อนุทิน นำทีมแถลง ‘ต้าน’ ทบทวนมติยกเลิกใช้ 3 สารอันตราย สมาพันธ์เกษตรร่วมหนุนยกเลิก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) (แฟ้มภาพ)

อนุทิน นำทีมปลัดสธ.-อธิบดีทุกกรมในสังกัด แถลงต้านทบทวนมติยกเลิกใช้สารพาราควอต-คลอร์ไพริฟอส ลั่นค้านให้ถึงที่สุด สุริยะเรียกถกกก.วัตถุอันตรายเดือนนี้ สมาพันธ์เกษตรอกโรงหนุนยกเลิก ยึดประโยชน์เกษตรกร

เมื่อวันที่ 1 กันยายน กลายเป็นกระแสร้อนอีกรอบกรณีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ทบทวนมติการยกเลิกใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ทั้ง สารพาราควอต และ สารคลอร์ไพริฟอส อีกครั้ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่อาคารฟอรั่ม อิมแพคอารีนา เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ร่วมกับ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ. และอธิบดีทุกกรมในสังกัด สธ. แถลงว่า ในวันนี้ตนและผู้บริหาร สธ. ขอแถลงแสดงจุดยืนของ สธ.ในการแบน 3 สารเคมีอันตราย ที่มีข่าวในขณะนี้ว่า ขอให้มีการพิจารณาเลื่อนการยกเลิกการใช้สารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชน ซึ่งเป็น 3 สารที่ใช้ในการเกษตร ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต

โดย สธ.ที่ฐานะหน่วยงานรับผิดชอบการควบคุม ป้องกัน และรักษาโรค อาการเจ็บป่วยของคนไทยทุกคน ขอยืนยันว่า ไม่เห็นด้วยและจะคัดค้านถึงที่สุด ต่อกรณีที่มีความพยายามที่จะให้มีการยกเลิกการแบนการใช้สารเคมีอันตรายที่มีผลกระทบ อันร้ายแรงต่อสุขภาพประชาชน และเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดความเจ็บป่วยทั้งในกลุ่มเกษตรกรที่ใช้สารเคมีและผู้บริโภค โดย สธ.มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันถึงอันตรายของสารเคมี ที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติห้ามใช้ไปแล้ว

และมีกรณีของผู้ป่วยที่แพทย์วินิจฉัยว่า เป็นอาการป่วยที่เกิดจากการใช้สารเคมีอันตรายและมีการสะสมในร่างกายเป็นเวลาต่อเนื่อง ทาง สธ.และคณะแพทย์ทุกคน ขอวิงวอนขอร้องให้ผู้ใดก็ตาม หน่วยงานใดก็ตาม ที่กำลังกดดันให้มีการยกเลิกมติการห้ามใช้สารเคมีอันตรายของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ได้หยุดการกระทำดังกล่าว โดยขอให้คำนึงถึงผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชนคนไทยเป็นอันดับแรก ขอให้ท่านพึงระลึกไว้เสมอว่า ไม่ว่ามีเงิน มีรายได้เท่าไหร่ก็ไม่อาจทดแทนสุขภาพและชีวิตที่สูญเสียไปได้

สธ.ขอให้ใช้หลักคิดเดียวกับที่รัฐบาลในปัจจุบันกำลังบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ที่ได้ผลดี เป็นที่ยอมรับทั่วโลก ที่มีหลักการสำคัญว่า สุขภาพของคนไทย ต้องมาก่อน สุขภาพของคนไทยต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด แม้จะมีกระทบต่อเศรษฐกิจบ้าง แต่คนไทยต้องมีสุขภาพที่ดี ปลอดภัยจากโรคทุกชนิด นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินกล่าวต่อว่า สธ.มีตัวแทนในคณะกรรมการวัตถุอันตรายเพียง 2 คน จากทั้งหมด 27 คน คือ ปลัด สธ. และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งออกเสียงอย่างไรก็แพ้ จึงต้องมาให้ข้อมูลกับประชาชนว่า แม้จะยืนยันวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ข้อมูลผลกระทบทางสุขภาพ และรายงานผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษไปหลายครั้งแล้ว แต่ยังมีความกดดันให้คณะกรรมการ เปลี่ยนแปลงมติอยู่ตลอด และมีความพยายามที่จะให้มีการใช้สารเคมีในการเกษตรโดยตลอดหากจำได้ มติการแบนสารพิษเปลี่ยนไป เปลี่ยนมาตลอดเวลา บางครั้งแบนได้หมด แบนได้เดือน 2 เดือน ก็เปลี่ยนอีกแล้ว พอกดดันเปลี่ยนไม่ได้ ก็ยืด พอใกล้ถึงเวลาหมดการยืด ก็จะมาขอให้พิจารณาให้ใช้ก่อน

