการพื้นที่ของมหาวิทยาลัย หากแต่เกี่ยวข้องกับสิทธิและผลประโยชน์ของนักศึกษา รวมถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และความทรงจำของประชาคมมหาวิทยาลัย องค์การนักศึกษาจึงมีหน้าที่ติดตามและแสดงบทบาทต่อประเด็นดังกล่าว ตามระเบียบมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ว่าด้วยองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2554 โดยเฉพาะข้อ 9 (3) (4) (7) และ (8) และข้อ 10 (2)
ภายหลังกลุ่มนักศึกษา SAAP 24:7 ได้ยื่นหนังสือต่อองค์การนักศึกษาเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 สภานักศึกษาได้นำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่การประชุมสมัยสามัญขององค์การนักศึกษา เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 โดยที่ประชุมมีมติด้วยคะแนนเสียง 31 จาก 41 เสียง ให้คณะกรรมาธิการฝ่ายรับฟังความคิดเห็นดำเนินการตามข้อเรียกร้องบางประการของนักศึกษา นำไปสู่การจัดทำหนังสือถึงมหาวิทยาลัยเพื่อขอให้เปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการรื้อถอน ขอให้ชะลอการรื้อถอน และเปิดพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างมหาวิทยาลัย องค์การนักศึกษา ผู้แทนนักศึกษา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
จากเหตุการณ์และข้อเท็จจริงดังกล่าว องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วย และคัดค้านการรื้อถอนอาคารหอพักอ่างแก้วและอาคารแฟลตฝ่ายหินที่ดำเนินการโดยปราศจากกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเพียงพอ โดยก่อนหน้านี้ ได้มีการแสดงข้อกังวลและข้อเสนอจากหลายภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการยื่นหนังสือของตัวแทนนักศึกษา การรวบรวมรายชื่อของประชาคมมหาวิทยาลัย การแสดงจุดยืนของสมาคมวิชาชีพด้านสถาปัตยกรรม ตลอดจนหนังสือจากสำนักงานธนารักษ์พื้นที่
เชียงใหม่ ซึ่งขอให้มหาวิทยาลัยพิจารณาชะลอการรื้อถอนอาคารทั้งสองไว้เป็นการชั่วคราว เพื่อให้มีการตรวจสอบสถานะของอาคาร และพิจารณาคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และสถาปัตยกรรมให้เกิดความชัดเจนก่อนดำเนินการ แม้มหาวิทยาลัยจะได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 โดยระบุถึงข้อจำกัดด้านความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร และเห็นว่าการรื้อถอนเป็นแนวทางที่เหมาะสมด้านความปลอดภัย แต่ข้อมูลและเอกสารที่ใช้ประกอบการตัดสินใจดังกล่าวยังไม่ได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างครบถ้วน ทั้งที่การดำเนินการดังกล่าวมีผลกระทบต่อพื้นที่และการใช้ชีวิตของนักศึกษาโดยรอบ
ด้วยเหตุนี้ องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่จึงขอเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ดำเนินการดังต่อไปนี้
ประการที่หนึ่ง เปิดเผยข้อมูลและเอกสารที่ใช้ประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับการรื้อถอนต่อประชาคมมหาวิทยาลัยและสาธารณชน โดยเฉพาะรายงานหรือผลการประเมินความมั่นคงแข็งแรงของอาคารหอพักอ่างแก้ว เอกสารข้อกำหนดขอบเขตงาน (TOR) ประกาศและเอกสารการขายทอดตลาด เอกสารสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการรื้อถอน ตลอดจนบันทึกหรือรายงานการประชุมและเอกสารการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจดังกล่าว รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสัญญาเลขที่ 001/2569 และการจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวข้องกับการรื้อถอน การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวมิใช่เพียงการตอบข้อสงสัยของนักศึกษา แต่เป็นสิ่งจำเป็นต่อการตรวจสอบว่าการตัดสินใจของมหาวิทยาลัยตั้งอยู่บนข้อมูล หลักฐาน และกระบวนการที่รอบด้านเพียงใด
ประการที่สอง เปิดเผยแผนการบริหารและพัฒนาพื้นที่ภายหลังการรื้อถอนต่อประชาคมมหาวิทยาลัยและสาธารณชนอย่างชัดเจน ทั้งวัตถุประสงค์ แนวทางการใช้ประโยชน์พื้นที่ กรอบระยะเวลา และหน่วยงานผู้รับผิดชอบ เพื่อให้ประชาคมสามารถรับทราบและติดตามการดำเนินงานได้
องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่เห็นว่า การรื้อถอนอาคารสามารถดำเนินการได้เมื่อมีเหตุผลที่ชัดเจน มีข้อมูลรองรับ มีกระบวนการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเกี่ยวกับอาคารที่มีความหมายต่อประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และความทรงจำของประชาคมมหาวิทยาลัย ไม่ควรเกิดขึ้นโดยปราศจากการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ
องค์การนักศึกษาจึงขอให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทบทวนกระบวนการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว และไม่ให้การรื้อถอนเป็นจุดสิ้นสุดของการรับฟังความคิดเห็น แต่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดเผยข้อมูลและการมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง เพื่อให้ทุกการตัดสินใจของมหาวิทยาลัยสามารถตอบคำถามต่อประชาคมได้อย่างชัดเจนว่า “ตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลใด รับฟังใคร และรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นอย่างไร” ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่สอดคล้องกับหลักความโปร่งใส ความรับผิดชอบต่อสังคม และปณิธานการเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อสังคมอย่างแท้จริง




