หน้าแรก เด่นวันนี้ กทม.เปิดเกณฑ์...

กทม.เปิดเกณฑ์เยียวยา ปรับเพดานเป็น 88,600 บ. ยื่นออนไลน์ก็ได้ ไปเขตก็ได้ ไม่ต้องแจ้งความ

1.10.26 | 13:59 น.

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร สํานักการระบายน้ำ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนางสาว ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ และเปิดหลักเกณฑ์ขั้นตอนยื่นขอรับเงินเยียวยา


นางสาว ทวิดา กล่าวว่า กทม. ได้ปรับกระบวนการยื่นขอรับความช่วยเหลือ โดยประชาชนไม่จำเป็นต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจอีกต่อไป สามารถดำเนินการยื่นคำร้องตามเอกสารหลักฐานที่กำหนดได้โดยตรง ทั้งที่สำนักงานเขตและผ่านระบบออนไลน์ โดยเตรียมเปิดให้ประชาชนสามารถดาวน์โหลดแบบคำร้อง กรอกรายละเอียดความเสียหาย แนบภาพถ่ายหลักฐาน สำเนาบัตรประชาชน และข้อมูลบัญชีธนาคาร รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้อง แล้วส่งผ่านระบบออนไลน์ได้ โดยไม่ต้องเดินทางไปยื่นเอกสารที่สำนักงานเขต ทั้งนี้ คาดว่าจะเปิดระบบได้ ภายในช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคมนี้ และจะประกาศรายละเอียดเอกสารที่ต้องใช้ให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจนอีกครั้ง

ในกรณีที่ต้องขอข้อมูลเพิ่มเติม กทม. จะประสานประชาชนผ่าน SMS เพื่อลดภาระการเดินทางและการจัดเตรียมเอกสาร ขณะที่ประชาชนที่ไม่สะดวกใช้งานระบบออนไลน์ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ สามารถเดินทางไปยื่นเรื่องที่สำนักงานเขตได้ตามปกติ และหากประชาชนได้เดินทางไปยื่นเรื่องที่เขตไว้แล้ว สำนักงานเขตสามารถรับเรื่องไว้ดำเนินการได้เช่นกัน

“เราประสานงานกับกรมป้องกันบรรเทาสาธารณะภัย กรมบัญชีกลาง และทางตำรวจเรียบร้อย เพราะฉะนั้นตอนนี้ไม่จำเป็นต้องไปแจ้งความที่สถานีตํารวจ กระบวนการในการขอความช่วยเหลือที่ทำเข้ามาสามารถที่จะไปทำได้เลย ใช้เอกสารทำได้เลยที่พูดว่าเอกสารคือจะมี 2 ระบบ เนื่องจากได้รับแจ้งจากทางสำนักงานเขตว่าปัจจุบันมีประชาชนบางท่านไปที่สำนักงานเขต เพราะว่ารู้อยู่แล้ว ซึ่งไม่มีปัญหาอะไร แต่เราอยากจะขอให้รอระบบออนไลน์ เรากำลังจะเปิดระบบออนไลน์วันพรุ่งนี้เย็น (2 ตุลาคม 2569)
จากระบบที่เคยต้องกรอก มีแบบที่ให้รายละเอียดว่าเกิดเสียหายอะไรอย่างไร รูปที่ถ่ายไว้เป็นอย่างไร มีสำเนาบัตรประชาชน เลขบัญชีของท่านคืออะไร เราจะให้ท่านส่งเข้าระบบได้เลยเป็นออนไลน์ ไม่ต้องส่งเอกสารอีกต่อไป “นางสาวทวิดา กล่าว

Advertisement

นางสาวทวิดา กล่าวต่อไปว่า กระบวนการเยียวยาทั้งหมดนี้ ทำได้ทั้ง 2 รูปแบบ ถ้าประชาชนไม่สะดวกออนไลน์ ยังสามารถไปที่สำนักงานเขตได้ แต่ในกรณีที่รอได้อยากให้รอระบบออนไลน์

“ถ้ารอได้อยากให้รอพรุ่งนี้เย็น ขอรอเปิดระบบ ออนไลน์ให้ดีกว่า เพราะตอนนี้ถ้าท่านไปที่เขตบางเขตอาจจะไม่สะดวก เพราะพื้นที่ของเขตเองก็อาจจะอยู่ในเส้นทางที่น้ำท่วม เพราะฉะนั้นอยากให้รออีกสักหน่อย แต่ถ้าไปแล้วไม่เป็นไร เขตรับไว้ได้ รวมทั้งกระบวนการการโอนเงิน คุยกับกรมบัญชีกลางแล้วจะเปิดให้มีการโอนเงินแบบออนไลน์ด้วยเช่นกัน
เราอยากให้รอใช้ระบบออนไลน์ ท่านจะได้ไม่ต้องลำบาก จะได้ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการเตรียมเอกสารสำเนา เราจะลดเรื่องเอกสารลงจะให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” นางสาวทวิดา กล่าว

สำหรับหลักเกณฑ์การช่วยเหลือ นางสาวทวิดา กล่าวว่า กทม. มีการปรับเพดานเงินช่วยเหลือในหลายรายการ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความเสียหาย โดยเป็นการดำเนินการภายใต้ระเบียบกระทรวงการคลังและหลักเกณฑ์ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อาทิ ค่าวัสดุซ่อมแซมบ้าน กรณีบ้านเสียหายทั้งหลัง เดิมจ่ายตามความเสียหายจริงไม่เกิน 49,500 บาท ปรับเพดานเป็น 88,600 บาท ค่าที่พักชั่วคราว กรณีผู้ประสบภัยต้องย้ายออกไปพักอาศัยที่อื่น จ่ายไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน (ไม่เกิน 2 เดือน) โดยต้องมีหลักฐานประกอบตามหลักเกณฑ์
ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพและเงินทุน จ่ายตามความเสียหายจริง เดิมไม่เกิน 11,900 บาท ปรับเป็นไม่เกิน 13,500 บาทต่อครัวเรือน
ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก จ่ายตามจริงไม่เกิน 2,000 บาทต่อราย ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน จ่ายตามจริงไม่เกิน 4,000 บาทต่อราย เงินปลอบขวัญกรณีบาดเจ็บ จำนวน 2,300 บาทต่อราย ตามหลักฐาน
ค่าจัดการศพผู้เสียชีวิต ปรับขึ้นเป็นไม่เกิน 35,700 บาทต่อราย
ค่าดำรงชีพเบื้องต้น สำหรับกรณีบ้านเสียหายทั้งหลังหรือเสียหายบางส่วน อยู่ที่ประมาณ 1,900–3,800 บาท ตามระดับความเสียหายและหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ทั้งนี้ การจ่ายเงินช่วยเหลือจะพิจารณาตามประเภทความเสียหาย หลักฐาน และหลักเกณฑ์ของทางราชการ โดยในส่วนของค่าซ่อมแซมบ้านจะเกี่ยวข้องกับเจ้าของบ้าน ขณะที่ผู้เช่าสามารถขอรับความช่วยเหลือในส่วนความเสียหายอื่นที่อยู่ในหลักเกณฑ์ได้ โดยต้องมีหลักฐานแสดงการเช่าและการอยู่อาศัยตามที่กำหนด
“การประเมินขณะนี้เรากำลังทำเกณฑ์ ให้ทางสำนักการโยธา สำนักระบายน้ำ สำนักงานเขตและสำนักป้องกันและบรรเทสาธารณภัยทำเกณฑ์ร่วมกันอยู่

เราเคยมีเกณฑ์ในลักษณะนี้แล้ว ตอนที่เราน้ำท่วมทั้งปี 2554 และ 2565 ที่เคยมีการเบิกพวกนี้มา เกณฑ์จะกำหนดตามนั้น แต่ขออนุญาตรอทำให้เกณฑ์มันง่ายและให้เกณฑ์มันตรงกันทั้งหมด ว่าอะไรเบิกอย่างไรน้ำแค่ไหนจะเป็นอย่างไร ความเสียหายเป็นอย่างไร” นางสาว ทวิดากล่าว

น.ส.ทวิดากล่าวต่อไปในส่วนของผู้ประเมินว่า ปกติต้องเป็นสำนักงานเขตที่ออกใบประเมิน แต่ตอนนี้ กทม.กำลังพยายามหาทางให้เราไปประเมินเร็ว

“ตอนแผ่นดินไหวเราจะใช้เวลาค่อนข้างมาก เพราะมันมีหลายเคส ซึ่งอันนี้จำนวนเยอะกว่า เรากำลังดูว่าโดยระเบียบสามารถที่จะให้มีหน่วยอื่น ๆ ช่วยเรา ที่ไม่ได้เป็นหน่วยของสำนักงานเขตโดยตรงในการออกไปช่วยเราสำรวจและทำขึ้นมาไหม เพราะฉะนั้นขอทำเกณฑ์ให้ตรงกันก่อนถึงจะให้คนช่วยได้และออกไปประเมินให้เร็วที่สุด”น.ส.ทวิดากล่าว

สำหรับพื้นที่ประกาศเขตประสบสาธารณภัย ขณะนี้ครอบคลุม 38 เขต 118 แขวง โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากการสำรวจจริงสามารถเสนอขอประกาศเพิ่มเติมได้ หากมีหลักฐานและข้อมูลความเสียหายตามหลักเกณฑ์
ในเรื่องของสำเนาเอกสารหรือโฉนด ขอคุยกับกรมป้องกันอีกนิดเดียว เพราะพยายามจะทำให้ง่าย เพราะบางคนบอกว่าไม่มีสำเนาเรื่องโฉนด อย่างที่เคยเป็นปัญหา ซึ่งจะสรุปอีกครั้งว่าเอกสารทั้งหมดที่ท่านต้องใช้มีอะไรบ้าง ” นางสาว ทวิดา กล่าว

ด้าน นายชัชชาติ เสริมว่า หลังจากสถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย ภารกิจสำคัญของ กทม. คือ การฟื้นฟูและการเยียวยาประชาชน ซึ่งจะมีรายละเอียดและจำนวนผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมาก และเป็นกระบวนการที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบราชการ จึงขอให้ประชาชนเข้าใจและใจเย็น โดย กทม. จะพยายามปรับกระบวนการให้รวดเร็วที่สุด พร้อมดำเนินการอย่างรอบคอบและให้เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างเต็มที่

จากนั้น นางสาวทวิดา ยังกล่าวถึงการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมว่า ในช่วงที่ผ่านมาบางพื้นที่ เช่น สะพานสูง สวนหลวง บึงกุ่ม และคันนายาว มีระดับน้ำสูง ทำให้รถขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ชั้นในได้ทั้งหมด กทม. จึงต้องปรับรูปแบบการส่งความช่วยเหลือ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เข้าถึงยาก

ปัจจุบันมีความต้องการอาหารปรุงสุกประมาณ 300,000–400,000 กล่องต่อวัน ขณะที่ กทม. สามารถผลิตและจัดส่งจากส่วนกลางได้ประมาณ 100,000 กล่องต่อวัน ส่วนที่เหลือมาจากสำนักงานเขตและหน่วยงานภาคีที่เข้ามาสนับสนุน
สำหรับพื้นที่ที่การนำอาหารเข้าไปทำได้ยาก กทม. ได้เพิ่มการจัดส่ง ถุงยังชีพ โดยที่ผ่านมาได้จัดสรรออกไปแล้วประมาณ 19,900 ถุง หรือเกือบ 20,000 ถุง ภายในถุงมีสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีพประมาณ 3 วัน เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลตนเองได้ในช่วงที่การเดินทางเข้า-ออกพื้นที่ยังมีข้อจำกัด

อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญที่พบคือ ข้อมูลความต้องการความช่วยเหลือยังไม่เป็นแบบ Real-time บางกรณีมีการแจ้งข้อมูลซ้ำ หรือข้อมูลจากสำนักงานเขต นิติบุคคลหมู่บ้าน ประชาชนที่แจ้งผ่านโทรศัพท์ และโซเชียลมีเดียไม่ตรงกัน ทำให้เกิดช่องว่างในการจัดส่งความช่วยเหลือ

กทม. ขอให้ประชาชนที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ หรือยังขาดอาหารและสิ่งของจำเป็น แจ้งเข้ามาได้หลายช่องทางสายด่วน 1555 และ Traffy Fondue หรือช่องทางโซเชียลมีเดียของ กทม. ได้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูล ตรวจสอบ และจัดส่งความช่วยเหลือเข้าไปอุดช่องว่างโดยเร็วที่สุด