พลพีร์ แฉบริษัททำสารเคมีรั่วไหล ปราจีนฯ นอมินีทุนต่างชาติ มีคนสกุลดัง ร่วมด้วย
เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 13 ตุลาคม ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 9 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีโรงงานจังหวัดปราจีนบุรี มีสารเคมีรั่ว ว่า หลังจากไปช่วงน้ำท่วมเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา ก็พบความผิดปกติจริง ซึ่งเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ตนได้ประสานไปยังนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
โดยนายวราวุธ ได้กำชับรองปลัด และปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในการตรวจสอบ และปิดโรงงาน ส่วนข้อมูลเพิ่มเติมที่กระทรวงมหาดไทยได้รับ พบความเชื่อมโยงของต่างชาติ และคนไทย วันนี้พิสูจน์ว่าน่าจะเป็นนอมินี เราเจอคนไทยนามสกุลเดียวกัน 2 นามสกุล ถือไขว้บริษัทกัน 2 บริษัท และความผิดปกติคือ 1 ในบริษัทนั้น เคยจดทะเบียน 5 ล้านบาท แต่ขณะนี้จดทะเบียนเพิ่มเป็น 100 ล้านบาท อีก 1 บริษัท เพิ่มการจดทะเบียนเป็น 300 ล้านบาท และมีทรัพย์สินประมาณ 570 กว่าล้านบาท สิ่งที่เราพบความมากกว่านั้น ทั้ง 2 บริษัท ใช้บริษัทบัญชี และผู้ตรวจบัญชีคนเดียวกัน
ดังนั้น ขณะนี้เราจึงประสาน ปปง. ในการตรวจสอบเส้นเงิน และที่ดินว่าถูกต้องหรือไม่ ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่า ผิดกฎหมาย จะจำหน่ายออกต่อไป พร้อมจะร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรมในการขนย้ายขยะมีพิษต่าง ๆ นอกพื้นที่ เพื่อที่ประชาชนจะได้สบายใจ
นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า ตนได้กำชับรองผู้ว่าการจังหวัดปราจีนบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด ว่าทางบริษัทได้เสนอค่าเยียวยาต่าง ๆ ให้กับประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบ หรือมีการไปสัมผัสกับสารปนเปื้อน ว่าสำหรับตน แบบนั้นคงไม่เพียงพอ แต่ต้องดูมาตรการลงโทษ โดยต้องดูว่ามีเรื่องของคดีอาญา หรือแพ่งเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ เพื่อจะได้ดำเนินคดีกับโรงงานพวกนี้ที่ปล่อยให้มีสารพิษรั่วไหลออกมา
เมื่อถามว่า จะต้องมีการตรวจสอบต้นตอตั้งแต่การตรวจสอบที่ ท่าเรือ และกรมศุลกากร เลยหรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า อาจจะมีการแสดงที่ไม่ถูกต้อง คงต้องตรวจสอบกับกระทรวงการคลัง ว่าวิธีการตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์พวกนี้ที่เข้ามาในประเทศ ตรวจแสดงกันอย่างไร ตนไม่อยากให้เป็นเพียงการชั่งน้ำหนัก แต่ต้องเปิดเอกสารหลักฐานดูด้วย และตรวจสอบว่าของในตู้นั้นเป็นอย่างไร ตรงนี้คงปฏิเสธไม่ได้ เพราะขยะทั้งหมดเกือบร้อยทั้งร้อย ที่นำมาฝังที่จังหวัดปราจีนบุรี น่าจะเป็นขยะที่นำเข้ามา จึงต้องมีการตรวจสอบต่อไป ยืนยันว่า กระทรวงมหาดไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะเมื่อทราบเรื่องจากรองผู้ว่าราชการจังหวัด ใช้เวลาเพียงวันเดียวในการหาข้อมูล และเชื่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกากขยะต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในจังหวัดปราจีนบุรี ก็ดำเนินการได้รวดเร็วเช่นกัน
ส่วนกรณีที่เมื่อเกิดน้ำท่วมได้พัดพาสารพิษไปในพื้นที่ต่าง ๆ นั้น นายพลพีร์ กล่าวว่า ตรงนั้นคือประเด็นและเป็นปัญหาที่พี่น้องที่ทำประมงทั้งกุ้ง และปลาในพื้นที่ได้รับผลกระทบชัดเจนอยู่แล้ว จะมาอ้างเพียงอย่างเดียว ว่าเกิดจากสภาวะของน้ำเน่าอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะวันนี้ชัดเจนอยู่แล้วว่ามีสารที่ลงไปในน้ำ ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงมหาดไทย ต้องไปดูบทลงโทษ ไม่ว่าจะเป็นอาญาหรือแพ่ง รวมถึงค่าเสียหายต่าง ๆ ให้กับประชาชนที่ทำมาหากินอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ว่าจะมีมาตรการหรือค่าชดเชยใดที่มาช่วยเหลือได้บ้าง
ส่วนความกังวลของผู้บริโภค นายพลพีร์ กล่าวว่า ถ้าเกิดปลา สุกร ไก่ ตายในแม่น้ำ ไม่แนะนำให้นำมารับประทานอยู่แล้ว แต่ให้นำไปฝังกลบ ตามมาตรการของกรมปศุสัตว์ แต่ในส่วนของแปลงผัก คงจะน้อย เพราะตรงนั้น เกิดน้ำท่วมทั้งหมด ขอเตือนประชาชนว่าเวลาเลือกของในตลาดที่ จะนำมาบริโภค ขอให้คัดสรรคุณภาพมากขึ้น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังขอบทลงโทษ และสาวให้ถึงต้นต่อ และนามสกุลที่เราเจอใน 2 บริษัท อยากจะกราบเรียนว่าเป็นนามสกุลดังในจังหวัดปราจีนบุรี แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการละเว้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีเคยระบุไว้แล้วว่า ให้ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม
เมื่อถามว่ามีการขีดเส้นว่าจังหวัดจะต้องดำเนินการหรือรายงานให้นายกรัฐมนตรีได้เมื่อไหร่ นายพลพีร์ กล่าวว่า 2 วันที่แล้ว ตนให้เวลาหน่วยงานตรวจสอบ 7 วัน แต่เขาใช้เวลาเพียง 2 วัน ก็รายงานมา ถ้าตุ่นสามารถสรุปเนื้อหาเรื่องนอมินี ชื่อ หรือการถือครองหุ้นโดยผิดกฎหมาย คาดว่า สัปดาห์นี้น่าจะแล้วเสร็จ ก็มีการรายงานเป็นระยะให้นายกรัฐมนตรีรับทราบทุกวันอยู่แล้ว
เมื่อถามอีกว่า ที่บอกว่าเป็นนามสกุลดัง ในจังหวัดปราจีนบุรี เป็นส่วนของนักการเมืองหรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวเพียงว่า ขอให้อยู่ในสำนวน