แบบนี้ไม่ต้องประชุมคณะกรรมการ ก็ได้ มติทุกคณะกรรมการที่ตั้งโดยรัฐบาล จะต้องมีความยั่งยืน มั่นคงและแน่วแน่ ไม่ใช่เปลี่ยนได้ตลอดเวลา นี่คือสิ่งที่ สธ.มีความเป็นห่วงมาก เราเข้าไปโหวต เราไม่ได้ไปล็อบบี้ใคร กรรมการ 2 คนของเรา ไปโหวตตามวิชาชีพ ตามความรู้ ตามนโยบายของ สธ. ซึ่ง สธ.เป็นหน่วยงานเดียวในการยืนหยัดการแบนมาตลอด

นายอนุทินกล่าวว่า การแบนสารเคมีไม่ได้เริ่มตอนที่ตนเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ สธ. แต่มีนโยบายมาตั้งแต่รัฐมนตรีว่าการ สธ. สมัยก่อนหน้า และเห็นว่าเจตนารมณ์ที่ไม่ให้ใช้สารเคมีต่อประชาชนเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ ตนจึงต้องสืบสานนโยบายต่อไป และ สธ.มีความเป็นห่วงว่า หากมีการเสนอให้คณะกรรมการ พิจารณาทบทวนมติอีกครั้ง จะเป็นการเปิดโอกาสให้มีการนำสารเคมีอันตรายที่ถูกห้ามใช้ไปแล้วให้กลับมาใช้อีกครั้ง ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพของผู้ใช้ ผู้บริโภค และเกิดมลภาวะในระบบนิเวศเกษตรกรรมประเทศไทยอย่างไม่มีหยุดยั้ง

“สธ.ขอยืนยันว่า จะคัดค้านอย่างเต็มที่ หากประชาชนพร้อมใจส่งเสียงพร้อมกันเพื่อคุ้มครองตัวเอง จะไม่มีใครกล้าเอาสารเคมีอันตรายกลับมาทำร้ายคนไทยต่อไป หากสารเคมี 3 สาร พอจะมีคุณประโยชน์อยู่บ้าง ทุกโรงพยาบาล คงไม่ขึ้นป้ายต่อต้านทั่วประเทศ” นายอนุทินกล่าว

ด้าน นพ.สุขุมกล่าวว่า ขอยืนยันว่าที่มาย้ำจุดยืนครั้งนี้ ไม่ได้มาเพราะคำสั่งจากรัฐมนตรีว่าการ สธ. แต่อย่างใด เพราะสธ. เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพในการดูแลสุขภาพประชาชน ซึ่งมีข้อมูลทางวิชาการยืนยันว่า สารเคมีทั้ง 3 สาร มีอันตรายต่อมนุษย์ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึงเสียชีวิตได้ หากสัมผัสกับสารเหล่านี้ ดังนั้นการดำเนินการของ สธ.ร่วมกับทุกภาคีเครือข่ายรณรงค์ไปในทิศทางเดียวกันในการขับเคลื่อนเพื่อยุติการใช้สารเคมีอันตรายเหล่านี้

นายสุกรรณ์ สังข์วรรณะ เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรปลอดภัย และผู้แทน 19 ภาคีเกษตร กล่าวว่า เกษตรกรกลุ่มพืชเศรษฐกิจ พร้อมสนับสนุนนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน ในการยกเลิกแบนพาราควอตและคลอร์ไพริฟอส ซึ่งในตอนนี้การจับกุมและปรับเงินเกษตรกรมีผลบังคับใช้แล้ว จึงขอให้นายเฉลิมชัยยึดถือประโยชน์ของเกษตรกรและประเทศชาติเป็นสำคัญ ความเสียหายของเกษตรกรเกิดขึ้นแล้ว ทั้งในเรื่องของสารทางเลือกที่มีราคาสูง ฆ่าหญ้าไม่ตายแต่พืชประธานตายทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย เตรียมเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมหาข้อสรุปในเรื่องดังกล่าวภายในเดือนกันยายนนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รัฐบาลควรทบทวนการยกเลิก”พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส” หรือไม่ อย่างไร
บทความถัดไปผบ.ตร.สั่งตำรวจจราจรออกอำนวยความสะดวกเต็มกำลัง หลังฝนตก รถติดทั่วกรุง