‘อภิชัย’ ดันไทยศูนย์กลางกัญชา เสริมเศรษฐกิจสร้างรายได้เข้าประเทศ

‘อภิชัย’ ดันไทยศูนย์กลางกัญชา เสริมเศรษฐกิจสร้างรายได้เข้าประเทศ ย้ำรัฐ-เอกชน รณรงค์ให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องการใช้กัญชา

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน นายอภิชัย เตชะอุบล สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท เจซีเค อินเตอร์เนชั่นแนล (มหาชน) จำกัด(JCK) ร่วมมือกับบริษัทชั้นนำที่มีชื่อเสียงในเวทีโลกสร้าง “JCK CANNABIZ INDUSTRIAL PARK” เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมกัญชาและกัญชงที่ครบวงจรแห่งแรกในเอเชีย ด้วยงบลงทุนมูลค่า 2,800 ล้านบาท และพร้อมที่จะร่วมมือกับบริษัทและนักลงทุนต่างประเทศในการพัฒนา ตั้งแต่สายพันธุ์ การปลูก การสกัด และพัฒนาสินค้ามาตรฐานสูงสุดระดับโลกแห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชีย

นายอภิชัย เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ปลดล็อกกฎหมายให้สามารถใช้กัญชาทางการแพทย์ ดังนั้นกัญชาจึงกลายมาเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่ประเทศได้มหาศาล ซึ่งเรามีพื้นที่กว่าแสนตารางเมตร เป็นตัวอาคารโรงงานสร้างเสร็จเรียบร้อยและพร้อมที่จะร่วมมือกับบริษัทและนักลงทุนต่างประเทศในการพัฒนา ตั้งแต่สายพันธุ์ การปลูก และการสกัด และพัฒนาสินค้ามาตราฐานสูงสุดระดับโลกแห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชีย บริษัทได้ร่วมมือกับบริษัท Cannabizta และ Bienestar ที่มีความเชี่ยวชาญในการปลูกกัญชาจากประเทศเนเธอร์แลนด์และประเทศไทย บริษัท Bosman Van Zaal ที่เชี่ยวชาญการสร้างระบบปลูกกัญชาระดับโลกจากประเทศเนเธอร์แลนด์ และ บริษัท Delphy ที่เชี่ยวชาญด้านการปลูกกัญชาโดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญกระจายตัวอยู่ทั่วโลก

รวมถึงบริษัท Paradise Seeds ที่ผลิตเมล็ดและสายพันธ์กัญชาที่มีคุณภาพสูง และบริษัท Global Factories จากประเทศเนเธอร์แลนด์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบการจ่ายยาอัตโนมัติในรูปแบบ personalized medicine อีกทั้งความร่วมมือจากบริษัทเอมาราเอเชีย ที่มีพันธมิตรเช่น Zelios International จากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการปลูกและการสกัดกัญชง โดยจะใช้พื้นที่ในการปลูกใน JCK Cannabiz Industrial Park 1,500 ตารางเมตรระบบ Indoor และที่นครพนม 1,500 ไร่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ระบบ Outdoor เพื่อรุกสู่ธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอางค์ ธุรกิจสปา ธุรกิจพลาสติก Bio Resin และการใช้สารสกัดกัญชาทางด้านการแพทย์ ที่มีมูลค่ากว่าหลายแสนล้านบาท โดยมีตลาดส่งออกไปที่ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลี

นายอภิชัย กล่าวว่า มองว่ากัญชา เป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าสนใจ เพราะมีมูลค่าทางการตลาด คาดการณ์ในอีก 1-2 ปีข้างหน้าว่าจะสูงขึ้นไปถึงแสนล้านดอลลาร์ กัญชงก็เช่นเดียวกัน สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศ เพราะตอนนี้เศรษฐกิจของประเทศจากที่เราเจอวิกฤตโรคระบาด ก็ค่อนข้างแย่ลง ดังนั้นเมื่อเรามีพืชเศรษฐกิจใหม่ ที่มีประโยชน์ในหลายมิติ สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศเราได้แบบนี้ ผมจึงมองเห็นโอกาสในการพัฒนาและดึงเงินเข้าประเทศ ซึ่งตอนนี้เราเน้นกัญชาทางด้านการแพทย์เป็นหลัก ด้านสันทนาการนั้นน้อยมาก มองว่าทุกอย่างอยู่ที่ตัวคน เช่น การดื่มสุรา หากเราดื่มมากก็มีปัญหาตามมา หากใช้กัญชาในทางที่ผิด เสพเข้าไปมาก ก็มีปัญหาเช่นกัน ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเรา อยู่ที่การปฏิบัติและควบคุมตัวเราเอง อย่าทำผิดกฎหมาย กัญชามีทั้งคุณและโทษ

แต่สารสกัดจากกัญชามีประโยชน์ต่อการรักษา ต่างชาติศึกษาเรื่องนี้อย่างหนักและนานมากแล้ว เราสามารถนำงานวิจัยและพัฒนาตรงนี้มาต่อยอดได้ และประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ปลดล็อกกัญชา ดังนั้นเราควรเลือกใช้ในสิ่งที่เป็นคุณประโยชน์มาใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจให้ประเทศ สร้างรายได้ให้คนไทยจะดีกว่า ดังนั้นภาครัฐ กับ ภาคเอกชน ต้องร่วมมือกันรณรงค์เรื่องการให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องกัญชาให้กับประชาชน เราจะได้ใช้ประโยชน์จากพืชเศรษฐกิจนี้ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon