กองปราบรวบแท๊กซี่มหาภัย ขับรถตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์ หาเงินซื้อยาบ้าเสพ

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป.,พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. สั่งการให้ พ.ต.ท.พลวุฒิ ผาตินุวัติ สว.กก.1 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายดนัย หรือนัย (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.633/2564 ลงวันที่ 11 สิงหาคม 2564 ในความผิดฐาน “ลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ และทำให้เสียทรัพย์” โดยจับกุม บริเวณหน้าทางเข้าหมู่บ้านแห่งหนึ่งในตำบลบ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นายดนัย ได้ตระเวนขับรถแท็กซี่ไปตามถนนประชาร่วมใจ เมื่อสบโอกาสเห็นว่า บริษัทฯ ของผู้เสียหาย ไม่มีผู้พักอาศัย และไม่มี รปภ. ดูแลรักษาความปลอดภัย จึงได้จอดรถและเข้าไปลักเอาทรัพย์สินภายในบริษัทฯ เป็นคอมพิวเตอร์, เงินสด, พระเครื่อง และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมมูลค่าความเสียหายกว่าแสนบาท ก่อนขับรถแท็กซี่คันดังกล่าวหลบหนีไป หลังเกิดเหตุผู้เสียหายแจ้งความไว้ที่สน.มีนบุรี

กระทั่งวันที่ 7 ตุลาคม ตำรวจกองปราบปราม ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า นายดนัย ได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงเดินทางไปตรวจสอบ โดยพบผู้ต้องหาขับรถแท็กซี่อยู่บริเวณหน้าทางเข้าหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเรียกให้หยุดรถ และทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้ จากการตรวจสอบรถแท็กซี่คันดังกล่าว พบว่ามีชะแลง, เครื่องมือช่าง, อุปกรณ์การงัดแงะต่างๆ อยู่ภายในรถ ซึ่งน่าเชื่อว่าขณะก่อนถูกจับกุม ผู้ต้องหาน่าจะกำลังตระเวนขับรถเพื่อเตรียมที่จะก่อเหตุอีก

สอบสวนนายดนัย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ทั้งนี้จากแนวทางการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหามักจะขับรถแท็กซี่ตระเวนรับ-ส่งผู้โดยสารตามสถานที่ต่างๆ ในช่วงเวลากลางคืน เมื่อสบโอกาสก็จะย้อนกลับไปลักขโมยสิ่งของ โดยเตรียมอุปกรณ์การงัดแงะไว้ที่หลังรถ ซึ่งเมื่อได้ทรัพย์สินมาเเล้ว ก็จะนำทรัพย์สินต่างๆ ไปขายในตลาดมืด และนำเงินที่ไปซื้อยาบ้ามาเสพ โดยก่อเหตุลักษณะนี้อยู่เป็นประจำในพื้นที่มีนบุรี ปทุมธานี และนนทบุรี

เมื่อตรวจสอบประวัติผู้ต้องหา พบว่า ผู้ต้องหาเคยถูกจำคุกในคดีพยายามฆ่า, ชิงทรัพย์ และครอบครองยาเสพติด มาเเล้ว รวมเวลาทั้งสิ้น 7 ปี และเพิ่งจะพ้นโทษจากเรือนจำคลองเปรมมาเมื่อเดือน ธันวาคม 2561 ทั้งนี้ยังพบว่ามีผู้เสียหายอีกหนึ่งราย ได้เเจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่ได้ก่อเหตุลักทรัพย์ไว้ที่ สภ.ชัยพฤกษ์ อีกหนึ่งคดี ซึ่งพนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับต่อไป

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘พิจารณ์’ เผย ‘ก้าวไกล’ ทำร่างกม.ลูก คำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อแล้ว รอส่งประกบในชั้น กมธ.
บทความถัดไป‘โมเดอร์นา’ ร่อนแถลงการณ์ แจงภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หลังฉีดวัคซีน mRNA เกิดได้น้อย