โฆษกกทม.ตั้งข้อสงสัยสตง. ทำงานขัดแนวปฏิบัติ แถลงข่าว’อุโมงค์ไฟ’ก่อนส่งเรื่องทักท้วง

วสันต์ มีวงษ์

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม นายวสันต์ มีวงษ์ โฆษกกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงกรณีนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะอดีตประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภาผู้แทนราษฎร เสนอให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เพื่อเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจมาตรา 44 ในการปลดหรือย้าย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. และผู้บริหารที่ถูกกล่าวหาทั้งหมดออกจากตำแหน่ง กรณีโครงการอุโมงค์ไฟของ กทม. ว่าในฐานะโฆษกของผู้ว่าฯกทม. มองว่าไม่อยากจะไปต่อประเด็นจากนายวิลาศ และการจะพิจารณาใช้มาตรา 44 เป็นดุลพินิจของหัวหน้า คสช.อยู่แล้ว ไม่ต้องให้ใครมาบอก และการที่นายวิลาศออกมาพูดเช่นนี้ มีนัยยะอะไรหรือไม่ มีอะไรกับ กทม. หรือรู้สึกอย่างไรกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.

“สิ่งที่อยากตั้งข้อสังเกตที่สำคัญคือการทำงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน โดยเฉพาะผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ออกมาแถลงเรื่องนี้ แทนที่จะทำตามแนวปฏิบัติที่ถูกต้อง เมื่อ สตง.ตรวจสอบเสร็จก็ต้องทำหนังสือเป็นทางการในการเตือน หรือทักท้วง ไปยังโครงการหรือองค์กรหน่วยงานนั้นๆ แต่ที่ผ่านมา กทม.ไม่เคยรับหนังสือจาก สตง. แต่กลับมาแถลงข่าว จนทำให้สังคมเข้าใจว่า กทม.ทำผิดไปแล้ว ทั้งที่เรื่องนี้ยังไม่ยุติ ยังอยู่ในกระบวนการอีก เห็นได้ชัดจากคำสัมภาษณ์ของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ก็พูดชัดว่ากรณีผู้ว่าฯกทม.ยังไม่จบ” นายวสันต์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า เกิดคำถามมากมายกับโครงการนี้ โดยเฉพาะเรื่องบริษัทรับงาน จนนำไปสู่เอาผิดผู้บริหาร กทม.คนอื่นๆ ด้วย นายวสันต์กล่าวว่า เรื่องตรวจสอบก็เป็นกระบวนการ ผู้ว่าฯกทม.แถลงไปแล้ว จริงๆ การตรวจสอบ กทม.พร้อมให้ตรวจสอบ แต่ก็ต้องให้ กทม.ชี้แจงด้วย ทุกอย่างกำลังเป็นไปตามขั้นตอน แต่ติดใจแค่ว่าเพราะอะไร สตง.ถึงต้องออกมาแถลง ผิดวิสัยของแนวการปฏิบัติงาน ขณะเดียวกันนายวิลาศก็ออกมาพูดมากมาย ตนมองว่าอะไรเป็นอะไรสื่อน่าจะรู้ดี และขอย้ำว่าจริงๆ แล้วในสังคมควรมีการตรวจสอบผู้ตรวจสอบอีกทีด้วยก็จะสมดุลมากขึ้น

เมื่อถามว่าแสดงว่าผู้ว่าฯกทม.จะมีการฟ้องร้อง สตง.ด้วยหรือไม่ นายวสันต์กล่าวว่า อย่างที่ผู้ว่าฯแถลงไปก่อนหน้านี้ว่าอยู่ระหว่างให้ทีมกฎหมายพิจารณา ว่าการให้สัมภาษณ์มีอะไรหมิ่นประมาทหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สำหรับ

ผู้ว่าฯก็ไม่ได้รู้สึกท้ออะไร และยังคงทำงานเพื่อคน กทม.ต่อ เพราะผู้ว่าฯอยู่ในตำแหน่งนี้มา 7 ปี ก็เจออะไรมามากเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่ากรณีดังกล่าวจะส่งผลต่อขวัญกำลังใจของข้าราชการใน กทม.หรือไม่ นายวสันต์กล่าวว่า เสียกำลังใจจะเกิดขึ้นไม่ได้ ต้องดูผู้ว่าฯกทม.เป็นหลัก อย่างเมื่อวันแถลง มีข้าราชการ เจ้าหน้าที่ กทม.จำนวนมากมาให้กำลังใจ ผู้ว่าฯกทม.ยังพูดด้วยซ้ำว่า ผมต้องให้กำลังใจข้าราชการมากกว่า เพื่อให้ทำงานต่อไป

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon