หน้าแรก ในประเทศ คพ.-กรมโรงงาน...

คพ.-กรมโรงงาน ลงตรวจคราบน้ำมันสีรุ้งปราจีน พบปนเปื้อนสารเคมีกลุ่มปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนสูงมาก

13.10.26 | 11:12 น.

คพ.-กรมโรงงาน ลงตรวจคราบน้ำมันสีรุ้งปราจีน พบปนเปื้อนสารเคมีกลุ่มปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนสูงมาก หาต้นตอ แจ้งความ


ผู้สื่อข่าวรายงานกรณี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมกำชับกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ติดตามกรณีพบคราบสีรุ้งคล้ายน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วในพื้นที่ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ และเร่งดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

โดย ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ได้มอบอำนาจให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 (สระบุรี) ดำเนินการกล่าวโทษกรณีดังกล่าว ต่อมา วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ผู้แทน สคพ.7 เข้าพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรศรีมหาโพธิ เพื่อให้ปากคำ โดยนำผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง ภาพถ่าย และข้อมูลที่เกี่ยวข้องมอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมาย

นอกจากนี้ กรมควบคุมมลพิษยังได้แจ้งผลตรวจสอบขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี มอบหมายสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 บังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535ต่อไป

Advertisement

วันที่ 13 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงาน หลังจากมีการพบน้ำสีรุ้ง ปราจีนบุรีปนสารกลุ่มปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนสูงผิดปกติ ล่าสุด ได้รับผลตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างของกรมแล้ว เตรียมนำข้อมูลประกอบการดำเนินคดี พร้อมประสานกรมโรงงานอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษ โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 (สระบุรี) ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ได้เก็บตัวอย่างน้ำด้วยเครื่องเก็บตัวอย่างน้ำแบบแนวนอน (Horizontal Water Sampler) บริเวณที่พบการกระจายตัวของคราบสีรุ้งจากพื้นที่ติดกับบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรมต้องสงสัยว่าเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษดังกล่าว จนถึงระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร จำนวน 3 จุด ได้แก่

จุดที่ 1 ระยะห่างประมาณ 65 เมตร จากคันดินที่รั่ว

จุดที่ 2 ระยะห่างประมาณ 435 เมตร จากคันดินที่รั่ว

และจุดที่ 3 ระยะห่างประมาณ 850 เมตร จากคันดินที่รั่ว

ผลการตรวจสอบจากห้องปฏิบัติการ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2559 พบว่า

จุดที่ 1 มีค่าเหล็ก เท่ากับ 0.98 มิลลิกรัมต่อลิตร ค่าอะลูมิเนียม เท่ากับ 1.146 มิลลิกรัมต่อลิตร ค่าแบเรียม เท่ากับ 0.041 มิลลิกรัมต่อลิตร และค่าทองแดง เท่ากับ 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร และตรวจพบค่าปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน เท่ากับ 114,860 มิลลิกรัมต่อลิตร

จุดที่ 2 เหล็ก เท่ากับ 1.0 มิลลิกรัมต่อลิตร อะลูมิเนียม เท่ากับ 1.294 มิลลิกรัมต่อลิตร แบเรียม เท่ากับ 0.038 มิลลิกรัมต่อลิตร และค่าทองแดงปริมาณเล็กน้อย (น้อยกว่า 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร) และตรวจพบค่าปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนในปริมาณเล็กน้อย (น้อยกว่า 3 มิลลิกรัมต่อลิตร)

จุดที่ 3 เหล็ก เท่ากับ 0.70 มิลลิกรัมต่อลิตร อะลูมิเนียม น้อยกว่า 0.5 มิลลิกรัมต่อลิตร แบเรียม เท่ากับ 0.051 มิลลิกรัมต่อลิตร และค่าทองแดงปริมาณเล็กน้อย (น้อยกว่า 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร) และตรวจพบค่าปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนในปริมาณเล็กน้อย (น้อยกว่า 3 มิลลิกรัมต่อลิตร)

ผลการตรวจสอบยืนยันว่ามีการปนเปื้อนสารเคมีกลุ่มปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนบริเวณพื้นที่ท้ายน้ำบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรมในปริมาณที่สูง

ทั้งนี้ คพ. จะร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมลงพื้นที่ตรวจสอบและประเมินผลกระทบในสิ่งแวดล้อม ทั้งในโรงงานและบริเวณโดยรอบบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรมดังกล่าว และมีแผนการตรวจสอบและเก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อม (ตะกอนดิน) เพื่อดูการกระจายปนเปื้อนมลพิษในพื้นที่โดยรอบบ่อฝังกลบกากของเสียภายหลังจากน้ำแห้งแล้ว เพื่อเสนอแนะแนวทางในการจัดการพื้นที่ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป