วีระ ซัดคุณภาพที่พักอุทยาน ‘เลวทรามมาก’ ปิดไฟ 2 ทุ่ม-น้ำไม่พอ-เน็ตไม่มี มีแต่จุดของ จนท. กรมอุทยาน แถลงการณ์ชี้แจง เผยยกเลิกนทท.ค้างคืน ‘สิมิลัน’ 8 ปีแล้ว ย้ำเหตุปิดไฟเร็ว ป้องกันรบกวนสัตว์ป่า ยินดีศึกษาเปิดลงทุน PPP ยกระดับคุณภาพบริการ
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ที่มีนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธาน กมธ.วิสามัญ คนที่ 3 ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยเป็นการพิจารณามาตรา 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 15 หน่วยงาน วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 38,625,155,100 บาท
ในช่วงหนึ่ง นายวีระ ธีรภัทรานนท์ กรรมาธิการ อภิปรายว่า ปีงบประมาณ 2570 ทส.ระบุว่ามีเงินนอกงบประมาณสะสมคงเหลือที่ยกมาตอนต้นปี จำนวน 4,266 ล้านบาท อีกทั้งกระทรวงได้ทำประมาณการเอาไว้ว่าน่าจะเหลือเงินช่วงต้นงบประมาณรายจ่ายปี 2570 จำนวน 2,919 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นกระทรวงที่น่าชื่นชมในแง่ที่ว่าทางกระทรวงฯ มีเงินนอกงบประมาณจำนวนหนึ่ง แต่เราก็เอามาสมทบในงบประมาณเพื่อให้ทำงานได้เต็มที่ และถือว่าเป็นกระทรวงที่จัดการเรื่องเงินนอกงบประมาณกับเงินงบประมาณได้ดี แต่ท่านระบุว่าได้ประมาณการเงินรายได้นอกงบประมาณปี 2570 ไว้จำนวน 2,488 ล้านบาท ซึ่งมาจากค่าเช่า ค่าที่พัก ค่าธรรมเนียมต่างๆ ของอุทยานแห่งชาติ และจากเงินทุนหมุนเวียน ประมาณ 1,100 ล้านบาท

นายวีระกล่าวว่า ขอฝากปลัดกระทรวง ทส.ว่า ตนเป็นคนหนึ่งที่ชอบท่องเที่ยวอุทยานฯ ของท่านเยอะ แต่คุณภาพของบริการและของที่พักในอุทยานฯ อาทิ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ซึ่งเคยไปเที่ยวเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ต้องขอพูดตามตรงว่าเลวทรามมากเลย เพราะเตียงที่ตนนอน เป็นหนามเหล็ก ต้องเอาผ้าห่มไปวาง นี่คือเรื่องจริง น้ำก็ไม่พอ ไม่มีน้ำร้อน ไม่มีอินเตอร์เน็ต แต่มีได้เฉพาะตรงจุดที่เป็นของเจ้าหน้าที่ เมื่อเดินไปดูบ้านพักของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ พบว่าดีกว่าบ้านพักของคนที่เสียเงินไปนอนในบ้านพักของอุทยาน
“คุณภาพของบริการและที่พักในอุทยาน ไม่ว่าจะเป็นที่หมู่เกาะสิมิลัน ซึ่งผมไปมาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว นี่ต้องพูดว่าเลวทรามมากเลย เพราะ 2 ทุ่มปิดไฟ แล้วเตียงที่ผมไปนอน เป็นหนามเหล็กเลย ผมต้องเอาผ้าห่มไปวาง อันนี้เรื่องจริง แล้วผมก็เดินไปดูบ้านพักของเจ้าหน้าที่อุทยาน ดีกว่าคนที่เสียเงินไปนอนพักบนอุทยาน ผมจำไม่ได้ว่าเป็นอุทยานสิมิลัน หรือสุรินทร์ แต่ผมไปค้างคืนที่นั่นคืนหนึ่ง แต่ตอนนี้ก็น่าจะเปลี่ยนแปลงแล้วหรือไม่ก็ตามที ที่อื่นๆ ผมก็ไป แต่ผมจะไม่ระบุที่ แต่ที่นี่ร้ายแรงที่สุดสำหรับผม น้ำก็ไม่พอ น้ำร้อนก็ไม่มี อินเตอร์เน็ตก็ไม่มี มีได้เฉพาะตรงจุดที่เป็นของเจ้าหน้าที่” นายวีระกล่าว
พร้อมกันนี้ นายวีระยังฝากปลัดกระทรวง ทส.ว่า มีทางเป็นไปได้หรือไม่ว่าถ้าทางกระทรวงไม่มีงบประมาณจะทำเรื่องการบริหารจัดการเรื่องที่พักสำหรับคนที่จะไปท่องเที่ยวอุทยานฯนั้น ท่านจะทำรูปแบบ PPP (การร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน) นำร่องสักแห่งได้หรือไม่ โดยให้เอกชนมาลงทุนก่อสร้าง แล้วคืนให้ทางอุทยาน แต่เขาเป็นคนบริหารจัดการ และเจ้าหน้าที่อุทยานก็ยังอยู่ หรือจะสร้างบ้านพักอีกแห่ง โดยไม่ต้องไปรบกวนของเก่าที่มีอยู่ก็ได้
วันเดียวกันนั้น (5 ส.ค.) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีนายวีระ ธีรภัทรานนท์ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 อภิปรายคุณภาพบ้านพักและการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ
แถลงการณ์ระบุว่า ตามที่ได้มีการเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ เกี่ยวกับเนื้อหาการอภิปรายของนายวีระ ธีรภัทรานนท์ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ซึ่งได้สะท้อนมุมมองและประสบการณ์ส่วนตัวจากการเดินทางไปท่องเที่ยวพักแรมในอุทยานแห่งชาติเมื่อประมาณ 4 ปีก่อน โดยมีการใช้ถ้อยคำระบุว่าคุณภาพการบริการและที่พักในอุทยาน “เลวทรามมาก”

พร้อมทั้งยกตัวอย่างประเด็นข้อจำกัดต่างๆ เช่น การปิดไฟในเวลา 20.00 น. สภาพเครื่องนอนที่เป็นหนามเหล็กจนต้องนำผ้าห่มมาปูทับ ปริมาณน้ำใช้ สัญญาณอินเตอร์เน็ต ตลอดจนข้อเสนอแนะให้พิจารณานำรูปแบบการบริหารจัดการแบบเอกชนเข้าร่วมลงทุนนั้น
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้รับทราบข้อห่วงใยดังกล่าว และขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันกับสาธารณชน ดังนี้
1.ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรูปแบบการท่องเที่ยวและการใช้ประโยชน์พื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน
• กรณีการเข้าพักแรมในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันนั้น กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มีประกาศลงวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ.2561 (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ.2561) รวมระยะเวลา 8 ปี ที่มีการยกเลิกการพักแรมบนเกาะ และกำหนดให้เป็นการท่องเที่ยวแบบไป-กลับ (One-day trip) เท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาขยะและน้ำเสียที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กรมอุทยานฯจึงประกาศปิดเพื่อมุ่งเน้นฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และลดผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลอย่างยั่งยืน
• สำหรับอาคารบ้านพักหูยง (บริเวณเกาะเมียง) ซึ่งในอดีตเคยเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2551 ภายหลังประกาศปิดการพักแรมดังกล่าว ทางราชการได้ปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้งานให้เป็น “บ้านพักเจ้าหน้าที่” เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ปฏิบัติงานภาคสนามและรองรับภารกิจของทางราชการเท่านั้น โดยมิได้เปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปแต่อย่างใด
2.การบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภคและข้อจำกัดในเขตป่าอนุรักษ์
• กรมอุทยานแห่งชาติฯ ขอน้อมรับทุกข้อคิดเห็นด้วยความตระหนักในความคาดหวังของประชาชน โดยในส่วนของข้อจำกัดด้านไฟฟ้า น้ำประปา และสัญญาณสื่อสารในพื้นที่เกาะ หรือป่าลึกห่างไกล เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องบริหารจัดการภายใต้ข้อจำกัดทางสภาพภูมิประเทศ เช่น การใช้ระบบพลังงานสะอาด (Solar Cell) หรือการกำหนดเวลาปิด-เปิดกระแสไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัย ลดการใช้พลังงานเกิน องค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์ และป้องกันไม่ให้แสงเสียงจากมนุษย์เข้าไปรบกวนพฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์ป่า
• สำหรับข้อเปรียบเทียบกับบ้านพักเจ้าหน้าที่ที่ผู้ทรงคุณวุฒิได้พบเห็นในพื้นที่ปฏิบัติงาน ทางกรมมุ่งมั่นที่จะยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพสิ่งอำนวยความสะดวกในโซนบริการนักท่องเที่ยวโซนอื่นๆ ให้มีความสะอาดและเหมาะสมยิ่งขึ้น
3.แนวทางการพัฒนาและการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน (PPP)
• ข้อเสนอแนะให้เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนบริหารจัดการ (PPP) เพื่อยกระดับคุณภาพบริการนั้น กรมอุทยานแห่งชาติฯจะนำข้อเสนอดังกล่าวมาศึกษาความเป็นไปได้และแนวทางปฏิบัติภายใต้กรอบพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 และระเบียบทางราชการที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ
• การดำเนินงานใดๆ จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่กระทบต่อภารกิจหลักด้านการอนุรักษ์ คุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ และต้องไม่เกินขีดความสามารถในการรองรับของระบบนิเวศ (Carrying Capacity) ของพื้นที่
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอขอบคุณทุกข้อเสนอแนะอันทรงคุณค่าจากท่านกรรมาธิการและพี่น้องประชาชนทุกท่าน ซึ่งกรมจะนำไปเร่งรัดปรับปรุงการปฏิบัติงานและการให้บริการของเจ้าหน้าที่ทุกระดับให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนผู้รักธรรมชาติสืบไป
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
5 สิงหาคม 2569

