‘อนุทิน’ ยัน สธ.คุมแพร่เชื้อโควิดได้ จี้กลับจากท่าขี้เหล็ก แสดงสปิริตรีบมาตรวจ

“อนุทิน” ยันสธ.คุมแพร่เชื้อโควิดได้ จี้กลับจากท่าขี้เหล็กแสดงสปิริต รีบมาโรงพยาบาลให้ข้อมูล ลั่นไม่เอาผิดติดคุก แนะใช้ชีวิตปกติตามมาตรการป้องกัน เล็งเที่ยวเชียงใหม่-เชียงราย

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19ในประเทศไทยยังน่าเป็นห่วงหลังจากพบผู้ติดเชื้อโควิด 10 คนที่เดินทางไปทำงานและไปเที่ยวประเทศเมียนมา ก่อนลักลอบเข้าเมืองไทยตามช่องทางธรรมชาติ พร้อมเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆใน 6 จังหวัดได้แก่ จ.เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา พิจิตร กรุงเทพฯ และราชบุรี โดยมีกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อที่รอติดตามตัวมาสอบสวนโรคและรอผลตรวจอีกหลายร้อยคนนั้น

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า รักษาให้ทุกคน ตอนนี้คนที่ติดเชื้อที่พบทุกคนได้รับการนำตัวมาที่โรงพยาบาลในแต่ละจังหวัด นี่คือสิ่งที่คาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าจะต้องเกิดขึ้น

เมื่อถามว่าจะตามตัวผู้ที่ติดเชื้อหรือเสี่ยงติดเชื้อมาได้หมดหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ได้แบ่งเป็นชั้นๆ คนที่สัมผัสที่มีความเสี่ยงสูงที่ใกล้ชิดมากก็ควบคุมเยอะแล้ว และได้ตรวจเชื้อก็ยังไม่พบอะไร แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังคนเหล่านี้ที่เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย เพราะรู้ว่าตัวเองป่วย รู้ว่ามีการติดเชื้อมากในประเทศพม่า แต่กลับเข้ามาประเทศไทยแทนที่มาพบแพทย์ แต่ดันมีหน้าไปเที่ยว ไร้ความรับผิดชอบ คนเหล่านี้ทำความสูญเสียให้กับบ้านเมืองอย่างมหาศาล แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องตามล้างตามเช็ด

ผู้สื่อข่าวถามว่าการดำเนินคดีอย่างจริงจังกับคนเหล่านี้จะทำอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า พอจะดำเนินคดีก็บอกว่าเดี๋ยวคนก็หลบเข้ามาอีกไม่รู้ว่าจุดลงตัวมันอยู่ตรงไหน แต่ในส่วนของ สธ.ต้องตามเก็บให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทำได้เฉพาะเรื่องของการสอบสวนโรคการนำตัวผู้ป่วยมารับการรักษาพยาบาล การให้ความรู้ความเข้าใจความตระหนักแก่ประชาชน คงต้องขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานปกครองว่าต้องช่วยกันปิดโอกาสในการลักลอบเข้าเมืองให้ได้มากที่สุด ประชาชนต้องช่วยกันดูแลคนแปลกๆ อยู่ดีๆ โผล่หน้าเข้ามา ต้องช่วยกันสอบถามว่ามาจากท่าขี้เหล็กหรือเปล่า ปลาเน่าตัวเดียวทำให้เหม็นหมดทั้งข้อง โบราณว่าเอาไว้

เมื่อถามต่อว่าภาพรวมยังสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้อยู่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ควบคุมโรคได้ ติดตามหาผู้ป่วยยังได้อยู่แล้ว ยังเจอทุกคน แต่ตอนนี้อยากให้คนที่กลับมาจากท่าขี้เหล็กแสดงสปิริตออกมา มาที่โรงพยาบาลทุกคน จะได้ให้ข้อมูลว่าตัวเองไปไหนมาบ้างพบใครมาบ้าง แต่ได้ขยายผลนำคนพวกนั้นมา อย่างที่ได้เรียนไปว่า เป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรของชาติเยอะมาก แต่ในเมื่อเกิดขึ้นแล้วตอนนี้ไม่มีอะไรดีไปกว่ารีบเข้ามาบอกมาแสดงตน และบอกว่าตัวเองสัมผัสอะไรกับใครมาบ้าง และอย่าไปกังวลในเรื่องของการดำเนินคดีเพราะยิ่งเข้ามาแสดง ถือว่ายิ่งเข้ามาแสดงประโยชน์ จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ไม่ไปดำเนินคดีไปเข้าคุกหรอก เปลืองคุกเปล่าๆ

ผู้สื่อข่าวถามว่าตอนนี้ต้องเพิ่มกำลังหน่วยแพทย์และพยาบาลบริเวณชายแดนมากขึ้นหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตอนนี้พร้อมหมด โรงพยาบาลทางกรมควบคุมโรคก็ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการที่ จ.เชียงราย ที่ จ.เชียงใหม่ โรงพยาบาลในแถบนั้นมีการเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ ซึ่งจริงๆ ก็พร้อมมาตั้งนานแล้วแต่ความพร้อมที่เตรียมไว้ไม่ได้เตรียมมาเพื่อรักษาคนเห็นแก่ตัว แต่เป็นความพร้อมที่เตรียมรักษาคนที่โชคไม่ดีที่เกิดการติดเชื้อด้วยภาวการณ์ปกติ แต่นี่รู้ว่าตัวเองติดเชื้อรู้ว่าตัวเองเป็นพาหะก็ยังจะเดินทางยังไม่ถึงขั้นล็อกชายแดน

ผู้สื่อข่าวถามว่าสถานการณ์วันนี้ยังไม่ใช่การระบาดรอบ 2 ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ใช่ สิ่งนี้เป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นจากคุณไร้สำนึกรับผิดชอบ ดูเขายังเป็นวัยรุ่นอยู่ มีสุขภาพพื้นฐานที่แข็งแรงอยู่ นับว่าเป็นความโชคดี เมื่อได้รับยาแล้วก็น่าจะหายจากอาการป่วยในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพราะฉะนั้นเราไม่ต้องกลัว ไม่ต้องไปยกเลิกอะไรทั้งสิ้น ทำชีวิตให้ปกติเลย และหลังจากวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพรัชกาลที่ 9 ตนก็จะไปเที่ยว อาจจะไปที่เชียงใหม่และเชียงราย เพราะไม่ได้กลัวอะไร ใช้ชีวิตปกติตามมาตรการป้องกัน และอาจจะไปตรวจความพร้อมตามโรงพยาบาล โดยไม่มีคณะไปด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ปีติ ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ ทักทายพสกนิกรอย่างใกล้ชิด 
บทความถัดไปศาลรธน. แจ้งความ ‘เพนกวิน’ ปราศรัยบนเวที 2 ธ.ค.หมิ่น เล็งกิจกรรมล้อเลียนด้วย