ครูหยุย เสนอ ตั้งองค์คณะพิจารณาโทษเด็ก ประเมินความรุนแรงก่อนลงโทษ หลังเกิดเคส ‘ป้าบัวผัน-พารากอน’

ครูหยุย เสนอ ตั้งองค์คณะพิจารณาโทษเด็ก ประเมินความรุนแรงก่อนลงโทษ พร้อมหาแนวทางคู่ขนาน ลดการเสพสื่อรุนแรง-ลดภาวะความเลวร้ายรอบตัวเด็ก หลังเคส “ป้าบัวผัน-พารากอน” เผยสถิติเยาวชนก่อเหตุกว่า 1.2 หมื่นคดี ส่วนใหญ่มาจากยาเสพติด

เมื่อวันที่ 19 มกราคม นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ส.ว.ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา โพสต์ลงโซเชียล ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกรณีการลงโทษเด็กและเยาวชนที่ก่อเหตุอาชญากรรมว่า กรณีที่เยาวชนอายุน้อยก่อเหตุอาชญากรรมตั้งแต่เหตุการณ์ที่สยามพารากอน และกรณีเยาวชนรุมทำร้ายป้าบัวผัน จนเสียชีวิตล่าสุด เป็นเรื่องสะเทือนขวัญที่มีข้อเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายอาญาที่มองว่าโทษน้อยเกินไป ทั้งนี้ ตามหลักกฎหมายแบ่งเด็กออกเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มต่ำกว่า 12 ปี ถ้าทำผิดศาลไม่เอาโทษ กลุ่มอายุ 12-15 ปี ศาลยังคงยกเว้นโทษ เรียกผู้ปกครองมาคาดโทษและภาคทัณฑ์ไว้ หรือใช้วิธีกักตัวในสถานพินิจหรือเรียกกันว่าคุกของเด็ก กลุ่มเด็กอายุ 15-18 ปี ถ้าจะลงโทษ โทษก็จะลดลงตามอายุ และกลุ่มช่วงอายุ 18-20 ปีก็ต้องรับโทษ

นายวัลลภกล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายคนบอกว่าหากทำแบบนี้เด็กไม่หลาบจำ ส่วนตัวทำงานด้านเด็กมานาน เข้าใจความรู้สึกของประชาชนและรู้สึกปวดร้าวเช่นเดียวกัน นอกจากเรื่องโทษที่กำหนดตามอายุแล้วต้องมองพฤติกรรมที่เกี่ยวข้อง จึงเสนอว่าหากจะมีการแก้ไขกฎหมาย ถ้าเป็นพฤติกรรมโหดร้ายรุนแรงพอๆ กับที่ผู้ใหญ่กระทำต่อผู้อื่น ก่อนที่ศาลจะพิจารณาโทษอาจมีองค์คณะที่มีตัวแทนจากสหวิชาชีพ เข้ามาดูพฤติกรรม เพื่อประเมินว่าเป็นพฤติกรรมที่รุนแรงเกินไป จะใช้โทษแบบเดิมไม่ได้ ต้องใช้โทษที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นทางออก พร้อมกับให้ผู้ใหญ่ครูบาอาจารย์ พ่อแม่ต้องดูแลให้ดีว่าจะทำอย่างไร ให้เด็กลดการเสพสื่อที่รุนแรง ซึ่งต้องทำควบคู่กันไป

นายวัลลภยังเปิดเผยสถิติ ปี 2565 ที่พบว่าคดีที่เด็กและเยาวชนก่อขึ้นมา มีกว่า 12,000 คดี และในจำนวนนี้ เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดกว่า 4,000 คดี อาจสืบเนื่องมาจากปล่อยให้มีการดื่มน้ำกระท่อมหรือกัญชาเสรี และยังมีแนวคิดเปิดสถานบริการถึงตี 4 ทั้งหมดเป็นปัจจัยแวดล้อม ที่ต้องระมัดระวัง ในขณะที่เราไปมุ่งดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เด็กทำ แต่ไม่ได้มองมิติสังคมที่สร้างความรุนแรงให้แก่เด็ก ดังนั้นต้องดูว่าจะลดภาวะความเลวร้ายรอบตัวเด็กและสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับเด็กได้เสพอย่างไร

Advertisement
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image